
สร้างบ้านน่าอยู่ให้ผู้สูงวัย
บ้านน่าอยู่ของผู้สูงวัย ไม่ใช่บ้านที่หรูหรา แต่คือบ้านที่ออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้ชีวิตประจำวันของผู้เฒ่าผู้แก่
บ้านน่าอยู่ของผู้สูงวัย ไม่ใช่บ้านที่หรูหรา แต่คือบ้านที่ออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้ชีวิตประจำวันของผู้เฒ่าผู้แก่
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
มองไปรอบๆ บริเวณบ้าน เห็นท่าน สว. (ผู้สูงวัย) เดินไปนั่งอยู่โน่นแล้ว ท่าน สว. เชิดหน้าเม้มปาก บ่งบอกว่าไม่รู้ไม่ชี้ ใครอะไรกับฉันก็ช่าง ฉันไม่สน ...เฮ้อ...คนแก่นี่ขี้งอนชะมัด แต่นึกๆ ไปก็โกรธไม่ลง สำหรับท่านผู้อ่านที่มีสมาชิกในบ้านเป็น สว.เหมือนกัน แนะนำให้ทำใจสบายๆ คนแก่อารมณ์ขึ้นลง โกรธไปก็เท่านั้น และนานไปเราก็ต้องง้อเขาอยู่ดี...แหะๆ
มีสมาชิกในบ้านเป็นผู้สูงวัยมีข้อดี อย่างน้อยที่สุดเขามีประสบการณ์ความรู้ ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านความคิดความนึกอันมากมายพัลวัน ซึ่งผู้มาก่อนก็ย่อมบอกทางแก่ผู้มาหลัง หากท่านเป็นผู้ยินดีถ่ายทอด และที่สำคัญคือคนแก่ขี้งอนคนนี้นี่แหละ เป็นผู้มุ่งหวังที่จะให้เราได้ประสบพบเจอแต่สิ่งดีๆ เพียงแค่นี้ก็โกรธคนแก่ไม่ลงแล้วใช่มั้ยล่ะ
นอกเหนือไปจากทรัพย์สินเงินทอง ความรักความห่วงใย และความห่วงหาอาทร บีบีแก่กันวันละ 3 เวลาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราจะทำให้ได้คือ การสร้างบ้านให้เหมาะสมแก่วัยของเขา เพราะผู้สูงอายุนั้น เอาเข้าจริงๆ แล้วก็ “บ้าน” นี่แหละที่ใช้เป็น ศอฉ. เอ๊ย...ใช้เป็นแหล่งบัญชาการ ที่พำนักพักอาศัยแหล่งสุดท้าย ชีวิตส่วนใหญ่ของผู้สูงวัยอยู่ในบ้าน
ภัยสำคัญของคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายของพวกเรา คือการหกล้ม เนื่องจากสภาพร่างกายผู้สูงอายุไม่เอื้อต่อการฟื้นฟู หากมีแต่จะเสื่อมลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะในส่วนของกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ รวมถึงภาวะการทรงตัว ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า จากการสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 3 เมื่อปี 2550 มีข้อมูลน่าตกใจว่า “บ้านคือสถานที่เกิดเหตุของการหกล้มในผู้สูงอายุที่สำคัญที่สุด”
สาเหตุแห่งการหกล้ม มีทั้งสาเหตุที่ป้องกันไม่ได้จากอาการวิงเวียนศีรษะ จึงเสียการทรงตัว และสาเหตุที่ป้องกันได้จากการจัดสภาพบ้านเรือน สภาพบ้านที่ไม่เหมาะสม เป็นเหตุให้ผู้สูงวัยในบ้านหกล้มได้ง่ายๆ “บ้านน่าอยู่ของผู้สูงวัย” ในวันนี้ จึงมาพร้อมการชี้จุดอันตรายในบ้านว่าอยู่ที่ไหนบ้าง?
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า จุดอันตรายในบ้านที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ คือ บันไดและพื้นที่ไต่ระดับลดหลั่น รวมทั้งห้องน้ำ ห้องครัว และทางเดินเข้าบ้าน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่ลดหลั่นตามกันมาตามลำดับ
ใครที่มีผู้สูงอายุในบ้าน ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ท่านอยู่ในข่ายควรระวังและควรคิดอ่านทำตามคำแนะนำ
ดังต่อไปนี้
ข้อแนะนำประการแรก ก็คือ ผู้ได้ชื่อว่าสูงวัยทุกคน ควรจะได้อาศัยอยู่ในบ้านชั้นเดียว ไม่ต้องใช้บันไดและมีพื้นบ้านเสมอกัน กรณีที่มีบ้านเป็น 2 ชั้น หรือมากกว่า อาจต้องปรับเปลี่ยนและเคลื่อนย้ายข้าวของต่างๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านชั้นล่าง และกรณีที่เป็นบ้านเล่นระดับ ก็ปรับเสียใหม่ ให้เป็นพื้นระดับเดียวกัน ดัดแปลงสภาพบ้านให้เหมาะสม เพื่อตอบโจทย์หลักคือความปลอดภัยของคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายของเรา
ข้อแนะนำประการต่อมา ถ้าสภาพบ้านบังคับให้ผู้สูงวัยยังต้องใช้บันไดขึ้นลง ก็ต้องดูแลให้มีราวเกาะบันไดที่จับ (คนแก่จับได้) ถนัดมือ ไฟบันไดต้องสว่างเพียงพอ ไม่วางข้าวของเกะกะบันได หมั่นเช็ดถูให้แห้งและดูให้แข็งแรงปลอดภัย
ข้อ 3 ห้องน้ำ จุดประกายฮวงจุ้ยก็อีกเรื่องหนึ่ง จะจัดวางกางกั้นอย่างไรก็ตาม ต้องดูให้ความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง จำไว้ว่าพื้นห้องน้ำต้องแห้ง ต้องไม่ลื่นเฉอะแฉะ หมั่นเช็ดถูพื้นให้แห้งสะอาดดี สุขภัณฑ์การลุกนั่งต้องมีราวจับ
ข้อ 4 ทางเดินเข้าบ้าน ถ้ามีระดับสูงกว่าพื้นถนน ควรทำเป็นทางลาด และมีราวเกาะเพื่อความสะดวกในการเดินหรือใช้รถเข็น
จากการสำรวจยังพบความจริงอันตกใจว่า ทุกวันนี้ผู้สูงอายุในประเทศไทยมากกว่าครึ่ง! ใช้ชีวิตในบ้านที่ขาดการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ส่งผลให้มากกว่าครึ่งที่ยังต้องใช้ชีวิตท้าทายชะตากรรม การเผชิญความเสี่ยงขั้นเลวร้ายนี้ ย่อมไม่ส่งผลลัพธ์ที่ดีไปได้ เพราะนั่นหมายถึงผู้สูงอายุจำนวนมาก ที่อาจต้องประสบเหตุร้ายแรงถึงขั้นพิการไปตลอดชีวิตที่เหลือ หรือในบางรายก็เสียชีวิตได้ทุกเวลานาที
บ้านน่าอยู่ของผู้สูงวัย ไม่ใช่บ้านที่หรูหรา แต่คือบ้านที่ออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้ชีวิตประจำวันของผู้เฒ่าผู้แก่ ตอนนี้แม้มองๆ ไปจะยังงอนๆ อยู่ แต่ก็เป็นพ่อแก่แม่เฒ่าที่ดูแลเรามา ถึงวันที่ร่างกายของท่านร่วงโรย ก็ต้องดูแลกันให้ถึงที่สุด
อย่าลืมนะ ดูแลผู้สูงวัยของท่านให้ดีๆ







