
ศุภาลัยร่วมออสซี่ผุดโครงการอสังหาฯที่เมลเบิร์น
ศุภาลัยกระจายเสี่ยงจับมือบิ๊กอสังหาฯแดนจิงโจ้ อัดงบเบื้องต้น 1พันล้านบาท ประเดิม 2โครงการที่เมืองเมลเบิร์น
ศุภาลัยกระจายเสี่ยงจับมือบิ๊กอสังหาฯแดนจิงโจ้ อัดงบเบื้องต้น 1พันล้านบาท ประเดิม 2โครงการที่เมืองเมลเบิร์น
นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการบริษัท ศุภาลัย เปิดเผยว่าขณะนี้บริษัทฯได้เข้าไปร่วมลงทุนกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในประเทศออสเตรเลีย ชื่อบริษัท แซทเทอร์เลย์พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป (Satterley Property Group) เพื่อพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรระดับราคา10-20 ล้านบาทต่อยูนิตจำนวน 2 โครงการที่เมลเบิร์น โดยการร่วมทุนในครั้งนี้จะมีสัดส่วน 50:50 และสัดส่วน 25% ขณะโครงการดังกล่าวยังไม่ได้มีการตั้งชื่อโครงการ โดยบริษัทสนใจที่จะร่วมทุนโครงการประเภทคอนโดมิเนียมที่เมืองซิดนีย์ด้วย
"โครงการร่วมทุนครั้งนี้ถือว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงของบริษัทโดยไม่ได้มองแค่ตลาดเออีซีเท่านั้นแต่เราพิจารณาตลาดอื่นที่มีศักยภาพสูงซึ่ง ออสเตรเลียนั้นถือว่าเป็นตลาดใหญ่ที่ความต้องการที่อยู่อาศัยมีสูงมาก การเข้าไปร่วมลงทุนมีความชัดเจน เนื่องจากประเทศออสเตรเลียมีนโยบายอุดหนุนผู้ซื้อบ้านหลังแรก เป็นเงินอุดหนุนคล้ายกับนโยบายรถคันแรกในไทย และปฎิบัติอย่างต่อเนื่อง ในตลาดระดับกลางและระดับล่าง ขณะที่ ค่าเงินในออสเตรเลียไม่ผันผวน ปัญหาการคอร์รัปชั่นไม่มีการโปร่งใสทางด้านข้อมูล จึงทำให้เรากล้าตัดสินใจเข้าไปลงทุน" นายประทีปกล่าว
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้บริษัทได้เข้าลงทุนในฟิลิปปินส์ เมื่อปลายปี 2556 โดยได้ซื้ออาคารสำนักงาน พร้อมผู้เช่าเดิมซึ่งใช้เงินลงทุน 900 ล้านบาท ปัจจุบันราคาขายของอาคารดังกล่าวปรับขึ้นแล้ว10% ขณะที่อัตราผลตอบแทนหรือยิวส์ ได้อยู่ที่ 9% หรือ ปีละ 81ล้านบาท ซึ่งการเข้าไปลงทุนเพิ่มในอสังหาฯรูปแบบอื่นจำเป็นต้องศึกษาตลาดให้ดีเนื่องจากคนฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่จะไปทำงานต่างประเทศและส่งเงินกลับมาในประเทศ และอัตราดอกเบี้ยของธนาคารค่อนข้างสูงเศรษฐกิจโดยรวมไม่ได้ดีมากนัก ปัจจุบันบริษัทฯมีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศ5% จากมูลค่าทรัพย์สินบริษัททั้งหมด 3.5 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้าว่าสัดส่วนการลงทุนต่างประเทศจะไม่เกิน 10%
ด้านนายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัทศุภาลัย เปิดเผยว่า เตรียมเสนอแผนการลงทุนปี 2558 ต่อคณะกรรมการบริษัท ซึ่งเบื่องต้นตั้งเป้าการเติบโตประมาณ 15% จากปีนี้ โดยในส่วนของยอดขายเติบโต 15% จาก 2.2 หมื่นล้านบาทในปีนี้ ขณะที่รายได้ตั้งเป้าไม่ต่ำกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งจะมาจากยอดขายรอรับรู้รายได้ หรือแบ็คล็อกประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท จากแบ็คล็อกที่มีอยู่ในปัจจุบัน 4 หมื่นล้านบาท
สำหรับแผนการลงทุนพัฒนามากกว่าปี 2557 ที่ลงทุนไป 27 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยจะกระจายการลงทุนทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัด นอกจากนี้ยังเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างจังหวัดจากปัจจุบันมีอยู่กว่า 20% ของพอร์ตลงทุนทั้งหมด โดยจะเพิ่มกว่า 30% ในปีนี้
"ปัจจุบันบริษัทมีที่ดินรอพัฒนาแล้ว 30 แปลง สามารถพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่มีมูลค่ารวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท รอรับการลงทุนได้ปีครึ่งนับจากนี้"นายไตรเตชะ กล่าว
ทั้งนี้แผนการลงทุนในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ เตรียมเปิด 7 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการ 9,500 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการแนวราบ 4 โครงการ มูลค่า 2,500 ล้านบาทคอนโดมิเนียม 3 โครงการ มูลค่า 7,000 ล้านบาท ส่วนผลการดำเนินงานในปีนี้ คาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ 2.2 หมื่นล้านบาท โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายได้แล้วกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ยอดรับรู้รายได้ เชื่อว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ 2 หมื่นล้านบาทเช่นกัน โดยช่วงไตรมาส 3/57 มียอดโอนใกล้เคียงกับช่วงครึ่งปีแรกคือ 6,000 ล้านบ้าน อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/57 จะเป็นไตรมาสที่มียอดโอนมากที่สุดของปี โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนสุดท้าย(พ.ย.-ธ.ค. 2557) จะมียอดโอนโครงการคอนโดมิเนียมจากแบล็คล็อกประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท จาก 5 โครงการ นอกจากนี้ยังมีรายได้จากโครงการแนวราบเข้ามาอีกบางส่วน
ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม ศุภาลัย เวลลิงตัน 2 มูลค่าโครงการราว 3,650 ล้านบาท บนพื้นที่โครงการ 12 ไร่ ในทำเลรัชดาภิเษก ใกล้รถไฟใต้ดิน สถานีศูนย์วัฒนธรรม ประกอบด้วยอาคารสูง 14 ชั้น จำนวน 7 อาคาร ห้องชุดพักอาศัยจำนวน 1,092 ยูนิต แบบ 1-2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42-66.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นกว่า 2 ล้านบาท







