
บ้านเจ้าหญิง ของ ศศิกานต์ สิมะวรา
วันนี้มีโอกาสมาเยือนบ้านของ “ทราย-ศศิกานต์ สิมะวรา” ทายาทคนเล็กในรุ่นที่ 3 บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ)
วันนี้มีโอกาสมาเยือนบ้านของ “ทราย-ศศิกานต์ สิมะวรา” ทายาทคนเล็กในรุ่นที่ 3 บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) หรือที่รู้จักกันในผลิตภัณฑ์ยาอมแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว ซึ่งตอนนี้เธอยังมีกิจการของตัวเองชื่อ “อเธน่า คลินิก” ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) มองจากภายนอกเป็นบ้านปูนสีขาว 2 ชั้น สไตล์โมเดิร์น เหมือนบ้านเดี่ยวดาดๆ ที่เคยเห็นกันทั่วไปตามหมู่บ้านจัดสรร ทว่าหลังประตูไม้บานใหญ่ กลับถูกตกแต่งประดับประดาด้วยไม้แกะสลักสีทอง คริสตัลใสแวววาวอยู่หลายจุด เฟอร์นิเจอร์ชิ้นโตรูปทรงหรูหราราวกับเคยวางอยู่ภายในพระราชวังในต่างแดนหลุดออกมาจากแค็ตตาล็อก
ทุกห้องของบ้าน ไล่ลงมายังจุดเล็ก แต่ละซอกแต่ละมุมนั้นล้วนมีข้าวของประดับประดาไม่ให้ว่างเว้น เรียกตามประสาชาวบ้านต้องบอกว่า “บ้านแน่นจริง” หากในความแน่นนั้นมีรายละเอียดที่เจ้าของบ้านใส่ใจ และเลือกสิ่งที่ชอบที่สุดมาจับวางรวมกันได้อย่างลงตัว จนให้ความรู้สึกราวกับปราสาทของเจ้าหญิง
ศศิกานต์พาเดินชมทุกห้องของบ้าน พร้อมเล่ารายละเอียดทุกจุด ต้องบอกว่าทุกจุดจริงๆ อย่างภาพทอมือที่ใช้เวลาสร้างสรรค์นานถึง 5 ปี มีมูลค่าหลายแสนที่ติดอยู่บนผนังในห้องน้ำ ข้าวของเครื่องใช้สีทองในห้องครัว เพราะเธอบอกว่า คงไม่มีสีไหนที่อยู่กับไม้แล้วสวยเท่ากับสีทอง และเธอคงชอบมันมากจริงๆ เพราะแม้แต่ผนังปูนก็ยังมีไม้สีทองแกะสลักด้วยมือปิดทับ ตูไม้ก็ยังถูกประดับด้วยไม้แกะสลักเพิ่มมูลค่าและความงามให้กับตู้ไม้ได้อีก แม้แต่ปุ่มเปิดตู้ หัวจุกลิ้นชักต่างๆ ก็ยังมีรายละเอียด
“บ้านหลังนี้เป็นบ้านเก่าค่ะ เมื่อก่อนเราอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ที่ตึกฝั่งโรงงาน แต่เข้าจองที่ตรงนี้ขายก็เลยทุบกำแพงให้เป็นเนื้อที่เดียวกัน ญาติๆ ทางฝั่งคุณพ่อก็ย้ายกันมา ทางบ้านทรายเลือกบ้านหลังนี้เพราะเป็นหลังเล็กที่สุด เพราะเราเป็นครอบครัวเล็ก มีกัน 3 คนพ่อแม่ลูก ตอนแรกจะทุบสร้างใหม่แต่ติดเงื่อนไขอะไรหลายอย่างก็เลยตกแต่งภายในอย่างเดียว ใช้เวลานานประมาณ 2-3 ปีค่ะ เราไม่ได้รีบร้อนย้ายด้วย อีกเหตุผลเพราะรอของที่สั่งจากต่างประเทศบ้าง และที่นานก็คือไม้แกะสลัก บางชิ้นเราซื้อสำเร็จแต่บางชิ้นก็สั่งทำจึงใช้เวลานาน”
บ้านหลังนี้ศศิกานต์ตกแต่งเองทั้งหลัง แม้แต่ห้องคุณพ่อคุณแม่เธอก็ไม้เว้น “คุณพ่อคุณแม่ไม่รู้เลยค่ะว่า บ้านจะออกมาแบบไหน มีวันหนึ่งคุณพ่อมาเจอบ้านที่เคยโล่งๆ พนักงานเอาของมาส่งวางกองกลางบ้านเยอะมากก็ตกใจ นึกภาพไม่ออกว่าจะวางอะไรมุมไหนเพราะบ้านเราก็หลังแค่นี้เอง แต่ข้าวของแต่ละชิ้นใหญ่มาก ตอนที่ทรายไปเลือกซื้อของคนขายยังคิดว่าบ้านเราต้องหลังใหญ่แน่เลย พอเขาเอาโคมไฟมาติดตั้งให้ยังแอบแปลกใจที่เราเลือก แต่ทรายชอบรูปทรงแบบนี้ อยากได้โคมไฟที่ดูแล้วอลังการ ก็ติดตั้งเกือบเต็มเพดานก็สวยดีค่ะ”
ศศิกานต์แต่งบ้านหลังนี้ตั้งแต่เธออายุ 18 ปี ตอนนั้นยังเป็นนักศึกษา เลิกเรียนก็ไปเดินเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ แต่เธอโชคดีที่ได้ที่อินทีเรียร์ดีเป็นที่ปรึกษา จนสามารถนำความชอบของเธอออกมาเป็นบ้านหลังนี้ได้ “ก็ได้ไอเดียมาจากลูกพี่ลูกน้อง เราจะเปิดหนังสือวังของต่างประเทศดู สวยดีเนอะ ทรายว่าเด็กผู้หญิง ตอนเด็กๆ คงมีความฝันอยากนอนเตียงเจ้าหญิง แต่ก็ติดที่บ้านหลังเล็กมาก จะทำยังไงให้ข้างในดูดีได้บ้าง มีโจทย์กันว่า พื้นที่เล็กๆ แต่ให้สวย ดูเป็นเจ้าหญิง มีสไตล์ที่สุด ก็เลยเลียนแบบมา 2 สไตล์คือ บาร็อก กับ ร็อกโคโค แต่ไม่สุดไปทางไหนสักอย่างหนึ่ง ก็ผสมผสานกันไปตามความชอบของเรา
ตอนนั้นคิดแค่ว่า ตกแต่งทรงนี้น่าจะอยู่ได้นาน ไม่เบื่อ ทรายชอบอะไรที่เป็นคริสตัล ชอบอะไรที่แน่นๆ เยอะๆ อย่างจุดนี้โล่งๆ ขาวๆ ก็สั่งไม้แกะลายมาแปะ ที่ชอบไม้ อธิบายไม่ถูก เป็นความรู้สึกล้วนๆ ไม้ตัดทอง แค่มองความสวยก็มากเกินพอแล้ว เน้นความสวย ให้เข้าบ้านมาแล้วให้รู้ความสึกเป็นเจ้าหญิง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเลือกเองหมดเลย ดูหนังสือแบบวังต่างประเทศไปคร่าวๆ เราคิดภาพออกเลยว่า มุมนี้ล็อกนี้จะใส่อะไร คิดคำนวณไปให้ทางร้านแนะนำ ที่ร้านก็จินตนาการว่าบ้านหลังใหญ่มาก (หัวเราะ) แต่พอมาติดก็ตกใจ บ้านแน่นจริงๆ แน่นทุกจุด ถ้าคนไม่ชินจะบอกว่าอึดอัด แบบนี้ไม่ใช่ทุกคนจะอยู่ได้”
นอกจากเฟอร์นิเจอร์ชิ้นโต ยังมีของชิ้นเล็ก เป็นตุ๊กตายาโดร (Lladro) วางประดับอยู่หลายมุมของบ้าน บางชิ้นเป็นลิมิเต็ด มีเพียง 3,000 ชิ้น ในโลกเท่านั้น “ชอบมากค่ะ เป็นของสะสม ตุ๊กตายาโดรมันเหมือนมีชีวิต ชอบตั้งแต่ยังเด็กอยู่เลยค่ะ ทุกตัวแกะสลักปั้นด้วยมือ กลีบดอกไม้เหมือนจริงมาก มันสวย ถ้าไม่มีของตกแต่งบ้านแบบนี้บ้านจะดูแข็งทื่อไปหมด แต่พอมียาโดรมาวาง ให้ฟิลลิ่งซอฟต์ลง เป็นอะไรที่ตัดกันแล้วดูสวย”
ห้องนอนเป็นอีกไฮไลต์หนึ่งที่ศศิกานต์ภูมิใจ “ห้องนอนได้วางเตียงแบบเจ้าหญิงสมใจ มีเสา 4 ต้น มีผ้าม่านคลุม แต่มีความผิดพลาดนิดหนึ่ง เพราะห้องค่อนข้างแคบ แล้วทรายใส่รายละเอียดตรงเพดานของห้องนอน ใช้ไม้แกะที่แกะมือทุกชิ้นประดับ แต่พอเตียงไปวางปุ๊บปิดหมดเลย (หัวเราะ) แต่ถ้าเอาเตียงออกเป็นเตียงธรรมดาก็ไม่เป็นเจ้าหญิงแบบที่เราต้องการ ช่างมันเราเห็นของเรามองทะลุเตียงไปเห็นคนเดียว (หัวเราะ)”
บนชั้นสองของบ้าน แบ่งเป็นสองฝั่ง คือห้องนอนห้องแต่งตัวของศศิกานต์ อีกฝั่งของคุณพ่อคุณแม่ที่มีไม้แกะเป็นอักษรตัวเอสเอ็น ส่วนฝั่งของเธอเป็นตัวเอส “ทรายจัดการเองหมดค่ะ แม้แต่โคมไฟในห้องคุณพ่อคุณแม่ก็เลือกเอง แต่ห้องที่ทรายอยู่บ่อยอยู่นานที่สุดจะเป็นห้องแต่งตัว บนโต๊ะเครื่องแป้งจะมีถาดหวีแบบเจ้าหญิง เป็นความตั้งใจเลย (หัวเราะ) ที่อยู่ห้องนี้นานเพราะถ้าทรายไม่อาบน้ำจะไม่ขึ้นเตียงนอนเด็ดขาด พอตื่นก็มาห้องนี้ไม่งั้นก็ลงไปข้างล่าง ห้องนอนสวยมากชอบมากแต่ก็อยู่เฉพาะเวลานอน เพราะเวลาดูหนังก็จะอยู่ห้องนั่งเล่นกับคุณพ่อคุณแม่”
บ้านหลังนี้ตกแต่งออกมาได้สมดังใจศศิกานต์ เพราะเธอบอกว่า ไม่ว่าบ้านจะหลังใหญ่แค่ไหนก็ตาม หากเข้ามาในบ้านแล้วไม่มีความสุข ไม่อบอุ่น ไม่อยู่กันพร้อมหน้า บ้านก็เงียบเหงา สู้ทำบ้านให้มีความสุขดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามเธอยังทิ้งท้ายไว้ว่า ถ้าจะให้ตกแต่งดังใจสุดๆ ภายนอกบ้านอยากได้เสาแบบปราสาท ถ้าจะมีบ้านหลังใหม่เธอจะทำแน่นอน แต่ยังเน้นว่าบ้านยังหลังเล็กแต่ข้างในสวยแน่นเหมือนเดิม







