
ดินเกิดการเคลื่อนไหล
การเคลื่อนไหลของดินจะเกิดขึ้นได้กับพื้นที่ที่มีความต่างระดับของพื้นดินมากๆ โดยเฉพาะถ้าบริเวณนั้นเป็นดินเหนียวอ่อนจะยิ่งมีโอกาสเคลื่อนไหลได้ง่าย
การเคลื่อนไหลของดินจะเกิดขึ้นได้กับพื้นที่ที่มีความต่างระดับของพื้นดินมากๆ โดยเฉพาะถ้าบริเวณนั้นเป็นดินเหนียวอ่อนจะยิ่งมีโอกาสเคลื่อนไหลได้ง่าย
โดย...ธเนศ วีระศิริ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีชนบท อาจารย์พิเศษ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต [email protected]
การเคลื่อนไหลของดินจะเกิดขึ้นได้กับพื้นที่ที่มีความต่างระดับของพื้นดินมากๆ โดยเฉพาะถ้าบริเวณนั้นเป็นดินเหนียวอ่อนจะยิ่งมีโอกาสเคลื่อนไหลได้ง่าย สภาพของพื้นดินที่มีความต่างระดับ เช่น บริเวณริม แม่น้ำ คลองหรือบ่อน้ำ บริเวณที่ถมดินสูงๆ ต่างระดับกับบริเวณข้างเคียง หรือร่องสวนที่ถมดินเพื่อก่อสร้างบ้าน สภาพพื้นที่ดังกล่าวนี้หากไม่ป้องกันการเคลื่อนตัวของดินให้ดีเพียงพออาจเกิดปัญหาอาคารทรุดตัวในภายหลัง
โดยปกติแล้วดินบริเวณริมคลองหรือบ่อน้ำที่มีน้ำเต็มตลอดเวลาจะไม่พังทลาย หรือเลื่อนไหลเพราะมีแรงดันจากน้ำต้านอยู่ แต่เมื่อใดก็ตามที่น้ำในบ่อหรือคลองลดระดับต่ำลงมากๆ เสถียรภาพของลาดดินริมคลองหรือบ่อน้ำจะลดลงและมีโอกาสเกิดดินเลื่อนไหลได้มาก
การเลื่อนไหลของดินจะทำให้ฐานรากและเสาเข็มของอาคารเคลื่อนตัวไปด้วย ฐานรากไม่สามารถรับน้ำหนักบรรทุกของอาคารได้ตามเดิมอาคารจะทรุดจมลง และถ้าดินเคลื่อนไหลเป็นปริมาณมากเสาเข็มของอาคารอาจถูกดันจนหลุดจากครอบหัวเสาเข็มเป็นเหตุให้อาคารทรุดตัวแบบฉับพลัน
กรณีที่ดินเลื่อนไหลเช่นนี้มักจะทำให้ฐานรากส่วนที่อยู่ใกล้กับขอบของลาดดินเคลื่อนตัวก่อนฐานรากในตำแหน่งอื่น ทำให้อาคารทรุดเอียงไปทางด้านริมคลองหรือริมน้ำที่ดินเคลื่อนไหลไป จึงมักพบว่าอาคารที่มีปัญหาเรื่องดินเลื่อนไหลมักจะทรุดเอียงเป็นส่วนใหญ่ (แต่ไม่ได้หมายความว่าอาคารทรุดเอียงต้องเกิดจากดินเลื่อนไหลเสมอไป)
ดังนั้น หากอาคารเริ่มเอียงไปในทิศทางริมบ่อ หรือคลองควรรีบดำเนินการแก้ไขป้องกันการเลื่อนไหลของดินเป็นการด่วน ในทางกลับกันหากต้องการขุดดินชิดกับอาคารข้างเคียง ก็ควรหาแนวทางป้องกันดินให้ดีก่อนทำการขุด
เพราะอาจเกิดปัญหาดินไหลแล้วทำให้อาคารข้างเคียงเคลื่อนตัวหรือทรุดเอียงลงได้ แม้ว่าหลุมที่ขุดนั้นจะไม่ลึกมาก แต่ผลกระทบจากน้ำซึ่งอาจเป็นน้ำฝนหรือน้ำผิวดินที่ไหลมาจากท่อระบายน้ำจะทำให้ดินอ่อนตัวและพังทลายได้ง่าย
การแก้ไขการทรุดตัวของอาคารที่มีปัญหาเช่นนี้จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ คือหยุดการเคลื่อนตัวของดินให้ได้ก่อนแล้วจึงเสริมฐานรากของอาคารในภายหลัง
กรณีที่ต้องการก่อสร้างอาคารบนพื้นที่ที่มีความต่างระดับ แนะนำให้ทำกำแพงป้องกันการเลื่อนไหลของดินให้มีความแข็งแรงเพียงพอก่อนที่จะติดตั้งเสาเข็มของบ้าน ขณะติดตั้งเสาเข็มของบ้านก็ควรระวังเรื่องแรงดันดินที่อาจไปดันกำแพงกันดินจนเสียหายด้วย เสาเข็มที่ใช้รองรับตัวบ้านควรให้มีความยาวไม่น้อยกว่า 2 เท่าของค่าความต่างระดับของพื้นดิน
ยกตัวอย่างเช่น ต้องการสร้างบ้านริมคลองหรือบ่อน้ำที่มีระดับก้นคลองลึก 2-3 เมตร เสาเข็มที่ใช้สำหรับตัวบ้านควรยาวมากกว่า 6 เมตร เป็นต้น และเพื่อให้ปลอดภัยมากขึ้นควรให้ฐานรากส่วนที่อยู่ชิดขอบบ่อ หรือคลองเว้นระยะห่างจากขอบบ่อหรือคลองไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของความลึกก้นคลอง เว้นแต่ว่าจะทำกำแพงป้องกันที่เชื่อได้ว่ามีความมั่นคงแข็งแรงเพียงพอ
สำหรับท่านที่มีปัญหาเรื่องบ้าน วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้จัดรายการคลินิกช่างพบประชาชน ทุกวันเสาร์ปลายเดือน ครั้งถัดไปตรงกับวันที่ 29 พ.ค. 2553 เวลา 13.00–17.00 น. ท่านที่มีความสนใจลงทะเบียนที่ โทร. 02-319-2708 ถึง 10 ต่อ 310







