
คนซื้อบ้านยังหนี้สูง
สัมมากรชี้ภาระหนี้ครัวเรือนยังสูง ครึ่งปีหลังอสังหาฯ ยังเสี่ยง
สัมมากรชี้ภาระหนี้ครัวเรือนยังสูง ครึ่งปีหลังอสังหาฯ ยังเสี่ยง
นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา อุปนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยและกรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร เปิดเผยว่า ครึ่งปีหลังอสังหาฯ จะมีแนวโน้มการเติบโตดีขึ้น แต่ยังมีปัจจัยลบที่ต้องระมัดระวัง เช่น การปรับเพิ่มขึ้นหนี้ครัวเรือนจากสิ้นปี 2556 อยู่ที่ประมาณ 1.8 แสนบาท ต่อครัวเรือน เพิ่มมา 16% เป็น 2.9 แสนบาทต่อครัวเรือน
ขณะที่สัดส่วนหนี้ภาคครัวเรือนต่อ GDP อยู่ในระดับเกินกว่า 82% ในปัจจุบัน จากสิ้นปี 2556 อยู่ที่ระดับ 80% ซึ่งนับว่าเป็นปัญหาที่น่ากังวล สะท้อนไปถึงอัตราการปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 25-30% ในปัจจุบันจากปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับ 15% เท่านั้น โดยในส่วนของบริษัทอัตราปฏิเสธสินเชื่อของลูกค้าเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 25% ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพของลูกค้าในอนาคตได้
Wในช่วงครึ่งแรก ของปี 2557 มีหลายปัจจัยที่ไม่เอื้อต่อการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ เห็นได้จากยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่ อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วง 5 เดือนแรกของปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 3% เพราะปัญหาทางการเมือง หนี้สินภาคครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ธนาคารเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ แต่คาดว่า สถานการณ์ต่างๆ จะเริ่มคลี่คลายในช่วงครึ่งปีหลัง ยอดรายได้ของสัมมากรจะปรับตัวเพิ่มขึ้น คาดว่าปี 2557 อยู่ที่ 1,120 ล้านบาท สูงกว่าปี 2556 ที่มีรายได้ 1,057 ล้านบาท ประมาณ 6% โดยที่รายได้หลักของบริษัทฯ ยังคงมาจากส่วนของบ้านW
สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ยังไม่มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ แต่จะหันมาเน้นระบายสินค้าที่ โดยใช้โอกาสฉลองการก่อตั้งบริษัทฯ ครบ 44 ปี จัดแคมเปญกระตุ้นการขาย “Ready to Live” ชูการตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ได้ในทันที ซึ่งเดิมทำเฉพาะกับโครงการคอนโดมิเนียม มาใช้กับโครงการบ้าน และ จัดสองโปรโมชั่นพิษ เช่นการแจกรถเบนซ์
ปัจจุบันบริษัทฯมี 8 โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา คิดเป็นมูลค่ารวมราว 6,000 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นบ้านสร้างเสร็จพร้อมโอนมูลค่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ รายได้ยาวไปได้อีก ในช่วง 6 เดือนแรก บริษัทสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 400 ล้านบาท คาดว่าในช่วงที่เหลือของปีจะสามารถทำได้ตามเป้าที่วางเอาไว้ 1,125 ล้านบาท ซึ่งไม่นับรวมรายได้จากค่าเช่าของบริษัท เพียวสัมมากร ดีเวลลอปเมนท์ อีกปีละกว่า 125 ล้านบาท
สำหรับในปี 2558 บริษัทฯ จะรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มมากขึ้น จาก ที่เคยเน้นไปที่โครงการแนวราบ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และคอมมูนิตี้มอลล์ โดยสัมมากรคาดการณ์ว่ารายได้รวม ในปี 2558 จะอยู่ที่ 1,725 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนรายได้เป็น แนวราบ 1,100 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 500 ล้านบาท และอื่นๆ อีกราว 125 ล้านบาท







