คอนโดหรูอยู่สบายกลางเมือง ของธารธร อักษรานุวัตร
การจราจรที่ติดขัดแสนสาหัสของเมืองหลวง ถ้ามีบ้านอยู่ชานเมืองต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง
โดย...อนุสรา ทองอุไร ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
การจราจรที่ติดขัดแสนสาหัสของเมืองหลวง ถ้ามีบ้านอยู่ชานเมืองต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง ทำให้หลายคนต้องขยับขยายหาทางหนีทีไล่ด้วยการหาคอนโดกลางเมือง เพื่อตัดวงจรการเดินทางให้สั้นลง เช่น เขาคนนี้ธารธร อักษรานุวัตร ประธานกรรมการ บริษัท สยามนุวัตร นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลางใจกลางเมืองเจ้าของโครงการคอนโดหรูใจกลางเมือง คือ โครงการ Wish @ Samyan และแน่นอนว่าคอนโดที่พักของเจ้าของโครงการเองนั้นย่อมไม่ธรรมดา เพราะห้องชุดของเขานั้นอยู่ชั้นบนสุดของคอนโดย่านสามย่าน เป็นห้องชุด 2 ชั้นแบบดูเพล็กซ์ กินพื้นที่ 400 ตาราเมตร เฉพาะพื้นที่ห้องน้ำ ในส่วนของห้องนอนใหญ่ก็กินพื้นที่กว้างขนาด 40 ตารางเมตรเข้าไปแล้ว โอ้ว!!! (ขณะที่คอนโดรุ่นใหม่แนวรถไฟฟ้าบีบลงจนเหลือพื้นที่เพียง 27 ตารางเมตร) เขาบอกว่าคอนโดจะใหญ่เล็กไม่สำคัญขอให้เดินทางสะดวกใกล้รถไฟฟ้าหรือรถใต้ดินเป็นใช้ได้ เพราะใช้เวลาเดินทางเพียง 20-30 นาทีนั้นสำคัญที่สุด
พื้นที่ใช้สอยแบ่งออกเป็นชั้นบน ขนาด 200 ตารางเมตร แบ่งสัดส่วนเป็น ห้องรับแขกขนาดใหญ่ราวๆ 100 ตารางเมตร ห้องน้ำ ครัวฝรั่ง ในส่วนของชั้นล่าง แบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็นห้องนอนใหญ่ ขนาด 80 ตารางเมตร ห้องนอน กลางขนาด 50 ตารางเมตร 2 ห้อง และห้องน้ำขนาด 40 ตารางเมตร มีระเบียงด้านหน้า
การตกแต่งเน้นความทันสมัย แบบคอมเท็มโพรารี พื้นและผนังบางส่วน จะทำจากหินอ่อนโทนสีน้ำตาลอมส้ม หากพิจารณาดีๆ จะคล้ายๆ กับลายผิวของจระเข้ ส่วนเครื่องเรือนอื่นๆ จะเน้นไม้เป็นหลัก ในโทนครีมน้ำตาล “ผมชอบโทนสีครีมน้ำตาลก็เพราะว่ามันดูสะอาดตา ดูแลรักษาง่าย แล้วพื้นหินอ่อนนั้นมันเย็นสบายทำให้อากาศดีไม่ร้อนอบอ้าวเวลาเหยียบพื้นสัมผัส ส่วนพื้นในห้องนอนจะใช้เป็นพื้นไม้ทั้งหมด เพราะให้ความรู้สึกอบอุ่น” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี
เฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น โดยเฉพาะโต๊ะรับประทานอาหารนั้นเป็นไม้แผ่นใหญ่นำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา รวมทั้งพวกหัวเตียง โคมไฟต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็สั่งมาเพื่อมาตกแต่งห้องชุดให้กับลูกค้าคอนโดที่ทางบริษัทต้องใช้อยู่แล้ว พอสั่งเยอะๆ ก็ได้ราคาที่ถูกลงกว่าไปซื้อปลีก
นอกจากนั้น พวกของตกแต่งต่างๆ ทั้งเครื่องแก้ว เครื่องลายครามต่างๆ นั้น ส่วนหนึ่งมาจากของสะสมที่เก็บเอาไว้หลายปี แทนที่จะเก็บไว้เฉยๆ ก็เอามาตกแต่งห้องนี้เสียก็จะได้ประโยชน์มากกว่า รวมทั้งอีกส่วนหนึ่งก็คือของสะสมตั้งแต่วัยเด็กที่เก็บมาร่วม 20 ปี จากการเดินทางไปต่างประเทศตั้งแต่อายุ 10 กว่าขวบ ไปไหนเราก็จะซื้อของเก็บไว้ทุกเมือง ทุกประเทศที่เราไป นับรวมๆ ก็เกือบ 200 ชิ้น เป็นแก้ว เป็นเซรามิก ของที่ระลึกแบบต่างๆ ซึ่งมันก็ช่วยย้อนความทรงจำที่แสนประทับใจในการไปที่นั้นๆ มา
“ของที่เราซื้อมามันก็จะชิ้นใหญ่ราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ ตอนเด็กๆ ไม่ค่อยมีเงินก็ได้ของราคาไม่แพง โตขึ้นกำลังซื้อมากขึ้นก็ได้ของชิ้นใหญ่คุณภาพดีมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะเป็นของถูกหรือของแพงก็ล้วนแต่มีคุณค่าทางจิตใจกับเราทั้งสิ้น” เขากล่าวอย่างจริงจัง
ส่วนมุมโปรดที่เขามักจะใช้บ่อยๆ ก็คือ ส่วนของห้องรับแขก โต๊ะกินข้าวที่นอกจากใช้รับประทานอาหารแล้วยังใช้เป็นโต๊ะทำงานอีกด้วย และแน่นอนที่สุดก็คือห้องนอน แม้ว่าเขาจะไม่ได้มาอยู่ที่นี่ทุกวัน แต่มันก็มีความหมายของคำว่าบ้าน มีความอบอุ่น สะดวกสบายอยู่อย่างครบครัน และเพื่อในอนาคตเพื่อหลานๆ จะใช้เมื่อมาเรียนแถวนี้ทั้งสาธิตจุฬาฯ หรือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มันเป็นการซื้อเพื่ออนาคตไม่ใช่เพื่อเราแต่เพื่อลูกหลานจะเข้ามาอยู่เมื่อมาเรียนในเมืองด้วย นั่นคือความตั้งใจของเขา







