
การเคหะเตรียมปรับราคาบ้านเอื้อฯ
การเคหะแห่งชาติดีเดย์ปรับราคาบ้านเอื้ออาทรครั้งแรกรอบ7ปี วันที่ 1 ก.ค.นี้ในอัตรา 2-10% พร้อมเตรียมจัดงานระบายสต๊อกเก่า
การเคหะแห่งชาติดีเดย์ปรับราคาบ้านเอื้ออาทรครั้งแรกรอบ7ปี วันที่ 1 ก.ค.นี้ในอัตรา 2-10% พร้อมเตรียมจัดงานระบายสต๊อกเก่า
นายสุชาติ ศิริโยธิพันธุ์ ผู้ว่าการ การเคหะแห่งชาติ(กคช.) เปิดเผยว่ามีแผนจะปรับราคาขายบ้านเอื้ออาทร จากเดิม 390,000 บาทต่อหน่วย ขึ้นอีก 2-10% ใน 50โครงการบ้านเอื้อฯ จาก 300 โครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 53 โดยหลักในการพิจาณาการปรับขึ้นราคาในแต่ละโครงการนั้น กคช.จะพิจารณาปรับราคาบ้านใน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มโครงการที่มียอดขายแล้ว80% ขึ้นไปจะปรับขึ้นราคาตั้งแต่ 3-10% โครงการที่มียอดขาย60% ขึ้นไปแต่ไม่เกิน80%จะพิจารณาปรับขึ้นราคา ไม่เกิน 5% ส่วนโครงการที่มียอดขายไม่ถึง 60% จะไม่มีการปรับราคาขาย โดยโครงการที่จะปรับราคาขึ้นสูงถึง 10% จะเป็นโครงการในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ จ. ภูเก็ต
สำหรับความคืบหน้าในการขายในปี งบประมาณ 2553 ตั้งเป้ายอดขายไว้ รวม 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ในโครงการบ้านเอื้อฯ เป็นบ้านเอื้อ 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งทำได้แล้ว 1.1 หมื่นล้านบาท คาดว่าปีนี้จะมีกำไร 500-600 ล้านบาท ล่าสุดจะเปิดจองโครงการสำหรับผู้มีรายได้น้อยและโครงการพิเศษ ระหว่างวันที่ 11-20 มิ.ย. 2553 โดยได้เปิดขายโครงการบ้านเอื้ออาทร ทั่วประเทศรวม 165 โครงการ จำนวน 3.8 หมื่นกว่ายูนิต และนำที่อยู่อาศัยในโครงการเคหะชุมชน ที่มีอยู่ 72 โครงการจำนวน 3,325 หน่วยมาลดราคา 5-50 % เป็นการขายตามสภาพ พร้อมกับ เปิดโครงการพิเศษ 2 โครงการ จำนวน 1,440 ได้แก่โครงการการ์เด้นวิลล์ บางปู เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น ขนาด 24 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 1.85 ล้านบาท โครงการกรีนเพลส ปากเกร็ดระยะที่ 1 อาคารชุด 8 ชั้น 9 อาคาร ราคา 6 แสน-7.8 แสนบาท ซึ่งทั้งสองโครงการมียอดขายแล้ว 20%
ขณะเดียวกันมีแผนจะเปิดตัวอีก 2 โครงการคือ ร่มเกล้า พาร์ควิลล์ และร่มเกล้า กรุงกรีฑา ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ ราคา 2.8-6.5 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับแบบก่อสร้าง คาดว่าในงานดังกล่าวจะสร้างยอดขายได้ 8,000-1 หมื่นหน่วย สำหรับในปีงบประมาณ 2554 กคช.ได้ของบรัฐบาลไป 3,600 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ปัจจุบันภาระหนี้ของกคช.เหลืออยู่ 6.9 หมื่นล้านบาท ปัจจุบัได้ชำระหนี้ล่วงหนี้ของปี 2554 ไปแล้วอีก 2,700 ล้านบาท
ด้านนายศิริโรจน์ ชาวปากน้ำ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีลูกค้าที่ซื้อบ้านเอื้ออาทรครบกำหนด 5 ปี ซึ่งจะต้องรับโอนบ้านจาก กคช.แล้วตามข้อกำหนดของโครงการบ้านเอื้ออาทร จำนวน6,000 หน่วย ซึ่งขณะนี้กลุ่มลูกค้าดังกล่าวมีการรับโอนบ้านจากกคช.แล้ว 4,800 หน่วย คงเหลือจำนวนที่ยังไม่เข้ามารับโอนจำนวน1,200 หน่วย ทั้งนี้ปัญหาการโอนดังกล่าวที่ลูกค้ายังไม่เข้ามารับโอนบ้านตามกำหนดนั้น ส่วนหนึ่งมีปัญหาจากมีการย้ายที่อยู่อาศัยทำให้เกิดปัญหาการติดต่อ แต่ปัญหาหลักๆ ที่ทำให้ลูกค้ายังชะลอการเข้ามารับโอน คือ ปัญหาที่เกิดจากภาระค่าธรรมเนียมการประเมินราคาบ้านเอื้อฯ ซึ่งธนาคารจะเก็บเงินจากลูกค้ารายละ2,000 บาทต่อหน่วย
“ราคา3.9แสนบาท นั้นเป็นราคาที่ผ่านการประเมินหรือกำหนดมาแล้วตามมติครม. ปี46 ดังนั้นแบงก์ไม่ควรที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม2,000 บาทต่อราย 6,000 รายก็ 12 ล้านบาทที่แบงก์จะได้ไป”
นายศิริโรจน์ กล่าวว่า เมื่อล็อตแรก 6,000 รายที่ครบกำหนดโอน 5 ปีตามเงื่อนไข ยังมีจำนวนบ้าน ที่เหลือกว่า 2 แสนหน่วยที่ต้องโอนและต้องจ่ายเงิน 2,000 บาทค่าดำเนินการประเมินที่ทางธนาคารเรียกเก็บกับลูกค้า ซึ่งถือว่าเป็นภาระของผู้บริโภค แต่เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวจะนำเรื่องนี้เสนอต่อผู้ว่ากคช.ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของธนาคารอาคารสงเคราะห์เพื่อพิจารณาหาทางแก้ไข







