
ปัญหาบ้านทรุดและดินรอบบ้านยุบตัว (1)
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวเรื่องบ้านร้าว บ้านทรุด และดินยุบตัว 3-4 แห่ง มีอยู่ที่หนึ่งเป็นทาวน์เฮาส์ทรุดตัวลงทั้งแถบประมาณ 7-8 ห้องทั้งที่อยู่มาประมาณ 30 ปีแล้ว
โดย...ดร.ธเนศ วีระศิริ
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวเรื่องบ้านร้าว บ้านทรุด และดินยุบตัว 3-4 แห่ง มีอยู่ที่หนึ่งเป็นทาวน์เฮาส์ทรุดตัวลงทั้งแถบประมาณ 7-8 ห้องทั้งที่อยู่มาประมาณ 30 ปีแล้ว บางแห่งเข้าอยู่ไม่นานเกิดรอยแตกร้าวแล้วและพบว่ามีเสาบ้านบางต้นหักพับลงมา เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ประชาชนเริ่มไม่มั่นใจว่าอาคารที่พักอาศัยจะมีปัญหาเช่นว่านี้ด้วยหรือไม่ หากพบปัญหาจะแก้ปัญหาอย่างไร ถึงขั้นที่ต้องทุบบ้านทิ้งหรือไม่ สำหรับผู้ที่กำลังก่อร่างสร้างตัวคิดจะซื้อบ้านสักหลังจะมั่นใจได้อย่างไรว่าซื้อแล้วไม่ประสบปัญหาเช่นที่เป็นข่าวอยู่
ในที่นี้จะเล่าถึงลักษณะปัญหาการทรุดตัวและปัญหาดินรอบบ้านยุบตัว รวมถึงสาเหตุที่เป็นไปได้ของปัญหาเหล่านั้น เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจและทราบว่าโอกาสเกิดเหล่านั้นจะมีมากน้อยเพียงใด เวลาจะเลือกซื้อบ้านหรือเมื่อเกิดปัญหาเช่นว่านี้จะแก้ไขอย่างไรให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ
บ้านอาศัยมาหลายสิบปี
จะเกิดการทรุดตัวได้หรือไม่
ปกติแล้วบ้านจะทรุดตัวจมลงดินได้จะต้องมีปัญหามาจากฐานราก ซึ่งคำว่า ฐานราก นั้นหมายรวมถึง เสาเข็ม แป้นครอบหัวเสาเข็ม และเสาตอม่อ บ้านควรวางอยู่บนเสาเข็มที่มีขนาดและความยาวเพียงพอ ซึ่งความยาวเพียงพอที่ว่านี้คือปลายเสาเข็มต้องวางอยู่ในชั้นดินเหนียวที่มีความแข็งหรือชั้นทรายแน่นตามที่วิศวกรออกแบบกำหนด โดยเสาเข็มต้องไม่หักหรือสั้นกว่าที่กำหนด เสาเข็มต้องไม่เยื้องตำแหน่งกับเสาตอม่อ (เสาตอม่อคือเสาสั้นที่อยู่เหนือแป้นครอบหัวเสาเข็ม) ทั้งเสาเข็ม แป้นครอบหัวเสาเข็มและเสาตอม่อนั้น เราจะไม่สามารถมองเห็นได้เพราะทั้งสามส่วนนี้อยู่ใต้พื้นชั้นล่างของบ้าน
หากเสาเข็ม แป้นหัวเสาเข็ม หรือเสาตอม่อส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดการชำรุดแตกหัก บ้านจะทรุดตัวเพราะส่วนของฐานรากไม่สามารถส่งถ่ายน้ำหนักของบ้านลงไปยังดินด้านล่างได้ บ้านหรืออาคารจะเกิดการทรุดตัวทันทีไม่ต้องรอให้มีผู้เข้าพักอาศัยแต่อย่างใด ดังนั้นเมื่อจะซื้อบ้านควรหมั่นเข้าไปตรวจเช็กระหว่างก่อสร้างก่อนรับมอบบ้านบ่อยๆ หากมีร่องรอยการซ่อมแซมรอยร้าว ต้องทำการตรวจสอบให้มั่นใจว่ารอยร้าวนั้นไม่ได้เกิดจากฐานรากชำรุดบกพร่อง เพราะรอยร้าวจะปรากฏให้เห็นในช่วงแรกๆ โดยไม่ต้องรอทิ้งช่วงเวลาถ้าฐานรากของบ้านมีปัญหา
ดังนั้น บ้านที่อยู่มานานหลายสิบปีแล้วจึงค่อยเกิดการทรุดตัวนั้นจะต้องไม่ใช่เกิดขึ้นจากฐานรากของบ้านมีปัญหา แต่มักพบว่าเกิดขึ้นจากการต่อเติมอาคาร ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมด้านหลัง ด้านข้าง หรือเพิ่มจำนวนชั้นของบ้าน เหล่านี้ล้วนทำให้เกิดปัญหาทั้งสิ้น ด้วยเหตุที่การต่อเติมบ้านมักจะไม่สามารถใช้เสาเข็มยาวเท่ากับเสาเข็มของบ้านหลักได้เพราะพื้นที่ส่วนต่อเติมมีจำกัด
ส่วนต่อเติมที่วางบนเสาเข็มสั้นจะทรุดตัวเกิดรอยแยกบริเวณตำแหน่งที่เป็นรอยต่อกับตัวบ้านหลัก และถ้าหากมีการเชื่อมส่วนต่อเติมเข้ากับตัวบ้านหลักด้วยแล้ว การทรุดตัวของส่วนต่อเติมจะดึงบ้านหลักให้ทรุดตัวตามไปด้วย หากการทรุดตัวเกิดขึ้นต่อเนื่องไม่ได้ทำการแก้ไข เสาเข็มจะบิดหักไม่สามารถแบกรับน้ำหนักของตัวบ้านได้ต่อไป เป็นผลทำให้บ้านทรุดตัวลงอย่างรวดเร็วมีรอยแตกร้าวปรากฏขึ้นมากเป็นลักษณะที่เรียกว่าอาคารวิบัติ
ปัญหาดินรอบบ้านยุบตัว
ดินช่วงบนบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เช่น สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร ส่วนใหญ่เป็นดินเหนียวอ่อน โดยทั่วไปจะมีการยุบตัวอย่างต่อเนื่อง การก่อสร้างอาคารบ้านเรือนในเขตพื้นที่ดังกล่าวจึงต้องใช้เสาเข็มที่มีความยาวหยั่งลึกลงในชั้นดินเหนียวแข็งหรือทรายแน่นที่สามารถแบกรับน้ำหนักบรรทุกจากตัวบ้านเรือนได้เพียงพอ
รวมถึงการยุบตัวของดินเหนียวช่วงบนต้องไม่ส่งผลกระทบกับตัวเสาเข็มของบ้าน กรณีที่การก่อสร้างบางแห่งทำการถมดินเพื่อให้พื้นดินมีความสูงขึ้นจากเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาน้ำท่วม หรือต้องการปรับระดับให้ดินมีความสูงเท่าๆ กัน ดินที่นำมาถมก็มีโอกาสยุบตัวลงด้วยเช่นกัน และมีโอกาสที่จะยุบตัวมากกว่าดินเดิมด้วย
เมื่อดินโดยรอบบ้านยุบตัว ขอให้ทราบเลยว่าดินใต้บ้านก็ยุบตัวด้วย เจ้าของบ้านมักจะเป็นกังวลว่าจะทำอย่างไรดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ข้อสงสัยมีว่าหากถมดินเพิ่มเพื่อให้ระดับดินสูงเท่าในอดีตนั้นดินจะยุบตัวอีกหรือไม่ ดินใต้บ้านที่ยุบไปนั้นต้องถมดินใต้บ้านด้วยใช่หรือไม่
คำตอบก็คือ แม้จะถมดินรอบตัวบ้านให้มีระดับสูงเท่าในอดีต อนาคตเพียงไม่กี่ปีดินก็จะยุบตัวได้อีกเช่นกัน และหากบดอัดดินไม่ดีจะยุบตัวเร็วด้วย การยุบตัวของดินเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยากแต่สามารถควบคุมให้มีการยุบตัวในอัตราที่ช้าลงได้ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมและทำการบดอัดให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ
สำหรับบริเวณพื้นที่ใต้บ้านไม่ควรถมดินเพิ่มเข้าไป เพราะจะเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้ฐานรากของบ้าน และทำให้ฐานรากทรุดตัว เมื่อไม่ถมดินใต้บ้านควรทำแผงป้องกันดินไหลจากนอกบ้านเข้าไปใต้บ้าน แผงป้องกันดินไหลควรอยู่บริเวณขอบคานคอดิน ซึ่งวิธีนี้แก้ปัญหาในหลายพื้นที่แล้วได้ผลดี
(อ่านต่อฉบับหน้า)







