
เสาเข็มลึกเท่าไหร่ดี ตอนที่ 2 : เสาเข็มในพื้นที่จำกัด
จากตอนที่แล้ว เจ้าของบ้านคงได้ทราบถึงความสำคัญกับบทบาทของเสาเข็ม ในการรับน้ำหนักตัวบ้านและส่วนต่อเติม
จากตอนที่แล้ว เจ้าของบ้านคงได้ทราบถึงความสำคัญกับบทบาทของเสาเข็ม ในการรับน้ำหนักตัวบ้านและส่วนต่อเติม จากนั้นเมื่อถึงขั้นตอนที่ต้องตัดสินใจว่าส่วนต่อเติมที่กำลังจะสร้างควรใช้เสาเข็มแบบใด กี่ต้น ลึกเท่าใด ก็จะต้องมีคำถามตามมาอีกเช่นกัน
ในพื้นที่อันจำกัด ผู้รับเหมาหรือช่างส่วนใหญ่มักแนะนำให้ใช้เสาเข็มสั้นในการต่อเติม เพื่อความสะดวกและประหยัดงบประมาณ ซึ่งจะทำให้ส่วนต่อเติมทรุดตัวเร็วมาก (เมื่อเทียบกับเสาเข็มยาวที่ลงลึกถึงชั้นดินแข็ง) อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของบ้านต้องการเลือกลงเสาเข็มยาวลึกถึงชั้นดินแข็งจริงๆ ก็ต้องพิจารณาความเป็นไปได้เรื่องการติดตั้งเครื่องมือ เช่น “สามขา” (สำหรับเสาเข็มเจาะ) เป็นต้น
กรณีพื้นที่จำกัดมากอาจเลือกใช้เสาเข็มสปัน (Spun Micro Pile) เป็นเสาเข็มที่ผลิตโดยการปั่นคอนกรีตด้วยความเร็วสูงจึงแข็งแรงกว่าเสาเข็มทั่วไป ทั้งยังสามารถตอกในพื้นที่แคบได้ เนื่องจากอุปกรณ์ตอกมีขนาดเล็กมาก เสาเข็มสปันมีความยาวประมาณ 1.5 เมตร โดยสามารถนำมาต่อกันเพื่อตอกให้ลึกไปถึงชั้นดินแข็งได้ อย่างไรก็ตาม เสาเข็มสปันนี้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เจ้าของบ้านหลายท่านจึงหันมาใช้
เสาเข็มสั้นแทน
อย่างที่กล่าวไปว่าการเลือกใช้เสาเข็มสั้นจะต้องยอมรับเรื่องอัตราการทรุดตัวที่รวดเร็วของส่วนต่อเติม ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงปัจจัยที่ช่วยชะลอการทรุดตัวด้วย ได้แก่
จำนวนและความลึกของเสาเข็ม จากตอนที่แล้วจะเห็นว่า “เสาเข็มสั้น” อาศัยแรงเสียดทานระหว่างผิวของเสาเข็มกับดินในการรับน้ำหนักอาคาร ดังนั้นยิ่งเสาเข็มมีจำนวนมากและลึกมาก ก็ยิ่งเพิ่มผิวสัมผัสที่ช่วยรับน้ำหนักได้มากขึ้น (ค่าใช้จ่ายก็มากขึ้นตามด้วยเช่นกัน) ทั้งนี้เสาเข็มสั้นมีความยาวให้เลือกตั้งแต่ 1-6 เมตร
ความแน่นของดิน โดยหลักแล้วก่อนจะเริ่มก่อสร้าง ควรบดอัดดินให้แน่นที่สุดเพื่อช่วยชะลอการทรุดตัว ทั้งนี้ดินแต่ละพื้นที่มีความแข็งอ่อนไม่เท่ากัน บางพื้นที่ดินแข็งมากจนไม่ต้องมีเสาเข็มก็ได้ แต่สำหรับพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ควรต้องมีเสาเข็มรองรับ โดยพื้นดินที่จะทำการก่อสร้างควรถูกถมไว้ไม่ต่ำกว่า 1-2 ปี และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่เคยเป็นบ่อหรือบึงมาก่อน
น้ำหนักของส่วนต่อเติม ควรให้มีน้ำหนักน้อยที่สุดเช่น ใช้โครงสร้างเบา วัสดุเบา เคาน์เตอร์ครัวแบบเบา และควรระวังมิให้เกิดการทรุดแบบเอียง โดยกระจายน้ำหนักในส่วนต่อเติมให้สม่ำเสมอ ไม่วางเฟอร์นิเจอร์ที่มีน้ำหนักมากกระจุกไว้ฝั่งเดียวกัน
โครงสร้างของส่วนต่อเติม จะต้องแยกกันจากโครงสร้างเดิมโดยสิ้นเชิง เพื่อให้เกิดการทรุดตัวได้อย่างอิสระ ป้องกันการดึงรั้งกับโครงสร้างเก่าจนเกิดการทรุดตัวแบบเอียง ในส่วนของรอยต่อพื้น ผนัง ระหว่างอาคารเดิมและส่วนต่อเติม ควรใช้แผ่นโฟมกั้นและยาแนวรอยต่อด้วยซิลิโคน เปรียบเสมือนการสร้างอาคารอีกหลังมาแตะหรือต่อชนกับตัวบ้านเดิม หลังคาควรทำปีกนก (Flashing) กันน้ำ ซึ่งมักเป็นวัสดุประเภทสเตนเลส สังกะสี หรือเหล็กเคลือบอะลูซิงค์
หากเจ้าของบ้านมีข้อสงสัยว่า เสาเข็มสั้นที่ผู้รับเหมาหรือช่างแนะนำมานั้นจะ “พอ” หรือไม่ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “พอ” ในที่นี้ คือ จากประสบการณ์ของผู้ที่แนะนำเจ้าของบ้านมานั้น เห็นว่า “พอที่จะรับน้ำหนักส่วนต่อเติมบนสภาพดินในพื้นที่นั้นได้โดยไม่น่าจะเกิดอันตราย” รวมถึง “มีอัตราทรุดตัวที่คนทั่วไปรับมือและทำใจยอมรับได้” ซึ่งหากเป็นไปได้ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างจะดีที่สุด ทั้งนี้หากเจ้าของบ้านตัดสินใจเลือกใช้เสาเข็มสั้นในส่วนต่อเติม ควรพิจารณาปัจจัยช่วยชะลอการทรุดตัวดังที่กล่าวไว้ในตอนที่แล้วด้วย







