posttoday
กำหนด 'B.O.Q.' ก่อนตอกเสาเข็ม

กำหนด 'B.O.Q.' ก่อนตอกเสาเข็ม

09 มีนาคม 2558

ว่าด้วยการออกข้อบังคับให้ธุรกิจว่าจ้างก่อสร้างบ้านและอาคารอยู่อาศัย

โดย...สิริทร สิทธิวัฒนาวงศ์

จากกรณีที่ สคบ.(สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) เตรียมพิจารณาสัญญา ว่าด้วยการออกข้อบังคับให้ธุรกิจว่าจ้างก่อสร้างบ้านและอาคารอยู่อาศัย ต้องระบุข้อความรายละเอียด B.O.Q. (Bill of Quantity) ในสัญญาด้วยทุกครั้ง อาจสร้างความสับสนให้กับผู้บริโภคไม่น้อยว่า การมี B.O.Q. ในสัญญา มีผลดีอย่างไร

โดยปกติแล้ว ผู้บริโภคที่เลือกซื้อบ้านกับบริษัทรับสร้างบ้าน มักจะได้ความสบายใจในเรื่องราคาว่าจะไม่สูงไปมากกว่าที่ตกลงกันไว้ และจะไม่มีการบวกเพิ่มในภายหลัง แต่เมื่อลงลึกในรายละเอียด เรื่องวัสดุที่เลือกใช้ในหนังสือสัญญา มักจะระบุเพียงคร่าวๆ ไม่มีการลงลึกถึงรายละเอียดว่าเลือกใช้วัสดุของแบรนด์ใด เมื่อถึงเวลาก่อสร้างและรับมอบงานจึงมักจะประสบปัญหาเรื่องของวัสดุที่เกรดต่ำกว่าที่หลายท่านคิดไว้

ปัญหาดังกล่าว มักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากเมื่อวัสดุก่อสร้างขึ้นราคา บริษัทรับสร้างบ้านจะไม่สามารถเรียกเก็บเงินเพิ่มจากลูกค้าได้อีกตามที่ระบุในสัญญา จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการปรับลดสเปกของวัสดุลง เพื่อให้ได้ต้นทุนเท่าเดิม ซึ่งถ้าผู้บริโภคที่ไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย ก็จะไม่ทราบกลเม็ดเคล็ดลับนี้ของบริษัทรับสร้างบ้าน และจำต้องทนอยู่กับบ้านที่ไม่ได้ดังคาดไปตลอด

เมื่อมีการบังคับใช้ B.O.Q. ในสัญญาจริง ย่อมเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่า ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดคือผู้บริโภค และกระทบกับบริษัทรับสร้างบ้านแน่นอน ทั้งในเรื่องของระยะเวลาในการปิดการขายที่ยืดเยื้อมากขึ้น และกำไรที่จะลดน้อยลง แม้ว่าที่ผ่านมา จะมีสมาคมรับสร้างบ้านเข้ามาทำหน้าที่ดูแลผู้บริโภค แต่เกือบครึ่งหนึ่งของบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ เอง กลับมีคดีที่ถูกผู้บริโภคฟ้องร้องอยู่มากพอสมควร

ประเด็นดังกล่าว ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อบริษัทรับสร้างบ้านอย่างเดียว เพราะปัจจุบันมีบริษัทออกแบบที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบธุรกิจก่อสร้างควบคู่กันไป เพียงแต่ต่างกันที่บริษัทออกแบบเหล่านี้จะรับหน้าที่ในการก่อสร้างด้วย ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้บริการบริษัทกลุ่มนี้ จะมีความต้องการหลักในการมองหาการดีไซน์ที่แปลกใหม่ ครบครันทั้งเรื่องของฟังก์ชั่น ผสมผสานกับความสวยงามในสไตล์ที่ตัวเองต้องการ ที่ผู้บริโภคมักจะเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกประเภทของวัสดุก่อสร้าง ตั้งแต่ขั้นตอนของการดีไซน์

ดังนั้น การทำ B.O.Q. ของบริษัทออกแบบนั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะจะทำให้ลูกค้ารับรู้ก่อนว่าราคาประเมินอยู่ที่เท่าไหร่ เกินงบประมาณที่กำหนดไว้หรือไม่ ดีไซเนอร์ก็จะเข้ามาทำหน้าที่ในการปรับปรุงการออกแบบจนเป็นที่พอใจของลูกค้า และอาจทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งระยะการทำ B.O.Q. ดังกล่าวของบริษัทออกแบบ อาจจะใช้เวลามากกว่าบริษัทรับสร้างบ้าน เพราะมีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่า

ตามหลักวิชาชีพสถาปนิก จะมีการระบุไว้เสมอว่า ผู้ออกแบบต้องแสดงรายการ และรายละเอียดวัสดุเข้าไปด้วย จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการสถาปนิก เพราะมีมาหลาย 10 ปีแล้ว แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่อาจไม่เคยรู้หรือให้ความสนใจมาก่อน ซึ่งทางบริษัท จาร์เค็น เองก็มีการดำเนินการอย่างถูกต้องมาโดยตลอด

ก้าวต่อไป คงต้องรอดูว่าข้อบังคับดังกล่าวนี้ จะมีบทสรุปออกมาอย่างไร แต่ในระหว่างนี้ผู้บริโภคเองก็ควรศึกษารายละเอียดของบริษัทที่จะใช้บริการให้ดีก่อน ว่าต้องการควบคุมในเรื่องของราคา ความเร็ว หรือจะเน้นเรื่องความสวยงามและความถูกต้องเป็นหลัก

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์