
ทายาท "ปริญสิริ" สั่งลุยบ้านหรู
เปิดตัวทายาท "ปริญสิริ" ต่อยอดแบรนด์หวนคืนบ้านหรู
เปิดตัวทายาท "ปริญสิริ" ต่อยอดแบรนด์หวนคืนบ้านหรู
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
แม้จะดูเหมือนเงียบหายไปนาน แต่ค่ายปริญสิริ หนึ่งในผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายกลางที่ยังเดินหน้าเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ต่อเนื่อง พร้อมกับการที่ สิริลักษณ์ โกวิทจินดาชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปริญสิริ เริ่มดึงเลือดใหม่ “บอล-ปริญญา โกวิทจินดาชัย” ทายาทเพียงคนเดียวเข้ามาร่วมต่อยอดแบรนด์ “ปริญสิริ” ให้มีแนวทางใหม่ๆ ในการสร้างการเติบโต
ปริญญา กล่าวว่า เริ่มเข้ามาร่วมงานในปริญสิริประมาณ 4 ปีแล้ว โดยเริ่มเรียนรู้งานในองค์กรตั้งแต่ตำแหน่งงานระดับล่างจนปัจจุบันนั่งเก้าอี้ “ผู้จัดการพัฒนาธุรกิจ” (Business Development) ซึ่งมี โปรเจกต์มาสเตอร์พีซอย่าง “ปริญญ์ สาทร-ราชพฤกษ์” เป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรู ระดับราคา 10 ล้านบาท ขึ้นไป ที่กลุ่มปริญสิริหวนกลับมาพัฒนาอีกครั้ง หลังจากเคยทำตลาดนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว แล้วขยับลงมาทำตลาดบ้านระดับกลางต่ำกว่า 10 ล้านบาท
“ตลาดบ้านหรูแม้จะเป็นตลาดนิช มาร์เก็ตมากๆ แต่ก็เป็นตลาดที่มีความต้องการต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากสามารถพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการในการอยู่อาศัยของคนกลุ่มนี้ได้ เชื่อว่าจะยังขายได้ ซึ่งนับจากนี้ปริญสิริจะขยับขึ้นมาทำบ้านระดับบนมากขึ้น”
นั่นจึงเป็นที่มาของการกลับมาบุกตลาดบ้านหรูของกลุ่มปริญสิริอีกครั้ง ผ่านมุมมองการพัฒนาของทีมคนรุ่นใหม่ที่มองว่า นอกจากเรื่องทำเลที่เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยแล้ว “พื้นที่สีเขียว” จะเป็นสิ่งที่คนเมืองยุคใหม่ถวิลหา จึงนำร่องพัฒนาบ้านเดี่ยว “ปริญญ์ สาทร-ราชพฤกษ์” ให้อยู่ภายใต้แนวคิดใหม่ “ออกซิเจน คอมมูนิตี้” สร้างชุมชนสีเขียวในแบบที่เป็นไปได้จริง พร้อมกับรีดีไซน์ (Re-Design) ฟังก์ชั่นบ้านใหม่จาก “ทรงสี่เหลี่ยม” มาเป็น “แอล เชป” (L Shape) เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับตัวบ้าน
ปริญญา กล่าวว่า หากเป็นบ้านเดี่ยวทรงสี่เหลี่ยม พื้นที่สวนหลักๆ จะอยู่บริเวณหน้าบ้านกับรอบบ้าน ซึ่งจากการสำรวจพฤติกรรมการอยู่อาศัยจริงของผู้ที่อยู่บ้านเดี่ยวแล้วกลับพบว่า ส่วนใหญ่ไม่กล้าใช้งานพื้นที่สวนหน้าบ้าน เพราะคนจะมองจากข้างนอกมาเห็น ไม่เป็นส่วนตัว พื้นที่สวนหน้าบ้านจึงใช้ประดับพื้นที่บ้าน แต่ไม่ค่อยใช้งานได้จริง แต่ถ้าย้ายพื้นที่บางส่วนของตัวบ้านไปอยู่อีกฝั่งของตัวบ้าน ให้ตัวบ้านกลายเป็นรูปตัวแอล ก็จะมีพื้นที่นอกตัวบ้านตามแนวตัวแอลที่สามารถนำมาทำเป็นสวนขนาดย่อมๆ หรือลานอเนกประสงค์ ขนาดพื้นที่รวม 30-50 ตารางเมตร (ตร.ม.) พร้อมกับนำพื้นที่เหล่านี้ไปอยู่ด้านหลังของบ้าน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริง ซึ่งเท่าที่ทดลองเปิดขายโครงการดังกล่าว ได้รับการตอบรับที่ดีมาก
โครงการปริญญ์ สาทร-ราชพฤกษ์ อยู่บนพื้นที่ 55 ไร่ เป็นบ้านเดี่ยว จำนวน 169 ยูนิต ระดับราคา 9-30 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าโครงการรวม 2,400 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 22 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าขาย 300 ล้านบาท ซึ่งนับจากนี้ปริญสิริจะใช้ แนวคิด “ออกซิเจน คอมมูนิตี้” และบ้านแอล เชป กับโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดใหม่ๆ โดยเฉพาะกับบ้านแฝด หากใช้แอล เชป ที่ให้พื้นที่สวนหลังบ้านหันหน้าเข้าหากัน 4 หลัง จะทำให้มีพื้นที่สีเขียวบริเวณนั้นๆ มากขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นจุดเด่นที่สร้างความแตกต่างให้กับโครงการได้
ขณะที่แผนในปี 2558 ทายาทปริญสิริ กล่าวว่า จะมีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดโครงการขนาดใหญ่ คล้ายๆ กับเมืองที่อยู่อาศัยแบบมิกซ์ยูส “ศาลายา โปรเจกต์” คิดเป็นมูลค่าโครงการรวม 3,500 ล้านบาท ประกอบด้วย คอนโดมิเนียมเซลส์ ศาลายา 11 อาคารโลว์ไรซ์ (8 ชั้นต่ออาคาร) ราคาเริ่มต้นประมาณ 1.5 ล้านบาท บ้านเดี่ยว ซิตี้ เซนส์ ศาลายา และบ้านเดี่ยวระดับกลาง ไอคอนเนเจอร์ ศาลายา อีกทั้งยังเตรียมเปิดอีก 1 โครงการเป็นบ้านแนวราบย่านพระราม 2-ท่าข้าม มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท
เป้าหมายในการทำตลาดปีหน้า ปริญสิริจะมีความเคลื่อนไหวทั้งการเปิดตัวโครงการใหม่ และการกลับมา สร้างแบรนด์อีกครั้ง โดยจะสื่อถึงความเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวให้ชัดเจนขึ้น ส่วนการเติบโตยังคงมองแบบ ค่อยเป็นค่อยไป เฉลี่ยปีละ 10-15% n







