posttoday
10 ทำเลทอง คอนโดบูมโค้งท้าย

10 ทำเลทอง คอนโดบูมโค้งท้าย

15 กันยายน 2557

เปิด 10 ทำเลทอง บูมคอนโดโค้งท้ายปี 2557

เปิด 10 ทำเลทอง บูมคอนโดโค้งท้ายปี 2557

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

ตลาดคอนโดมิเนียมที่กลับมาร้อนฉ่าในช่วง 4 เดือนสุดท้าย หลังจากอั้นการเปิดตัวโครงการใหม่ตั้งแต่เกิดความวุ่นวายทางการเมือง โดยนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้มาร์เก็ตติ้ง ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ คาดว่าจะมีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่เฉพาะของผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่ต่ำกว่า 50 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมๆ แล้วกว่า 5 หมื่นล้านบาท ยังไม่นับรวมโครงการของผู้ประกอบการรายเล็ก เป็นผลให้ 10 ทำเลทองที่จะกล่าวถึงนี้กลับมาคึกคีกรอบใหม่ ทั้งในแง่การปักธงเปิดตัวโครงการใหม่ของผู้ประกอบการ และการได้รับความสนใจจากผู้บริโภค เริ่มจาก

โซน A สาทร–บางรัก

เป็นทำเลศูนย์กลางธุรกิจ ที่มีทั้งความต้องการทั้งจากคนไทยและต่างชาติ โดยอุปทานห้องชุดของย่านนี้มีเพียง 5% ของห้องชุดทั้งหมดในกรุงเทพฯ และเป็นอีกหนึ่งทำเลที่ที่ดินเพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียมหายากขึ้น โดยปัจจุบันราคาขายเฉลี่ยในย่านนี้อยู่ที่ 1.44 แสนบาทต่อตร.ม. ซึ่งปรับขึ้น 11% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยบริเวณที่เด่นสุดในโซนนี้ คือ ย่านศาลาแดง สีลมตอนต้นที่ใกล้สวนลุมพินี และแยกนราธิวาสตัดกับสาทรและสีลม เพราะใกล้ทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอส ใกล้รถไฟใต้ดิน และห้างสรรพสินค้าต่างๆ ซึ่งนอกจากจะมีโครงการของกลุ่มเมเจอร์ ดีเวลอปเม้นท์ที่เปิดขายอยู่ในปัจจุบันแล้ว ในช่วงปลายปีนี้ กลุ่มเอสซี แอสเสท ยังเตรียมเปิดตัวโครงการหรูในย่านนี้ด้วย

โซน B ปทุมวัน–ราชเทวี

คอนโดมิเนียมในทำเลนี้มีความหลากหลายเรื่องของราคาและสินค้ามากกว่าโซน A แต่โซน B ถือเป็นโซนซูเปอร์ไพร์ม หรือจะเรียกว่าร้อนแรงที่สุดของคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.39 แสนบาทต่อตร.ม. เฉลี่ยแล้วปรับขึ้นประมาณ 15% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากทำเลโซนนี้กินวงกว้างจากพระราม 4 วิทยุ หลังสวน เพลินจิต ราชเทวี และสุขุมวิทตอนต้น ซึ่งในแง่ความสะดวกสบายในการเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ถือว่าโซนนี้มีความโดดเด่นมาก จึงไม่แปลกที่จะเป็นโซนซูเปอร์ไพร์มของกรุงเทพฯ โดยบริเวณที่เด่นสุดในโซนนี้ คือ ย่านหลังสวน และเพลินจิต เพราะมีอุปทานห้องชุดเสนอขายไม่มากนัก เหมาะทั้งการซื้อเพื่ออยู่เอง และซื้อเพื่อลงทุน

โซน C วัฒนา–คลองเตย

บริเวณนี้ครอบคลุมตั้งแต่อโศก ถึง เอกมัย ซึ่งเป็นทำเลที่ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นให้ความนิยมอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก เพราะนอกจากจะเดินทางสะดวกแล้ว ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น โรงเรียน ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของชาวต่างชาติ จึงทำให้ย่านนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายย่อยในการซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อลงทุน ซึ่งมั่นใจได้ว่า โซนนี้ยังเป็นที่นิยมต่อเนื่อง โดยราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 1.34 แสนบาทต่อตร.ม. และบริเวณที่เด่นสุดในโซนนี้ คือ สุขุมวิท 39 ทองหล่อ

โซน D พระโขนง–สวนหลวง–แบริ่ง

โซนนี้ถือว่าเป็นโซนที่มีจำนวนห้องชุดมากที่สุดในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนมากถึง 20% ของห้องชุดทั้งหมด เนื่องจากเป็นบริเวณส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้า ราคาที่ดินยังไม่สูงมาก และมีที่ดินให้พัฒนาโครงการขนาดใหญ่จำนวนมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่การที่โซนนี้มีอุปทานห้องชุดจำนวนมาก ทำให้การแข่งขันสูง และโดยภาพรวมของทำเลนี้เหมาะกับการอยู่อาศัย แต่หากจะซื้อเพื่อการลงทุน ควรเน้นที่ติดสถานีรถไฟฟ้าเป็นหลัก โดยบริเวณที่เด่นสุดของโซนนี้ คือ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช และสถานีบางจาก เพราะอยู่ใกล้แหล่งชุมชน ห้างสรรพสินค้า และใกล้สถานีแบริ่ง เพราะจะมีความต้องการจากชาวสมุทรปราการที่ต้องการอยู่ใกล้เมือง

โซน E พญาไท–รัชดาภิเษก

ทำเลนี้ครอบคลุมพหลโยธิน จตุจักร ลาดพร้าวตอนต้น รัชดาภิเษก และพระราม 9 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโซนที่มีอุปทานห้องชุดจำนวนมากเป็นอันดับต้นๆ รองจากโซน D ราคาขายเฉลี่ย 6 หมื่นบาท – 1.5 แสนบาทต่อตร.ม. โดยบริเวณที่เด่นสุดของโซนนี้ คือ พหลโยธินตอนต้น แม้ราคาจะสูง แต่เดินทางสะดวก ใกล้ย่านชุมชนเก่า และรัชดา-พระราม 9 เป็นบริเวณที่ต้องจับตามองมาก เพราะจะมีอาคารสำนักงานเกิดใหม่ในอนาคตจำนวนมาก มีห้างสรรพสินค้า ซึ่งอาจจะกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยแห่งใหม่

โซน F ยานนาวา–บางคอแหลม–คลองสาน

ครอบคลุมทำเลพระราม 3 – เจริญกรุง และเจริญนคร แม้ว่าจะไม่ได้ใกล้รถไฟฟ้า แต่มีจุดเด่นในเรื่องความใกล้แม่น้ำ ราคาขายยังไม่สูงมาก เฉลี่ยอยู่ที่ 8.6 หมื่นบาทต่อตร.ม. แต่หากติดริมแม่น้ำมากๆ ราคาขายเฉลี่ยจะขยับขึ้นไปถึง 1 แสนบาทต่อตร.ม. ซึ่งในระยะสั้นเหมาะกับการซื้ออยู่อาศัย เพราะหากซื้อลงทุน เหมาะกับการลงทุนระยะยาว

โซน G ลาดพร้าว–วังทองหลาง

ครอบคลุมบริเวณลาดพร้าว เลียบทางด่วน จนถึง รามอินทรา คอนโดมิเนียมโซนนี้จะเป็นโครงการใหญ่ มีจำนวนห้องชุดมาก รองรับกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง ลูกค้าหลัก คือ คนท้องถิ่นที่อยู่อาศัยในย่านนั้น ราคาขายเฉลี่ย 5.9 หมื่นบาทต่อตร.ม. ซึ่งราคาขายยังไม่สูงมาก แต่มีโอกาสที่ดีในอนาคตจากโครงการถไฟฟ้าสายสีชมพู

โซน H ธนบุรี–ราชพฤกษ์–เพชรเกษม–สุขสวัสดิ์–พระราม 2

เนื่องจากบริเวณนี้มีรถไฟฟ้าทั้งบีทีเอส ส่วนต่อขยายที่สร้างเสร็จแล้ว และเอ็มอาร์ทีสายสีน้ำเงินที่กำลังก่อสร้าง จึงเรียกได้ว่า 2-3 ปีที่ผ่านมาเป็นโซนที่มีอุปทานเติบโตมากที่สุด แต่หากดูในเรื่องราคาเฉลี่ยไม่ได้ขยับตัวมาก ประมาณ 7.6 หมื่นบาทต่อตร.ม. เพราะคอนโดฯ เปิดใหม่จะขยับออกนอกเมือง โดยโซนนี้บริเวนที่เด่นสุด คือ ใกล้สถานีตลาดพลู สถานีบางหว้า ส่วนบริเวณสุขสวัสดิ์ และประชาอุทิศก็มีความน่าสนใจ เพราะเป็นย่านชุมชนเก่าแก่ที่จะมีการขยายตัว

โซน I ติวานนท์–รัตนาธิเบศร์

ย่านนี้จะคล้ายกับโซน H ที่มีปัจจัยเรื่องส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า จึงมีอุปทานห้องชุดสูงเป็นอันดับสามของกรุงเทพฯ ราคาขายเฉลี่ย 6.5 หมื่นบาทต่อตร.ม. ขยับขึ้น 25% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นทำเลที่เหมาะกับการซื้อเพื่ออยู่เอง ส่วนการซื้อเพื่อลงทุน แม้จะมีโอกาส แต่จะมีคู่แข่งจำนวนมาก

โซน J แจ้งวัฒนะ–ปากเกร็ด

ราคาคอนโดมิเนียมโซนนี้ไม่สูงมาก เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5.8 หมื่นบาทต่อตร.ม. ซึ่งเป็นเพราะอุปทานห้องชุดมีไม่มากนัก โดยนอกจากปัจจัยเรื่องศูนย์ราชการแล้ว ยังมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูในอนาคตด้วย

บรรยากาศช่วง 4 เดือนสุดท้าย มั่นใจได้ว่าโครงการเปิดตัวใหม่ปักธงทุกทำเล

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท