posttoday
การเคหะเตรียมปรับราคาบ้านเอื้อฯ

การเคหะเตรียมปรับราคาบ้านเอื้อฯ

03 มิถุนายน 2553

การเคหะแห่งชาติดีเดย์ปรับราคาบ้านเอื้ออาทรครั้งแรกรอบ7ปี วันที่ 1 ก.ค.นี้ในอัตรา 2-10% พร้อมเตรียมจัดงานระบายสต๊อกเก่า 

การเคหะแห่งชาติดีเดย์ปรับราคาบ้านเอื้ออาทรครั้งแรกรอบ7ปี วันที่ 1 ก.ค.นี้ในอัตรา 2-10% พร้อมเตรียมจัดงานระบายสต๊อกเก่า 

นายสุชาติ ศิริโยธิพันธุ์ ผู้ว่าการ การเคหะแห่งชาติ(กคช.)  เปิดเผยว่ามีแผนจะปรับราคาขายบ้านเอื้ออาทร จากเดิม 390,000 บาทต่อหน่วย ขึ้นอีก 2-10% ใน 50โครงการบ้านเอื้อฯ  จาก  300 โครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 53  โดยหลักในการพิจาณาการปรับขึ้นราคาในแต่ละโครงการนั้น กคช.จะพิจารณาปรับราคาบ้านใน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มโครงการที่มียอดขายแล้ว80%  ขึ้นไปจะปรับขึ้นราคาตั้งแต่  3-10%  โครงการที่มียอดขาย60% ขึ้นไปแต่ไม่เกิน80%จะพิจารณาปรับขึ้นราคา ไม่เกิน 5%  ส่วนโครงการที่มียอดขายไม่ถึง 60% จะไม่มีการปรับราคาขาย โดยโครงการที่จะปรับราคาขึ้นสูงถึง 10%  จะเป็นโครงการในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ จ. ภูเก็ต

การเคหะเตรียมปรับราคาบ้านเอื้อฯ ภาพประกอบข่าว

สำหรับความคืบหน้าในการขายในปี งบประมาณ 2553  ตั้งเป้ายอดขายไว้ รวม  2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ในโครงการบ้านเอื้อฯ เป็นบ้านเอื้อ 1.6 หมื่นล้านบาท  ซึ่งทำได้แล้ว 1.1 หมื่นล้านบาท   คาดว่าปีนี้จะมีกำไร   500-600 ล้านบาท ล่าสุดจะเปิดจองโครงการสำหรับผู้มีรายได้น้อยและโครงการพิเศษ ระหว่างวันที่ 11-20 มิ.ย. 2553 โดยได้เปิดขายโครงการบ้านเอื้ออาทร ทั่วประเทศรวม 165 โครงการ จำนวน 3.8 หมื่นกว่ายูนิต   และนำที่อยู่อาศัยในโครงการเคหะชุมชน ที่มีอยู่  72 โครงการจำนวน 3,325 หน่วยมาลดราคา 5-50 %  เป็นการขายตามสภาพ    พร้อมกับ เปิดโครงการพิเศษ 2 โครงการ จำนวน 1,440 ได้แก่โครงการการ์เด้นวิลล์ บางปู เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น ขนาด 24 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น  1.85 ล้านบาท   โครงการกรีนเพลส ปากเกร็ดระยะที่ 1 อาคารชุด 8 ชั้น 9 อาคาร ราคา 6 แสน-7.8 แสนบาท ซึ่งทั้งสองโครงการมียอดขายแล้ว 20% 

ขณะเดียวกันมีแผนจะเปิดตัวอีก 2 โครงการคือ ร่มเกล้า  พาร์ควิลล์ และร่มเกล้า กรุงกรีฑา ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ ราคา 2.8-6.5 ล้านบาท  ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับแบบก่อสร้าง คาดว่าในงานดังกล่าวจะสร้างยอดขายได้ 8,000-1 หมื่นหน่วย      สำหรับในปีงบประมาณ 2554 กคช.ได้ของบรัฐบาลไป 3,600 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา  ปัจจุบันภาระหนี้ของกคช.เหลืออยู่ 6.9  หมื่นล้านบาท  ปัจจุบัได้ชำระหนี้ล่วงหนี้ของปี  2554 ไปแล้วอีก  2,700 ล้านบาท

ด้านนายศิริโรจน์ ชาวปากน้ำ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.)  กล่าวว่า ปัจจุบันมีลูกค้าที่ซื้อบ้านเอื้ออาทรครบกำหนด 5 ปี ซึ่งจะต้องรับโอนบ้านจาก กคช.แล้วตามข้อกำหนดของโครงการบ้านเอื้ออาทร จำนวน6,000 หน่วย ซึ่งขณะนี้กลุ่มลูกค้าดังกล่าวมีการรับโอนบ้านจากกคช.แล้ว  4,800 หน่วย  คงเหลือจำนวนที่ยังไม่เข้ามารับโอนจำนวน1,200 หน่วย    ทั้งนี้ปัญหาการโอนดังกล่าวที่ลูกค้ายังไม่เข้ามารับโอนบ้านตามกำหนดนั้น ส่วนหนึ่งมีปัญหาจากมีการย้ายที่อยู่อาศัยทำให้เกิดปัญหาการติดต่อ  แต่ปัญหาหลักๆ ที่ทำให้ลูกค้ายังชะลอการเข้ามารับโอน คือ ปัญหาที่เกิดจากภาระค่าธรรมเนียมการประเมินราคาบ้านเอื้อฯ ซึ่งธนาคารจะเก็บเงินจากลูกค้ารายละ2,000 บาทต่อหน่วย

“ราคา3.9แสนบาท นั้นเป็นราคาที่ผ่านการประเมินหรือกำหนดมาแล้วตามมติครม. ปี46  ดังนั้นแบงก์ไม่ควรที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม2,000 บาทต่อราย 6,000 รายก็ 12 ล้านบาทที่แบงก์จะได้ไป”

นายศิริโรจน์ กล่าวว่า เมื่อล็อตแรก 6,000 รายที่ครบกำหนดโอน 5 ปีตามเงื่อนไข ยังมีจำนวนบ้าน ที่เหลือกว่า 2 แสนหน่วยที่ต้องโอนและต้องจ่ายเงิน 2,000 บาทค่าดำเนินการประเมินที่ทางธนาคารเรียกเก็บกับลูกค้า ซึ่งถือว่าเป็นภาระของผู้บริโภค แต่เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวจะนำเรื่องนี้เสนอต่อผู้ว่ากคช.ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของธนาคารอาคารสงเคราะห์เพื่อพิจารณาหาทางแก้ไข

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท