
ดิ เอ็มเพอเร่อร์ฯ บุกตลาดลาว
ดิ เอ็มเพอเร่อร์ฯ เริ่มบุกตลาดรับสร้างบ้านไฮเอ็นด์ต่างประเทศ ประเดิมลาว ปากีสถาน มาเลเซีย หวังเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศปีหน้า 20-30%
ดิ เอ็มเพอเร่อร์ฯ เริ่มบุกตลาดรับสร้างบ้านไฮเอ็นด์ต่างประเทศ ประเดิมลาว ปากีสถาน มาเลเซีย หวังเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศปีหน้า 20-30%
นายสุรัตน์ชัย กึงฮะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ ผู้ดำเนินธุรกิจรับสร้างระดับพรีเมี่ยม เปิดเผยว่าในปีนี้บริษัทฯเริ่มบุกตลาดรับสร้างในประเทศลาว โดยได้เริ่มไปรับงานออกแบบ พร้อมกับส่งทีมวิศวกรเข้าไปดูแลงานก่อสร้าง บ้าน 1 หลัง มีมูลงานก่อสร้างประมาณ 55 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีลูกค้าจากปากีสถาน มาเลเซีย สนใจให้บริษัทออกแบบบ้านให้ คาดว่าในปีหน้าจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศได้ถึง 20-30%
“ตลาดต่างประเทศถือว่าพึ่งเริ่มได้ไม่นาน เนื่องจากลูกค้าได้เห็นแบบบ้านของเราผ่านหนังสือบ้านคู่บารมี ที่พิมพ์ออกจำหน่าย ขณะเดียวกันก็ได้มีการทำโฆษณาผ่านนิตยสารประจำเครื่องบิน ซึ่งบริษัทมีแผนจะทำการตลาดจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่แถบภาคอีสาน ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังประเทศลาว เนื่องจากกลุ่มลูกค้าบริเวณดังกล่าวถือว่ามีกำลังซื้อสูง”
ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวแบบบ้านใหม่ 3 แบบ ได้แก่ 1.แบบ Extoller สไตล์ Contemporary Classic บ้าน 2 ชั้น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 670 ตร.ม. 2.แบบPerputual สไตล์นีโอ คลาสสิค บ้าน 2 ชั้น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 1,740 ตร.ม. 3.แบบ Exvanga สไตล์ คอนเท็มโพรารี่ คลาสสิค ขนาด 2 ชั้น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 700 ตร.ม. จะเปิดตัว อย่างเป็นทางการในงานรับสร้างบ้าน 2010 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 18-22 ส.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างก่อสร้างสำนักงานขายแห่งที่ 2 บริเวณแถ. เกษตร-นวมินทร์ ซึ่งใช้งบก่อสร้างประมาณ 25-30 ล้านบาท ที่จะก่อสร้างเสร็จในปลายปีนี้
สำหรับในครึ่งปีแรกบริษัท มีรายได้ 140 ล้านบาท คาดว่าทั้งปี จะมีรายได้รวม 280 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนประมาณ 10% ปัจจุบันบริษัท มีบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 9 หลัง ราคา 700 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบ้านราคาก่อสร้าง 40 ล้านบาท ไม่รวมการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ หรือคิดเป็นราคาเฉลี่ย 2 หมื่น- 3 หมื่นกว่าบาทต่อตร.ม. ส่วนภาพรวมตลาดรับสร้างในปีนี้ เชื่อว่าจะเติบโต 10% จากมูลค่าตลาดรวมธุรกิจรับสร้างบ้าน 1.2 หมื่นล้านบาท โดยตลาดรับสร้างบ้านระดับพรีเมี่ยมมีส่วนแบ่ง 5-6% หรือคิดเป็นมูลค่า 700-800 ล้านบาท







