
เชิญพร ชาคริยานุโยค ความอบอุ่น เฟรนด์ลี่ ของบ้านคันทรี่สไตล์
นิยามของคำว่า “บ้าน” ในความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไป
โดย...ภาดนุ ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
นิยามของคำว่า “บ้าน” ในความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไป แต่สำหรับบ้าน ในมุมมองของ เชิญพร ชาคริยานุโยค หรือนิ่ม เจ้าของบริษัทออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ Nimbus Interactive แล้ว
“บ้าน...คือพื้นฐานของทุกๆ วันค่ะ ต้องยอมรับว่ารูปแบบที่เราเป็นอยู่ ใช้ชีวิตอยู่ทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการจัดของบนชั้นวาง การดูแลครัว ห้องนอน ห้องน้ำ แต่ละคนจะมีวิธีที่แตกต่างกันไป และมันก็คือตัวตนของเราค่ะ” เจ้าของบ้านสาวขึ้นต้นด้วยนิยามของคำว่าบ้านก่อนเลย
นิ่มเล่าว่า เธอได้ที่ดินผืนนี้ในย่านอารีย์มาตั้งแต่ปี 2550 ก่อนหน้านี้มีเรือนไม้สองหลังปลูกอยู่บนพื้นที่ มีสภาพเก่าทรุดโทรมและปรับปรุงอะไรไม่ได้ เธอจึงรื้อทุกอย่างออกทั้งหมด ปรับพื้นที่ใหม่และสร้างตึก 4 ชั้นเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำงาน ซึ่งหากดูจากภายนอกแล้ว ด้วยหน้าที่ดินที่กว้างไม่ถึง 8 เมตร ไม่น่าจะสามารถจัดสรรพื้นที่ให้แตกต่างจากบ้านทรงทาวน์โฮมทั่วๆ ไปได้ แต่เมื่อเข้ามาในบ้านแล้วต้องประหลาดใจ เพราะวิธีการตกแต่งและบรรยากาศของบ้านหลังนี้ หากสภาพอากาศข้างนอกหนาวเย็นกว่านี้อีกซักหน่อย เราคงรู้สึกเหมือนเข้ามาอยู่ในบ้านซักหลังหนึ่งในประเทศฝั่งตะวันตกเลยก็ว่าได้
ที่มาของความชอบบรรยากาศของบ้านสไตล์อเมริกันคันทรี่นี้ มาจากช่วงเวลาที่ได้ไปเรียนปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา ช่วงนั้นเป็นวันหยุดคริสต์มาสค่ะ ใครๆ ก็กลับบ้านกันหมด เพื่อนๆ นิ่มก็หนีหนาวไปเที่ยวทางใต้ แต่เราไม่มีงบประมาณ บวกกับเรียนหนักมาก ก็เลยอยู่โยงเฝ้าที่พักบริเวณมหาวิทยาลัย
“จำได้ว่าเป็นตอนเย็นของวันที่ 24 ธ.ค. เราก็อยากออกไปเดินดูว่าจะมีอะไรตื่นเต้นมั้ย เลยเดินเท้าไปค่ะ จากบ้านไปบริเวณย่านพักอาศัยของคนมีฐานะแถวนั้น ระหว่างทางหิมะก็เริ่มตก หนาวก็หนาว ทุกถนนเงียบหมดนะคะ หน้าบ้านแต่ละหลังก็ตกแต่งด้วยซานตาคลอสมั่ง กวางเรนเดียร์มั่ง มองเข้าไปข้างใน เห็นบรรยากาศของครอบครัว ญาติพี่น้อง แสงไฟนวลๆ มีกลิ่นแอปเปิ้ลซินนามอนลอยออกมา ดูอบอุ่นและมีความสุขมากมายค่ะ
“ในขณะที่เรายืนหนาวและเหงาอยู่ข้างนอกคนเดียว (หัวเราะ) จึงเป็นที่มาว่าวันหนึ่งเราอยากให้บ้านเรามีบรรยากาศแบบนั้นบ้าง เน้นสีสันและการตกแต่งแบบตะวันตก งานไลต์ติ้งต้องมา พื้นที่ครัวต้องใหญ่ ใช้งานได้จริง และเน้นหน้าต่างที่ให้แสงสว่างส่องได้ทั่วถึง”
ด้วยความประทับใจในครั้งนั้น เราจึงได้เห็นบ้านหลังนี้ที่มีเบย์วินโดว์สำหรับนั่งจิบชา ชั้นสองของบ้านที่ยอมสละเนื้อที่ตรงกลางเว้นเป็นระเบียงสวน เพื่อให้แสงแดดส่องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศโดยรวม ว้าว! ช่างเก๋ไก๋เสียนี่กระไร
“จุดเด่นของบ้านสไตล์คันทรี่คือการใช้สีที่ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวา บ้านตึก 4 ชั้นหลังนี้ใช้สีไปทั้งหมด 23 เฉดค่ะ ตอนเอารายการให้ช่างทาสีดู ช่างงงเลยนะคะ ว่าจะทาสีอะไรกันเยอะแยะ (หัวเราะ) แต่พอทำเสร็จใส่บิลต์อินเข้าไป มีไอเท็มและพวกงานผ้ามาตกแต่ง ช่างมาดูอีกทีก็เห็นด้วยว่ามันมีความแตกต่าง หรืออย่างงานไม้ ทั้งประตู ราวและขอบบันได ทุกอย่างมาจากการคิดและออกแบบอย่างระมัดระวังเพื่อให้ใกล้เคียงกับแนวคิดหลักมากที่สุดค่ะ”
สำหรับเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงภาชนะและของกระจุกกระจิก นิ่มบอกว่าเก็บสะสมมาเรื่อยๆ นานหลายปี กว่าจะได้ลงมือปลูกบ้าน “เพราะของพวกนี้เวลาเราเจอแล้ว มันจะไม่เจออีกง่ายๆ ค่ะ มาจากหลายแหล่งรอบโลก ก่อนหน้านี้นิ่มอยู่คอนโดก็เก็บซะแทบจะไม่มีทางเดินกันเลยทีเดียว แล้วพอบ้านนี้เสร็จก็เอามาวางๆ ตอนนี้แต่ละชิ้นก็เลยมีที่อยู่ของมัน” (ยิ้ม)
จากที่กล่าวไว้ข้างต้น ว่าบ้านคือพื้นฐานของทุกๆ วัน เธอกล่าวเสริมทิ้งท้ายได้น่าคิดว่า “หากเรามีการพักผ่อนที่ดี ตื่นเช้าและเข้านอนอย่างมีคุณภาพทุกวัน ไม่จำเป็นต้องอยู่ในบ้านหลังใหญ่โตหรือตกแต่งตามเทรนด์ที่เขากำลังนิยมกันอยู่ ขอเพียงให้เป็นพื้นที่ที่มีคุณภาพและสะท้อนความเป็นตัวตนของเรา ก็จะทำให้เรามีพลังในการสร้างสรรค์สิ่งอื่นๆ และทำทุกๆ วันของเราให้เต็มที่ยิ่งขึ้น”







