
มหกรรมบ้านครั้งที่31คนเดินงานลดแต่ยอดขายเพิ่ม
งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 31 ยอดคนเดินงานลด 20% แต่ยอดจองภายในงานเพิ่ม 20% คอนโดมิเนียมครองแชมป์ยอดขายสูงสุด
งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 31 ยอดคนเดินงานลด 20% แต่ยอดจองภายในงานเพิ่ม 20% คอนโดมิเนียมครองแชมป์ยอดขายสูงสุด
นายปรีชา กุลไพศาลธรรม ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 31 เปิดเผยว่าการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 31 เมื่อวันที่ 9-12 ต.ค. ที่ผ่านมามียอดผู้เข้าชมงานตลอด 4 วัน จำนวน 8-9 หมื่นคน เมื่อเปรียบเทียบกับครั้งก่อนที่มีกว่า 1 แสนคน ถึงแม้ว่าการจัดงานครั้งนี้จำนวนผู้ชมงานจะลดลง 20% เนื่องจากในช่วงเดียวกันภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีเพียงงานมหกรรมฯบ้านคร้ั้งที่ 31 ต่างกับการจัดงานหลายครั้งที่ผ่านมา จะมีพันธมิตรอื่นร่วมจัดงานภายในศูนย์สิริกิติ์ด้วย แต่อย่างไรก็ตามยอดจองซื้อที่อยู่อาศัยภายในงานครั้งนี้ไม่ได้ลดลงแต่กลับเพิ่มขึ้นกว่า 20 %
ด้านยอดขายในงานโครงการที่อยู่อาศัยที่ได้รับความสนใจจองซื้อมากที่สุด เมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตที่จองซื้อในงานมหกรรมฯ ครั้งที่ 31 ยังคงเป็นสินค้าประเภท คอนโดมิเนียม 75.89 % รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยว 14.12% ทาวน์เฮ้าส์ 8.47 % ที่เหลือเป็นสินค้าประเภทบ้านแฝดและอื่นๆ ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน และคาดว่าหลังจากจบงานจะมียอดขายตามมาอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อรวมกับยอดขายในงานไม่น่าจะต่ำกว่า 4,500 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามการจัดงานครั้งนี้ได้มีการตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่ายอดคนเดินในงานจะลดลง แต่ยอดขายกลับไม่ได้ลดลงและมีอัตราเติบโตกว่าครั้งที่แล้ว แสดงว่ากลุ่มคนเดินงานเป็นกลุ่มคนที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ย่อมเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความมั่นใจต่อสภาพตลาดและความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคได้ทางหนึ่ง นอกจากนี้ผู้ประกอบการที่มาร่วมออกบูธ ต่างแข่งขันกันจัดแคมเปญลดแลกแจกแถมและนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษมาสร้างแรงดึงดูดความสนใจของลูกค้ากันอย่างคึกคัก รวมถึงงัดกลยุทธ์ด้านการให้บริการสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่างๆ เป็นอีกปัจจัยที่สามารถสร้างแรงจูงใจลูกค้าให้เกิดการตัดสินใจซื้ออีกทางหนึ่งด้วย
ขณะที่ผู้เข้าชมงานกว่า 43% เป็นผู้ที่เคยมาเข้าชมงานในครั้งก่อน และอีกประมาณ 57% เป็นผู้เข้าชมงานมหกรรมเป็นครั้งแรก ผู้เข้าชมงานกว่า 55% มีอาชีพเป็นพนักงานเอกชน รองลงมาอาชีพเจ้าของกิจการ 12% ที่เหลือมีอาชีพรับราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจและค้าขายอิสระในสัดส่วนใกล้เคียงกัน
ทางด้านรายได้ส่วนตัวต่อเดือน พบว่าส่วนใหญ่มีรายได้อยู่ระหว่างไม่เกิน 3 หมื่นบาท 43% มีรายได้ระหว่าง 3 หมื่น – 5 หมื่นบาท 31% และมีรายได้เกิน 5 หมื่นบาท 10 % นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานส่วนใหญ่ 87% ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ โดยมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร กว่า 61% รองลงมา นนทบุรี ประมาณ 11% และ 5 จังหวัดปริมณฑล ประมาณ 6% ลักษณะที่อยู่อาศัยในปัจจุบันของผู้เข้าชมงานส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยว 36% ทาวน์เฮ้าส์ 17% คอนโดมิเนียม 16% ที่เหลือเป็นหอพัก, แฟลต, อพาร์ทเม้นท์ ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ 4-6%
ส่วนประเภทที่อยู่อาศัยที่จะซื้อในอนาคต 87% ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ และ 13% เป็นบ้านมือ 2 ระยะเวลาที่ต้องการซื้อในอนาคต 1-2 ปี 24% ระยะเวลา 6-12 เดือน 18% และระยะเวลา 1-3 เดือน 15% ด้านผลสำรวจงบประมาณในการซื้อที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทเรียงลำดับตามความต้องการ ระดับราคา 1-2 ล้านบาท 36% ราคา 2-3 ล้านบาท 26% ราคา 3-4 ล้านบาท 15% และราคา 4-6 ล้านบาท 10% และราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท 8%







