
บ้านเล็กในป่าใหญ่ ของ เบญญาภา สวัสดิ์ชูโต
จินตนาการไม่ถูกจริงๆ ว่า ภายในรั้วกำแพงคอนกรีตสูงกว่า 2 เมตร ที่กินบริเวณลึกยาว
โดย...นายใจดี ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
จินตนาการไม่ถูกจริงๆ ว่า ภายในรั้วกำแพงคอนกรีตสูงกว่า 2 เมตร ที่กินบริเวณลึกยาวหลายร้อยเมตรจากถนน จะมีบ้านสไตล์ไหนตั้งอยู่
“เบญญาภา สวัสดิ์ชูโต” นักวิจารณ์อาหาร (Food Critic) หรือหลายคนยกให้เธอเป็น ฟู้ด เอกซ์เพิร์ต (Food Expert) เจ้าของบริษัท “Fove Food Tour” กูร์เมต์ทัวร์ที่ต่างประเทศด้วย แต่วันนี้เธอออกมาต้อนรับในบทบาทเจ้าของบ้าน
บ้านชั้นเดียวตั้งเด่นท่ามกลางต้นไม้สูงใหญ่เขียวขจี ถ้าไม่ใช่บ้านเก่าที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป อาณาบริเวณที่กว้างขนาดหนึ่งไร่ครึ่งคงหาได้ยากแล้วในย่านเอกมัย
สาวนักชิมพาเดินชมบ้านพร้อมเอ่ยอย่างภูมิใจว่า “บ้านหลังนี้เป็นบ้านของครอบครัวเรา อยู่กันครบทั้งคุณพ่อคุณแม่และน้องชาย”
บ้านหลังแรกของเธออยู่ย่านสุขุมวิท 42 พออายุ 14 ปี ก็ย้ายมาอยู่เอกมัยที่ทะลุออกซอยปรีดีพนมยงค์ได้ ในวัยนี้เธอโตพอที่จะจำความได้ ดังนั้น ตั้งแต่ถมที่ ลงเสา ก่ออิฐ มุงหลังคา ปลูกต้นไม้ ฯลฯ เธอจึงเห็นบ้านเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างทีละเล็กทีละน้อย และตอนนี้เมื่อนึกถึงภาพนั้นก็ยังติดอยู่ในความทรงจำ ถ่ายทอดออกมาได้พร้อมรอยยิ้มบางๆ
“เมื่อก่อนที่ตรงนี้มีรถปูนมาจอด พื้นนี้มีแต่ปูนเต็มไปหมดเลยค่ะ ต้นหญ้าต้นไม้ไม่มีเลย ที่เห็นต้นไม้เยอะแอบจะเป็นป่า (หัวเราะ) ปลูกขึ้นมาใหม่หมดเลยนะคะ ต้นที่มีอายุมากสุดก็เท่ากับบ้าน มีต้นไทรทั้งหมด 11 ต้น คุณพ่อปลูกและดูแลเอง นอกจากต้นไม้ให้ความร่มรื่น ช่วยบังแดดให้บ้านแล้ว ต้นไม้สูงยังช่วยลดความแข็งของกำแพงด้วย เพราะกำแพงเราสูง”
เมื่อถูกถามถึงไอเดียในการตกแต่งบ้าน เบญญาภา บอกเสียงดังว่า “บ้านคุณพ่อเลยค่ะ” แล้วชวนลุกจากเก้าอี้โซนห้องรับแขกด้านหน้าที่เราเดินเข้ามาเจอเป็นอันดับแรก ผลักประตูกระจกบ้านใหญ่เข้าไปสู่ห้องครัวและโซนโต๊ะรับประทานอาหาร แล้วเลี้ยวขวาผ่านประตูกระจกบ้านใหญ่เข้าสู่โซนห้องนั่งเล่น ด้านซ้ายมือเป็นห้องนอน และตรงเข้าไปก็มีห้องนอนและห้องทำงาน ว่าไปแล้วรูปทรงคล้ายอักษรตัว ยู (U) ฐานยาว
มาหยุดบริเวณห้องทำงานที่มองผ่านประตูกระจกใสเห็นสระว่ายน้ำและบ่อปลาคาร์ป ช่วยผ่อนคลายยามเคร่งเครียดจากงาน พร้อมขยายความต่อว่า “บ้านหลังนี้ทุกแบบทุกมุมเป็นความต้องการของคุณพ่อ เรามีสถาปนิกแต่คุณพ่อเป็นคนออกไอเดียทั้งหมด ให้เป็นบ้านชั้นเดียวยกใต้ถุนสูงขึ้นมาหน่อย ให้ผมพัดผ่านได้สะดวกช่วยทำให้บ้านระบายความร้อนได้ดี คุณพ่อชอบน้ำรอบๆ บ้านก็จะมีบ่อน้ำเหมือนกำแพงล้อมบ้านเลยค่ะ (หัวเราะ) ไว้เลี้ยงปลาคาร์ป และบ่อน้ำยังช่วยให้บ้านเย็นสดชื่น กันมด กันงูได้ด้วย”
สระว่ายน้ำที่เห็นอยู่นอกบ้านโซนกลางบ้านนั้น ถูกสร้างขึ้นมาภายหลังตามความต้องการของลูก ครั้นพอโตพ้นวัยเรียนจำนวนลงสระก็น้อยและห่างขึ้นเรื่อยๆ แต่การมีสระว่ายน้ำก็ช่วยทำให้บ้านเย็นขึ้น และเป็นอีกหนึ่งวิวที่มองออกไปก็ช่วยให้ผ่อนคลาย นึกคิดงานไม่ออกก็เดินไปนั่งหย่อนเท้าลงน้ำแกว่งไปมา สบายใจไปได้อีก
บ้านชั้นเดียวแต่แบ่งสัดส่วนการใช้งานได้อย่างเต็มที่ แต่ละห้องมีขนาดใหญ่ด้วย โดยแต่ละสัดส่วนเชื่อมกันไม่มีผนังกั้นแต่ใช้ประตูกระจกใสแทนทำให้บ้านดูโปร่ง โล่ง มีอากาศถ่ายเททั่วถึงทั้งบ้าน ที่สำคัญผนังด้านข้างบ้านนี้เป็นกระจกทั้งหมด มองเห็นวิวนอกบ้านได้หมด แถมยังช่วยประหยัดไฟเพราะสามารถรับแสงจากภายนอกได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแสงแดดร้อนจัดเพราะมีต้นไม้ใหญ่คอยสกัดอีกด่านหนึ่ง
ลูกสาวคนสวยจบการสนทนาตอนนี้ว่า “เป็นไอเดียของคุณพ่อ ที่ต้องการให้บ้านเราเป็นบ้านประหยัดพลังงาน อยู่แล้วเย็นสบาย อย่างชายคาบ้านก็ยื่นออกไปไกลมาก เพราะบ้านเราเปิดโล่งมันช่วยกันฝนสาดเข้าบ้าน และบังแสงแดดได้ เพดานเราก็สูงมาก ทำให้อากาศถ่ายเทสะดวก ทาผนังสีขาวจะได้ไม่ดูดแสงความร้อน เรียกว่าบ้านเย็นทุกๆ รายละเอียดค่ะ”
ส่วนเฟอร์นิเจอร์บ้านหลังนี้ เบญญาภาภูมิใจนำเสนอ “ส่วนมากเป็นไม้ค่ะ มีจำนวนน้อยชิ้น และที่สำคัญเป็นของเก่าของแก่ ขนย้ายมาจากบ้านเก่า เราไม่ได้คิดตกแต่งเพิ่มเติมอะไรมาก เพราะเท่าที่มีอยู่ตอนนี้เพียงพอกับการใช้งานทุกอย่างแล้วค่ะ”
เบญญาภา กล่าวก่อนจากกันว่า “โดยนิสัยชอบออกนอกบ้านไปทำนั่นนี่ ไม่ชอบอยู่กับที่นานๆ แต่พอกลับบ้าน บ้านคืนความสงบทุกอย่างให้ เป็นที่อยู่แล้วสบายใจที่สุด พักผ่อนอย่างเต็มที่ ค่อยออกไปทำงานข้างนอกใหม่ในอีกวัน”







