
3 สูตรลงทุนคอนโดให้กำไร
จากการจัดอบรมของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ REIC Real Estate Certification Program รุ่นที่ 11 หลักสูตร “การเงินสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์”
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
จากการจัดอบรมของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ REIC Real Estate Certification Program รุ่นที่ 11 หลักสูตร “การเงินสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” จะเห็นว่าหนึ่งในการลงทุนที่หลายคนสนใจ นั่นคือ ลงทุนในคอนโดมิเนียม โดยหัวใจสำคัญในการลงทุนคอนโดมิเนียมเพื่อปล่อยเช่า นอกจากการเลือกทำเลที่มีศักยภาพ เลือกโครงการที่ดีแล้ว ยังต้องศึกษาความต้องการของตลาดให้ดีด้วยว่า ย่านนั้นๆ มีตลาดเช่าจริงหรือไม่
นอกจากนี้ ยังต้องคำนวณต้นทุนและอัตราผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับให้ถูกด้วย เพื่อจะได้รู้ต้นทุนกำไรที่แท้จริง ไม่เช่นนั้นแล้ว จากที่คิดว่ากำไร อาจจะไม่กำไรอย่างที่คิด โดย อนุชา กุลวิสุทธิ์ ที่ปรึกษาอิสระทางการเงินและการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า การคิดกำไรหรืออัตราผลตอบแทนจากการลงทุนอสังหา ริมทรัพย์ก็มีหลากหลายสูตร แต่หลักๆ แล้วมีด้วยกัน 3 สูตร ดังนี้
สูตรที่ 1 คิดแบบก่อนหักค่าใช้จ่าย (Gross Rental Yield) คือ รายได้จากค่าเช่า/ปี หารด้วยราคาห้องชุด และคูณ 100 เท่ากับอัตราผลตอบแทน/ปี เช่น ห้องชุดราคา 3 ล้านบาท พื้นที่ 30 ตารางเมตร (ตร.ม.) ปล่อยเช่าได้ 2 หมื่นบาท/เดือน รายได้ 2.4 แสนบาท/ปี) เท่ากับ จะมีอัตราผลตอบแทน 8% ต่อปี
สูตรที่ 2 คิดแบบหักค่าใช้จ่าย (Net Rental Yield) คือ รายได้จากค่าเช่า/ปี หักค่าใช้จ่าย/ปี หารด้วยราคาห้องชุด และคูณ 100 เท่ากับอัตราผลตอบแทน/ปี เช่น ห้องชุดราคา 3 ล้านบาท พื้นที่ 30 ตร.ม. ปล่อยเช่าได้ 2 หมื่นบาท/เดือน รายได้ 2.4 แสนบาท/ปี หักค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม./เดือน หรือ 1.62 หมื่นบาท/ปี เท่ากับ จะมีอัตราผลตอบแทน 7.46% ต่อปี
สูตรที่ 3 คิดจากเงินกู้ที่จ่ายจริง ซึ่งสูตรนี้จะเรียกกันว่าสูตรขั้นเทพ (Cash on Cash Rental Yield) คือ รายได้จากค่าเช่า/ปี หักค่าใช้จ่าย/ปี หักค่าผ่อนแบงก์/ปี หารด้วยเงินจอง+เงินดาวน์+เงินค่าตกแต่ง และคูณ 100 เท่ากับอัตราผลตอบแทน/ปี โดยจะเห็นว่า สูตรนี้จะคิดค่าผ่อนแบงก์เป็นค่าใช้จ่าย และไม่ได้หารต้นทุนห้องชุดทั้งหมด แต่จะหารจากเงินที่จ่ายไปก็คือ เงินจอง เงินดาวน์ต่างๆ ต้นทุนในการตกแต่ง หรือผู้ลงทุนจะคิดต้นทุนด้านภาษีไปด้วยก็ได้
ยกตัวอย่างจากสูตรที่ 3 ห้องชุดราคา 3 ล้านบาท จ่ายเงินจองและเงินดาวน์ประมาณ 10% เท่ากับ 3 แสนบาท กู้แบงก์ 2.7 ล้านบาท ผ่อนแบงก์ประมาณ 1.3 หมื่นบาท/เดือน ค่าตกแต่งประมาณ 1 แสนบาท พื้นที่ 30 ตารางเมตร (ตร.ม.) ปล่อยเช่าได้ 2 หมื่นบาท/เดือน รายได้ 2.4 แสนบาท/ปี หักค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม./เดือนหรือ 1.62 หมื่นบาท/ปี หารด้วยต้นทุนในการลงทุนต่างๆ เท่ากับ จะมีอัตราผลตอบแทน 16.95% ต่อปี
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญกว่าทั้ง 3 สูตรก็คือ ตัวเลขค่าเช่าที่คาดว่าจะได้รับที่จะนำไปคิดตามสูตรเหล่านี้ จะประเมินจากอะไรเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะหากคำนวณค่าเช่าที่คาดว่าจะได้รับก่อนการลงทุนสูงเกินไป จะทำให้เมื่อลงทุนจริงแล้ว จะไม่ได้อัตราผลตอบแทนตามที่เคยคาดการณ์ไว้
อีกทั้งใน 1 ปี อาจจะไม่สามารถปล่อยเช่าได้เต็ม 12 เดือน ดังนั้นในการคำนวณอัตราผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ ควรคิดจากค่าเช่าเพียง 10 เดือน/ปี ถือเป็นการลดความเสี่ยงได้ ส่วนคำถามยอดฮิตที่ว่า อัตราผลตอบแทนเท่าไรจึงจะดี นั่นก็คือ ผลตอบแทนที่ได้จากค่าเช่าต้องสูงกว่าต้นทุนกู้ยืมอย่างน้อย 2% เช่น ถ้ากู้ดอกเบี้ย 7% ต้องได้ผลตอบแทนอย่างน้อย 9%







