
มนู ตระกูลวัฒนะกิจ เรียบง่าย แต่งดงาม..
สำหรับใครหลายคนการได้ซื้อบ้านหลังแรกนั้นอาจจะไม่ได้เป็นที่ถูกใจมากนัก
โดย...อนุสรา ทองอุไร ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
สำหรับใครหลายคนการได้ซื้อบ้านหลังแรกนั้นอาจจะไม่ได้เป็นที่ถูกใจมากนัก ด้วยกำลังทรัพย์ที่ยังน้อยเพราะอยู่ในวัยเริ่มต้นสร้างเนื้อสร้างตัว บ้านหลังแรกจึงมิใช่บ้านในฝันของใครหลายคน จวบจนกระทั่งทำงานมาสักพักใหญ่ๆ วัยและฐานะที่มากขึ้นนั่นเอง ทำให้เราได้มีบ้านหลังที่สองและเป็นบ้านที่เรียกได้ว่าเป็นบ้านที่ได้ดั่งใจฝันที่อยากได้จริงๆ เช่นเดียวกับเขาคนนี้
มนู ตระกูลวัฒนะกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการแนวราบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์โครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ กล่าวถึงบ้านหลังที่สองของเขาว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังที่สองของเขา เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้เพียงปีกว่า หลังแรกเป็นเรือนหอตอนแต่งงานใหม่ๆ ซื้อที่เปล่า แล้วออกแบบบ้านเองเพราะเขาเป็นสถาปนิก แล้วก็คุมงานก่อสร้างเอง ตกแต่งเอง ทำเองเสร็จสรรพครบวงจรตอนนั้นอายุเพียง 30 ต้นๆ ยังมีแรงพลัง ลุยเองคุมงานเอง จำได้ว่าเหนื่อยมากจุกจิกปวดหัวหลายเรื่อง อยู่บ้านหลังแรกมา 20 กว่าปี จนมาซื้อหลังนี้เป็นหลังที่สอง ในโครงการเศรษฐสิริ ศรีนครินทร์พระราม 9 เป็นบ้านสำเร็จรูปหลังหัวมุม เขาคิดออกแบบมาให้แล้ว เราก็แค่ปรับเปลี่ยนการตกแต่งภายในให้เป็นสไตล์ที่เราชอบและถูกใจของทุกคนในบ้าน
“ตอนนี้อายุ 50 กว่าจะให้มาลุยซื้อที่เปล่า ออกแบบเอง คุมงานสร้างเองมันไม่ไหวแล้ว ไม่มีเวลา ไม่มีพลังงานมากพอ เราแค่เลือกบ้านในหมู่บ้านตามสไตล์ที่เราชอบ แล้วก็ปรับข้างในให้เหมาะกับสไตล์ที่เราเป็น พอเหมาะสมตัว ก็มาลงตัวที่โครงการนี้เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก พ่อ แม่ ลูก” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม
บ้านหลังนี้มีเนื้อที่ 110 ตารางวา 2 ชั้น ชั้นบนมี 1 ห้องนอนใหญ่ 2 ห้องนอนเล็ก ห้องนั่งเล่น และห้องพระเล็กๆ อีก 1 ห้อง พร้อมระเบียงเล็กๆ รอบห้องนอนทั้ง 3 ห้อง ส่วนชั้นล่าง แบ่งเป็นห้องนอนเล็ก 1 ห้อง ห้องรับแขก ห้องกินข้าว ครัวฝรั่ง มีส่วนต่อเชื่อมเป็นครัวไทยและห้องแม่บ้านเล็กๆ 1 ห้อง
การตกแต่งเน้นโทนสีครีม เทา มีไม้เป็นส่วนประกอบบ้างพวกพื้นชั้น 2 บันได โดยเน้นเนื้อไม้ให้โทนสีไล่โทนอ่อนแก่กันไป ส่วนชั้นล่าง พื้นปูด้วยหินอ่อนสีขาวครีม ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์สีเทาอ่อนๆ ให้ความรู้สึกสงบอบอุ่น ไม่ทึมทึบเกินไป หรือหวานเกินไป ของตกแต่งจะน้อยชิ้น เน้นความเรียบง่าย ชอบบ้านโล่งๆ ไม่ชอบบ้านที่ของแน่นเต็มไปหมด อีกทั้งเขาเองเป็นคนไม่สะสมอะไรเป็นพิเศษ ของที่ติดตัวมาคือหัวเหม็ด (รูปหัวบัว ตามหัวราวบันได ที่เป็นสัญลักษณ์ของคณะสถาปัตย์ จุฬาฯ) เคยได้เลือกให้เป็นศิษย์เก่าดีเด่นที่ทำประโยชน์ให้คณะ เป็นความภูมิใจและความผูกพันของเรา ย้ายบ้านไปไหนก็เอาไปด้วย นอกนั้นไม่มีอะไรมีแค่ภรรยาและลูกอย่างละคน (หัวเราะ) เท่านั้นที่สะสมมาตลอดชีวิตนับจากนี้ไป
การตกแต่งก็เป็นสไตล์ร่วมสมัยไปทางโมเดิร์น น้อยๆ แต่งดงาม เรียบแต่คลาสสิก ไม่เน้นอะไรเยอะไปจนดูรุงรัง แล้วรูปแบบบ้านมันดูมีดีไซน์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีเส้นสายมีดีไซน์ที่มีลูกเล่น ไม่ชอบบ้านที่เป็นกล่องสีเหลี่ยมตันๆ ด้านๆ
มุมที่ใช้บ่อยๆ ก็คือห้องนั่งเล่น แล้วก็ห้องทานข้าว ที่บางทีก็เอางานมานั่งทำงานบ้าง สวนมุมนอกบ้านวันหยุดช่วงเช้าๆ กับตอนเย็นก็ไปนั่งจิบชา กาแฟ รับลมเย็นๆ ตามธรรมชาติ ชมนกชมไม้ เพราะหน้าบ้านกับข้างบ้านลงต้นไม้ใหญ่ไว้หลายต้น ประกอบกับด้านหน้าบ้านใกล้กับสวนหย่อมก็มีพื้นที่สีเขียวให้ชื่นตาชื่นใจเยอะสบายตาดี
สำหรับเขาแล้วบ้านจะหลังเล็กหรือหลังใหญ่ไม่สำคัญ แต่ขอให้เป็นบ้านที่อยู่แล้วมีความสุข สบายใจ สบายกาย อยู่กับคนที่รักเราและเราก็รักเขา ห่วงใยผูกพันกัน ให้เราได้ทำตัวสบายๆ เป็นตัวเองไม่ต้องคอยกังวลใจอะไร นั่นคือความสุขอย่างแท้จริงและคือความหมายของคำว่าบ้านที่น่าอยู่
“เราทำงานจะอยู่บ้านน้อยช่วงวันหยุด แต่ภรรยาเขาทำงานที่บ้าน เขาก็เลยดื่มด่ำกับบ้านมากกว่า ตกแต่งให้เหมาะกับการทำงานที่บ้าน ซึ่งก็ลงตัวกับทุกคนในบ้านได้เป็นอย่างดี” เขากล่าวทิ้งท้าย







