
เพอร์เฟควางเป้าถึงปี 60 รายได้แตะ 3 หมื่นล้าน
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค มั่นใจอสังหาฯปีนี้โต 5% วางเป้าถึงปี 2560 รายได้แตะ 3 หมื่นล้านบาท
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค มั่นใจอสังหาฯปีนี้โต 5% วางเป้าถึงปี 2560 รายได้แตะ 3 หมื่นล้านบาท
นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้เพอร์เฟค เปิดเผยว่า ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ปีนี้คาดว่าตลาดจะเติบโตประมาณ 5% มองว่าตลาดที่จะเติบโตดีเป็นกลุ่มตลาดบน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและปัญหาหนี้ครัวเรือนน้อย ส่วนปัจจัยลบ คือระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงกระทบต่อกำลังซื้อในกลุ่มบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งภาพรวมมีการปฏิเสธสินเชื่อ 20% ส่วนของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 15% มองว่าปัญหานี้จะส่งผลกระทบไปถึงช่วงปี 2559 ทั้งนี้มองว่าปีนี้การแข่งขันจะรุนแรงเนื่องจากปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่มียอดขายต่ำกว่าเป้าหมายเช่นเดียวกับบริษัท ปีนี้จึงต้องเร่งสะสมยอดขายเพิ่มขึ้น
สำหรับแผนธุรกิจของบริษัท ยังเดินหน้าเข้าซื้อกิจการ เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ให้เร็วขึ้น เพราะที่ผ่านมารายได้เติบโตช้า ส่วนหนึ่งมาจากบริษัทเน้นการพัฒนาสินค้าแนวราบส่วนใหญ่และขยายเพิ่งขยายการพัฒนาคอนโดมิเนียมช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้คาดว่าจะซื้อหุ้น บริษัท ไทย พร็อพเพอร์ตี้ หรือทีพร็อพ และบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทล แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ หรือแกรนด์ แล้วเสร็จ ในช่วงเดือนมิ.ย.นี้
"แผนธุรกิจในระยะ 3 ปี (2558-2560) รายได้ของบริษัทจะแบ่งออกเป็น 2 ขา โดยพร็อพเพอร์ตี้เพอร์เฟค จะเน้นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม ตามแนวรถไฟฟ้า ส่วนแกรนด์ จะเน้นพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ย่านใจกลางเมือง โรงแรม และโครงการมิกซ์ยูส ในหัวเมืองท่องเที่ยว อาทิ พัทยา หัวหิน ภูเก็ต กระบี่ พังงา เป็นต้น โดยมีแผนจะขยายโรงแรมเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ห้องจากปัจจุบันมีอยู่ 930 ห้อง จาก 4 โรงแรม สร้างรายได้รวมปีละ 1,200 ล้านบาท และยังมีรายได้จากโครงการ คิโรโระ สกีรีสอร์ท ปีละ 1,200 ล้านบาท โดยมีแผนที่จะนำโรงแรมและคิโรโระตั้งกองทุนรีท มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท ในปี 2559" นายชายนิดกล่าว
ทั้งนี้ ประเมินว่ารายได้ของบริษัทจะเติบโตต่อเนื่อง ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2558 ที่ 2 หมื่นล้านบาท ปี 2559 ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท และ 3 หมื่นล้านบาท ในปี 2560 สัดส่วนรายได้มาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ 2.7 หมื่นล้านบาท และโรงแรม 3,000 ล้านบาท ทำให้บริษัทติดอันดับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 1 ใน 5 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์
นายชายนิดกล่าวว่า ปี 2558 บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่ 24 โครงการ มูลค่า 2.95 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการในกรุงเทพฯและปริมณฑล 20 โครงการ และต่างจังหวัดที่ เขาใหญ่ 1 โครงการ และแบ่งเป็นแนวราบ 21 โครงการ และคอนโดมิเนียม 3 โครงการ เป็นคอนโดมิเนียมโลวไรส์ 8 ชั้น เพื่อรับรู้รายได้เร็วและลดความเสี่ยงเรื่องการก่อสร้าง โดยกลยุทธ์ปีนี้ บริษัทจะพัฒนาโครงการในทำเลที่มีแลนด์แบงก์อยู่แล้วซึ่งทำให้ต้นทุนของโครงการลดลง รวมทั้งได้มีการบริหารการจัดซื้อวัสดุแบบล็อตใหญ่ทำให้ได้สินค้าในราคาถูกลง
บริษัทได้เตรียมงบลงทุนไว้ที่ 11,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบในการซื้อที่ดินใหม่ 2,000 ล้านบาท และงบการก่อสร้าง 8,000-9,000 ล้านบาท ตั้งบริษัทตั้งเป้ายอดขาย 1.8 หมื่นล้านบาท รวมการขายที่ดินเปล่า ในส่วนของรายได้ คาดว่าจะมีรายได้รวม 2 หมื่นล้านบาท จากการดำเนินงานของบริษัท จำนวน 1.8 หมืื่นล้านบาท และรายได้จากกิจการของทีพร็อพและแกรนด์อีก 2,000 ล้านบาท
สำหรับความคืบหน้า การหาพันธมิตรเข้ามาถือหุ้นของบริษัท วี รีเทล พัฒนาโครงการค้าปลีก บริเวณห้างจัสโก้ รัชดาเดิม ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีแผนการลงทุนโครงการห้างค้าปลักในย่านดังกล่าวกว่า 1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาหาพันธมิตรเข้ามาร่วมทุน เป็นพันธมิตรในประเทศ 2 ราย พันธมิตรต่างประเทศ 2 ราย ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงปลายไตรมาส 2 นี้ โดยพันธมิตรที่เข้ามาจะมีสัดส่วนการถือหุ้นไม่เกิน 40% หรือคิดเป็นจำนวนเงินที่ต้องไช้ในการเข้ามาถือหุ้นกว่า 2,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทถือหุ้นในวีรีเทลอยู่กว่า 90%







