
บ้านที่พร้อมจะรับแขก ของ ‘ภูริณัฐ ตันตินันท์ธนา’
คงจะดีไม่น้อยถ้าเราสามารถมีบ้านที่เป็นได้ทุกอย่างที่ต้องการ เป็นที่พักอาศัย ใช้พื้นที่เพื่อทำงาน
คงจะดีไม่น้อยถ้าเราสามารถมีบ้านที่เป็นได้ทุกอย่างที่ต้องการ เป็นที่พักอาศัย ใช้พื้นที่เพื่อทำงาน หรือเป็นได้กระทั่งสถานที่จัดแสดงงานศิลปะและของสะสม และจะดีแค่ไหนถ้าบ้านของเราสร้างความสุข สร้างแรงบันดาลใจให้แขกผู้มาเยือนได้เสมอ
นิค-คุณภูริณัฐ ตันตินันท์ธนา คือเจ้าของบ้านที่เรากล่าวถึงในประโยคข้างต้น เขาบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางตลอดช่วงที่ผ่านมาผ่านการตกแต่งบ้าน เขาสร้างสรรค์ให้ทุกมุมในบ้านตอบสนองไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้อย่างครบถ้วน เขามีห้องครัวที่สร้างสรรค์เมนูทั้งคาว-หวาน ใช้ชื่อร้าน “Puritan” ที่พร้อมให้แขกได้ทดลองชิมและติชมได้เสมอ เขามีสวนหน้าบ้านที่ร่มรื่น ชนิดที่ใครเดินผ่านก็ต้องหันกลับมามอง ใครมาเยือนก็ต้องยกกล้องถ่ายภาพเก็บไว้
“หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ด้านโฆษณา ผมก็ทำงานด้านโฆษณาพักหนึ่ง แต่แล้วก็เกิดอยากจะไปเที่ยวญี่ปุ่น ไปเจอเพื่อนชาวญี่ปุ่นก็ติดใจ และบังเอิญไปเจอโรงเรียนสอนทำเบเกอรี่ที่นั่น จึงตัดสินใจเรียนจริงจัง และใช้ชีวิตอยู่ญี่ปุ่นประมาณ 2 ปีแล้วจึงกลับมาเมืองไทย
“ทันทีที่กลับเมืองไทยผมก็มองหาบ้านเช่า ผมชอบไลฟ์สไตล์และบรรยากาศในซอยอารีย์ เพราะไม่พลุกพล่าน พอดีมาเดินเล่นแถวนี้แล้วเห็นบ้านหลังนี้ติดป้ายให้เช่าหรือขาย ก็ตัดสินใจโทรไปขอเช่า เราทำสัญญาเช่าปีต่อปี แล้วก็ใช้บ้านหลังนี้ทำเป็นร้านเค้กเล็กๆ ด้วย จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ 8 ปีแล้ว” ภูริณัฐ เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของบ้านหลังนี้
“พอจะต่อสัญญาปีที่ 2 คุณป้าเจ้าของบ้านก็ถามว่าอยากได้บ้านหลังนี้อยู่ไหม แล้วท่านก็ตกลงขายให้ผมในราคาที่ดีมาก ท่านอาจจะเห็นว่าผมตั้งใจดูแลรักษาบ้านหลังนี้ให้สวย พัฒนาพื้นที่ และเห็นว่าเราไม่ทิ้งขว้างบ้านหลังนี้แน่นอน พอได้บ้านมาเป็นของตัวเองแล้ว ผมก็เริ่มรีโนเวตบ้าน
“ตามความตั้งใจจะทำให้บ้านหลังนี้แบ่งเป็นบ้านเล็กๆ 3 หลัง มีแนวทางการตกแต่งที่ต่างกัน คือ บ้านเดิมเป็นสไตล์โคโลเนียล ผมทำให้เป็นส่วนไปรเวตใช้พักอาศัย ประกอบด้วย ห้องนอน ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น มีร้านเค้กเป็นบ้านสไตล์ยุโรปซึ่งเดิมพื้นที่เป็นสวนของคุณป้า แต่ทุกห้องสามารถเชื่อมถึงกันได้ด้วย เรือนกระจกตรงกลางที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินในสวนเพาะชำเพดานสูง เพราะผมชอบปลูกต้นไม้ จะหาซื้อต้นไม้ ปลูกเอง เราก็ได้เห็นความเติบโตของต้นไม้ที่เราปลูก สวนหน้าบ้านผมจึงร่มรื่นได้ในทุกฤดู รวมทั้งบรรยากาศในร้านด้วย”
ภูริณัฐ บอกว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพราะเขาสามารถสร้างสรรค์ไอเดียได้ไม่หยุดด้วยของสะสมระดับหายากของเขา “เวลาได้ของชิ้นใหม่มาก็จะลองเปลี่ยนมุม แต่งบ้าน ผมชอบสะสมของแอนทีก สะสมมาตั้งแต่เด็ก เริ่มจากถ้วยชาม เครื่องครัว เมื่อโตขึ้นมีโอกาสได้เดินทาง ก็จะเก็บเล็กผสมน้อยเริ่มเก็บสะสมของชิ้นใหญ่ขึ้น เช่น พวกรูปปั้น ซึ่งแนวที่ชอบจะเป็นแนววิกตอเรีย ซึ่งแต่ละชิ้นจะไม่เหมือนกัน จะมีความพิเศษของมันเอง
“ของตกแต่งทุกชิ้นในบ้านมาจากการเดินทางไปในที่ต่างๆ ของโลก ซึ่งผมจะชอบของฝั่งยุโรปโดยเฉพาะฝรั่งเศส ซึ่งก่อนจะมาอยู่บ้านหลังนี้ ผมเก็บของพวกนี้ไว้ที่บ้านเดิมแถวพระราม 5 เก็บเป็นโกดังเลย หลังๆ มาพอคนเริ่มเล่นของเก่าเยอะ เขามองหาของที่เราเก็บไว้นานแล้ว คนที่ชอบสไตล์เดียวกับเราก็มีที่มีคนแวะมาเยี่ยมที่บ้านบ่อยๆ บางคนมาทานขนมแล้วถามซื้อรูปปั้นก็ยังมี”
เจ้าของร้านภูริตัน ที่เลือกให้บ้านของเขาเป็นหนึ่งในจุดนัดพบของผองเพื่อน เขาบอกว่าเพื่อนเก่าสามารถมาเยี่ยมเขาได้ทุกเวลา และเขามีได้เพื่อนใหม่จากบ้านหลังนี้เพิ่มขึ้นจำนวนไม่น้อย
“ผมเป็นคนชอบอยู่บ้าน จึงเลือกที่จะทำบ้านให้เป็นที่ทำงานด้วย บ้านของผม นอกจากจะเป็นที่หลับที่นอนแล้ว ยังเป็นที่ทดลองของอาชีพคือทำขนม ผมทำในสิ่งที่ผมรัก ได้เจอเพื่อนฝูงทั้งเก่าและใหม่ ความรู้สึกของผมตอนนี้สำหรับบ้านหลังนี้เป็นที่ที่สะดวกสบาย ตื่นเช้าพออาบน้ำเสร็จก็ลงมาจัดของ รอต้อนรับคนที่จะมาเยี่ยมบ้านเรา พอปิดร้านก็ขึ้นบ้าน อ่านหนังสือที่ระเบียง นั่งคิดไปเรื่อยๆ ว่าพรุ่งนี้จะทำเค้กอะไร แล้วก็เข้านอน ผมชอบชีวิตที่เรียบง่ายแบบนี้”







