
บ้านหลังใหม่ของ
ย้ายเข้าบ้านใหม่ย่านบางขุนเทียนได้ไม่ทันถึงปี “โจ้-ณัฐพล ครองวิริยะภาพ” มือกลอง“วงฟิ้วส์” จากค่ายการันต์เรคคอร์ด
ย้ายเข้าบ้านใหม่ย่านบางขุนเทียนได้ไม่ทันถึงปี “โจ้-ณัฐพล ครองวิริยะภาพ” มือกลอง“วงฟิ้วส์” จากค่ายการันต์เรคคอร์ด ก็ยินดีเปิดบ้านต้อนรับให้เราเข้าไปนั่งเล่นพูดคุยกันได้ทุกมุมบ้าน ผนังยังสีขาวสะอาดเอี่ยมอยู่เชียว
“แต่ก่อนอยู่แถวเอกชัย ไม่ไกลจากนี่เท่าไหร่ แต่หลังนี้อาจไกลจากเมืองมากขึ้น แต่ตอนที่ช่วยกันหาบ้านกับคุณแม่กับพี่สาวเราหากันเยอะ ใช้เวลาพอสมควร ทั้งย่านรามอินทรา เพชรเกษม แต่ในที่สุดมาลงตัวตรงนี้เพราะความเคยชินล้วนๆ เลยครับ เราคุ้นเคยกับโซนนี้ แม้จะดูไกลแต่ก็มีทางด่วนเข้าเมือง ซึ่งผมใช้ประจำเลยครับ งานของเราเวลาไม่แน่นอน ตีห้าก็มี บ่ายโมงก็มี ก็เจอทั้งช่วงรถติดบ้างไม่ติดบ้าง ยอมรับครับว่าเหนื่อยกับการเดินทางบ้าง แต่พอถึงบ้านอาบน้ำพักผ่อนก็หาย บ้านหลังนี้ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านต่างจังหวัด มีความเป็นส่วนตัว อากาศดี” โจ้แนะนำบ้านหลังใหม่ให้รู้จักกัน
ด้วยความเป็นผู้ชายอะไรก็ได้ รายละเอียดการตกแต่งบ้านเล็กๆ น้อยๆ จึงเป็นของแม่กับพี่สาว “เราซื้อบ้านจัดสรร สไตล์โมเดิร์น 2 ชั้น 3 ห้องนอน พื้นที่ในบ้านไม่เน้นใหญ่ เอาแค่อยู่ได้สบายๆ เพราะเราอยู่กันไม่กี่คน แต่ที่เราเน้นกลับเป็นขนาดพื้นที่นอกตัวบ้าน ต้องการพื้นที่สวน เพราะคุณแม่เก็บสุนัขมาเลี้ยงอีก 5 ตัว อยากให้มีพื้นที่ให้เขาวิ่ง สวนเราจึงมีสภาพไม่สวยเท่าไหร่ เพราะเขาใช้กันคุ้มมาก ยังคุยๆ กับคุณแม่เลยว่าเราซื้อบ้านให้เขา (สุนัข) อยู่
การตกแต่งก็ง่ายมาก เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ไม่กี่อย่าง เลือกให้ดูสบายตา โทนสีขาว ดำ ครีม อย่างโต๊ะกินข้าวท็อปเป็นกระจกแต่แข็งแรงมาก ขาโต๊ะก็มีรายละเอียดหน่อย นั่งสบาย ส่วนห้องนอนนี่ของใครของมันเลยครับ ตกแต่งกันเอง ของผมนี่เป็นอารมณ์แบบเซน ของน้อยชิ้น โทนสีก็แบบเทา วัสดุเป็นไม้ โชว์สีธรรมชาติของไม้ เพราะผมชอบบ้านสไตล์ญี่ปุ่น เรียบๆ ให้อารมณ์ธรรมชาติที่สุด”
ชั้น 2 ห้องข้างห้องนอน ถูกจัดให้เป็นห้องดนตรีชั่วคราว มีเพียงกลองหนึ่งชุดตั้งไว้มุมห้อง แม้ว่าโจ้จะอยากมีห้องซ้อมดนตรีที่ได้มาตรฐาน แต่ด้วยขนาดพื้นที่ของบ้าน จึงได้พับโครงการไว้ก่อน ถ้ามีบ้านใหม่คงต้องดูพื้นที่เผื่อกันไว้แต่เนิ่นๆ
“ห้องนี้ผมขึ้นมาบ่อยสุด ถ้าไม่มีงานข้างนอก วันหนึ่งต้องมี 2-3 ชั่วโมง บางวันก็อยู่แบบลืมวันไปเลยครับ ซ้อมพัฒนาฝีมือ คิดไลน์กลองด้วย แกะเพลง เพราะเวลาเราไปโชว์ตอนนี้เล่นเพลงของคนอื่นซะส่วนใหญ่ (หัวเราะ) เพราะตอนนี้เพลงเรามีแค่เพลงเดียว คือ กึ่งยิงกึ่งผ่าน เป็นแนวป๊อปร็อก เราได้ไอเดียมาจากกีฬาฟุตบอลที่เป็นเทคนิคไว้หลอกคู่แข่ง แต่ในเนื้อหาเพลงจะเกี่ยวกับการแอบรักใครคนหนึ่งอยู่ และขอแค่ให้ได้บอกออกไป ใช้เป็นเพลงไว้จีบสาวได้ (หัวเราะ) กลองผมเป็นกลองไฟฟ้า เสียงไม่ดังมาก มีเสียงตีกระทบดังเปาะๆ แปะๆ อ้อ เพลงกึ่งยิงกึ่งผ่านผมก็คิดไลน์กลองได้จากห้องนี้นะครับ”
โจ้เล่าว่า ตามประสาเด็กที่เคยคิดวาดภาพบ้านในฝัน ต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ เห็นแบบบ้านสวยๆ ก็ชอบก็อยากมีบ้าง แต่พอโตขึ้นถึงเข้าใจว่าบ้านไม่ว่าจะขนาดแค่ไหน ลักษณะไหน แต่จะไม่เรียกว่าบ้านได้เต็มปาก ถ้าบ้านนั้นไม่มีคนที่เรารัก ที่เรียกว่าครอบครัว “ที่ผ่านมาผมอยู่บ้านแบบอาคารพาณิชย์ ทาวน์เฮาส์มาตลอด ก็อยากมีบ้านเดี่ยวบ้าง ซึ่งมีแล้วมันก็เป็นความสุขอีกแบบหนึ่ง แต่ที่สุขมากคือได้อยู่กับคุณแม่ ได้มีห้องให้อาม่า (อาม่านอนป่วย)
มีอากาศถ่ายเท มีวิวให้เห็นต้นไม้ใบหญ้า แล้วทุกๆ วันหยุดก็จะมีญาติๆ มาเยี่ยมอาม่า กินข้าวกัน แค่นี้บ้านของผมก็มีความสุขแล้วครับ”
เรียกว่าบ้านหลังใหม่ของโจ้ นำความสดชื่น ความสุขเข้ามาในชีวิตได้มากโข







