
ตรวจแนวรบคอนโดรถไฟฟ้า สายสีม่วง-ชมพูแห่เปิด
บริเวณรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายยังคงเป็นทำเลทองของการอยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
บริเวณรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายยังคงเป็นทำเลทองของการอยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม เนื่องจากการพัฒนาโครงการรูปแบบแนวราบประเภทบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์เกิดขึ้นได้ยากเต็มทีในแปลงที่ดินติดถนนใหญ่
ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวถึงผลสำรวจโครงการคอนโดมิเนียมบริเวณรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี ที่คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในต้นปี 2563 พบว่าปัจจุบันมีจำนวน 27 โครงการที่อยู่ระหว่างการขายจำนวน 7,943 ยูนิต มีราคาขายเฉลี่ย 6.5 หมื่นบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง เตาปูน-บางใหญ่ ที่จะเปิดอย่างเป็นทางการในปลายเดือน มี.ค. 2559 มีจำนวน 42 โครงการ มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 34,573 ยูนิต ราคาขายเฉลี่ย 7.52 หมื่นบาท/ตร.ม. ปัจจุบันมีอัตราการขายอยู่ที่ 50-70%
ทั้งนี้ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาอัตราการดูดซับหรือการขายของโครงการบริเวณรถไฟฟ้าสายสีม่วงนั้นลดลง เนื่องจากมีคอนโดเกิดขึ้นมากในบริเวณนี้ แต่ปัจจุบันอัตราการดูดซับเริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น
“ขณะนี้รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ใกล้เปิดให้บริการ ส่งผลให้ราคาขายคอนโดในย่านดังกล่าวนั้นสูงกว่าโครงการสายสีชมพูประมาณ 15-20% แต่โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูถือเป็นแผนเร่งด่วนของรัฐบาล หากการก่อสร้างเกิดเป็นรูปธรรม เชื่อว่าราคาขายคอนโดในทำเลดังกล่าวก็จะขยับสูงขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากเป็นสายที่เชื่อมต่อบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลในตอนบนทั้งหมด” ไตรเตชะ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทได้พัฒนาโครงการบริเวณแจ้งวัฒนะมาแล้ว 3 โครงการได้แก่ โครงการลอฟท์แจ้งวัฒนะ ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 90% โครงการศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท มียอดขายแล้ว 50% โครงการศุภาลัยวิสต้า ห้าแยกปากเกร็ด ขายไปได้แล้ว 70% ซึ่งโดยรวมมีจำนวนยูนิตที่เปิดขายประมาณ 2,000 ยูนิต สามารถขายไปได้แล้วกว่า 1,500 ยูนิต ล่าสุดบริษัทได้เปิดขายโครงการ “ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแคราย” ห่างสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพูสถานีแคราย 340 เมตร สูง 33 ชั้น จำนวน 422 ยูนิต 1 อาคาร ขนาด 32-68 ตร.ม. ราคาขายเริ่มต้น 5.16 หมื่นบาท/ตร.ม. และมีราคาขายเฉลี่ย 5.75 หมื่นบาท/ตร.ม. คาดช่วงเปิดตัวจะทำยอดขายได้ 60%
ไตรเตชะ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้ปรับเป้ายอดขายลงจากเมื่อต้นปีตั้งไว้ 2.3 หมื่นล้านบาท เหลือ 2.1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในครึ่งปีแรกที่ซบเซา แต่ยอดขายก็มากกว่าปี 2557 อยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้มียอดขายแล้วเกือบ 1.5 หมื่นล้านบาท คาดว่าในไตรมาส 4 จะทำได้อีก 8,000 ล้านบาท ส่วนยอดรับรู้รายได้ในปีนี้ตั้งเป้าไว้ 2.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านแนวราบ 8,000 ล้านบาท และคอนโด 1.4 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่รับรู้รายได้ 1.87 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มี
ยอดรับรู้รายได้ 1.2 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าพร้อมโอน ประกอบด้วย คอนโด 1,600 ล้านบาท และโครงการบ้านแนวราบ 3,000 ล้านบาท
สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี บริษัทมีแผนจะเปิดโครงการบ้านแนวราบอีก 5-6 โครงการ ได้แก่ จ.นครราชสีมา ที่จะพัฒนาเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น ราคาเริ่มต้น 1 ล้านบาทปลาย ส่วนสุราษฎร์ธานีที่จะพัฒนาโครงการที่ 2 เป็นทาวน์โฮมและบ้านแฝด ราคาเริ่มต้น 1.8 ล้านบาท ที่ พัทยา จ.ชลุบรี พัฒนาเป็นทาวน์โฮม ราคาเริ่มต้น 2 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะอยู่ในกรุงเทพฯ บริเวณพุทธมณฑลสาย 3 ปทุมธานี บริเวณรังสิตนครนายก
ปัจจุบันโครงการแนวราบสามารถสร้างยอดขายได้เฉลี่ยเดือนละ 1,000 ล้านบาท มา 3 เดือนติดกันแล้ว ซึ่งเห็นสัญญาณการฟื้นตัวโครงการแนวราบชัดเจนขึ้น จากก่อนหน้านี้มียอดขายประมาณ 200 ล้านบาท/เดือน และคอนโดอีก 2 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 1.1 หมื่นล้านบาท จากแผนในปีนี้เปิดโครงการใหม่รวม 27 โครงการ มูลค่ารวม 3.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 19 โครงการและคอนโด 8 โครงการ
ด้านภาพรวมตลาดไตรมาสสุดท้ายเชื่อว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดระดับกลางและล่าง แต่หากภาครัฐบาลมีมาตรการออกมาช่วยหนุนไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมการโอน การจดจำนอง และมาตรการที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายและเพิ่มระยะเวลาในการผ่อนชำระจะเป็นตัวกระตุ้นให้ตลาดฟื้นอย่างเห็นชัด ตามแผนที่รัฐบาลจะใช้ภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ







