
เปิด8โซนทำเลทองราคาพุ่ง20%
ฮาริสันระบุราคาที่ดิน 8 ทำเลทองพุ่งพรวดไม่ต่ำกว่า 20% ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ย่านพหลโยธิน-อารีย์ฮอตสุด
ฮาริสันระบุราคาที่ดิน 8 ทำเลทองพุ่งพรวดไม่ต่ำกว่า 20% ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ย่านพหลโยธิน-อารีย์ฮอตสุด
นายอลัน หลิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฮาริสัน เปิดเผยว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาที่ดินบริเวณใจกลางเมือง 8 โซนหลัก ได้แก่ 1.โซนสีลม-สาทร 2.โซนชิดลม-เพลินจิต 3.โซนสุขุมวิทซอย 1-20 4.โซนสุขุมวิท ซอย 21-55 5.โซนสุขุมวิทตอนปลาย ซอย 55-103 6.โซนพญาไท 7.โซนรัชดาฯ-ลาดพร้าว และ 8.โซนพหลโยธิน-อารีย์ มีความต้องการสูงจนทำให้ราคาปรับขึ้นต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 20% และบางทำเลปรับขึ้นเกือบเท่าตัว ขณะที่การเติบโตของราคาในกรุงเทพฯ เฉลี่ยที่ 4-5% ต่อปี
ทั้งนี้ เริ่มจากโซนสีลม-สาทรในช่วงปี 2549-2551 ราคาซื้อขายอยู่ที่ 2-5 แสนบาทต่อ ตร.ว. ปรับขึ้นเป็น 4 แสนบาท–1 ล้านบาทต่อ ตร.ว. ในปี 2552-2553 ตามด้วย โซนชิดลม-เพลินจิต จากเดิมมีราคาอยู่ที่ 7-8 แสนบาทต่อ ตร.ว. ปรับขึ้นเป็น 1.2-1.5 ล้านบาทต่อ ตร.ว.
สุขุมวิทตอนต้นตั้งแต่ซอย 1-21 เดิมมีราคาอยู่ที่ 4-8 แสนบาทต่อ ตร.ว. เพิ่มขึ้นเป็น 5 แสนบาท-1 ล้านบาทต่อ ตร.ว. สุขุมวิทตอนกลางระหว่างซอย 21-55 (ทองหล่อ) เดิมราคาซื้อขายอยู่ที่ 3.5-5 แสนบาทต่อ ตร.ว. เพิ่มขึ้นเป็น 5 แสนบาท–1 ล้านบาทต่อ ตร.ว. ส่วนสุขุมวิทตอนปลาย ตั้งแต่ทองหล่อ–ซอย 103 ราคาขายอยู่ที่ 2-3 แสนบาทต่อ ตร.ว. ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4-7 แสนบาทต่อ ตร.ว.
ขณะที่โซนพญาไทหลังจากเริ่มมีคอนโดมิเนียมเปิดตัวมากขึ้น ทำให้ราคาที่ดินปรับเพิ่มจาก 2.5-4 แสนบาทต่อ ตร.ว. เป็น 4-6 แสนบาทต่อ ตร.ว. ส่วนรัชดาฯ-ลาดพร้าว เพิ่มขึ้นจาก 2.5-3.5 แสนบาทต่อ ตร.ว. เป็น 4-4.5 แสนบาทต่อ ตร.ว. และโซนพหลโยธิน-อารีย์ ถือว่าเป็นทำเลที่ได้รับความสนใจมากที่สุด วัดได้จากจำนวนคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ โดยมีราคาที่ดินเพิ่มจาก 2.5-3.5 แสนบาทต่อ ตร.ว. เป็น 3.5-4 แสนบาทต่อ ตร.ว.
การเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินมีผลให้ราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มสูงขึ้น โดยเดิมต้นทุนที่ดินคิดเป็นสัดส่วนเพียง 30% ส่วนอีก 70% เป็นต้นทุนก่อสร้าง แต่ปัจจุบันต้นทุนที่ดินสัดส่วนขยับขึ้นเป็น 40% และต้นทุนก่อสร้างอยู่ที่ 60%
แม้ว่าราคาที่ดินจะปรับตัวสูงขึ้น แต่นักลงทุนยังมั่นใจว่าตลาดคอนโดมิเนียมระดับสูงมีความต้องการต่อเนื่อง จึงดึงดูดให้มีผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาดต่อเนื่องเช่นกัน โดยพบว่ากลุ่มผู้รับเหมา กลุ่มอุตสาหกรรมหนักและกลุ่มสิ่งทอ|หันมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น เนื่องจากให้ผลตอบแทนสูงกว่าธุรกิจเดิม
สำหรับฮาริสันในปีนี้ตั้งเป้ารับบริหารโครงการรวม 40 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยมีโครงการในมือแล้ว 20 โครงการ ล่าสุดรับบริหารคอนโดมิเนียม 10 โครงการ รวม 2,286 ยูนิต และตั้งเป้ายอดขายสิ้นปี 1.5 หมื่นล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 8,000 ล้านบาท







