posttoday
คอนโดฯ เมืองท่องเที่ยวเฉา

คอนโดฯ เมืองท่องเที่ยวเฉา

21 เมษายน 2557

การเมืองวุ่นไม่เลิก เศรษฐกิจชะลอตัว ทำคอนโดฯ เมืองท่องเที่ยวเฉา

การเมืองวุ่นไม่เลิก เศรษฐกิจชะลอตัว ทำคอนโดฯ เมืองท่องเที่ยวเฉา

ตลาดคอนโดมิเนียมพักตากอากาศตามเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั้งทางทะเลและภูเขา เช่น พัทยา หัวหิน ภูเก็ต สมุย รองรับความต้องการบ้านหลังที่สองของคนกรุงเทพฯ บูมสุดๆ ตั้งแต่หลังน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 ผู้ประกอบการทั้งทุนท้องถิ่น ทั้งจากส่วนกลาง ทั้งต่างชาติ แห่ปักธงทุกเมืองท่องเที่ยวผุดโครงการตั้งแต่ระดับกลาง-ล่างไปจนถึงระดับบน ส่งผลให้ตลาดห้องชุดเมืองท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่อง

แต่สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่ครึ่งปีหลังของ ปี 2556 โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่เริ่มมีการชุมนุมทางการเมือง ทำให้ตลาดชะลอตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ จากกำลังซื้อคนไทยและต่างชาติหยุดชะงัก และจากสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันที่ยังไร้ทิศทางที่ชัดเจน อาจมีผลให้ตลาดคอนโดมิเนียมพักตากอากาศซึมยาวกว่าบ้านหลังแรก

สุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า มีแนวโน้มว่าภาพรวมคอนโดมิเนียมเมืองท่องเที่ยวจะซึมต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในปี 2555-2556 มีอุปทานห้องชุดเข้าสู่ตลาดเมืองท่องเที่ยวในหลายจังหวัดจำนวนมากแล้ว และอีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัจจัยทางการเมืองทำให้อารมณ์คนซื้อหายไป ต่างชาติหายไป และท้ายที่สุดผู้ประกอบการก็ไม่มั่นใจตลาด จึงไม่ส่งโครงการใหม่ๆ ลงตลาด อุปทานจึงน้อยลง บรรยากาศการซื้อขายจึงหดตัวลงไปด้วยเช่นกัน

"ภาพรวมอุปทานห้องชุดใหม่ในปีนี้ของแต่ละเมืองท่องเที่ยว คาดว่าจะลดลงประมาณ 20-30%"

สำหรับการเจาะลึกในแต่ละเมืองท่องเที่ยว เริ่มด้วยตลาดห้องชุดพัทยา อุปทานหนาแน่นอยู่บริเวณวงศ์อมาตย์ พัทยาเหนือ-กลาง-ใต้ พระตำหนัก จอมเทียน และนาจอมเทียน โดยปีนี้น่าจะเงียบกว่าปีที่แล้วมาก เพราะกลุ่มลูกค้าของตลาดพัทยาไม่ใช่คนไทย จะเป็นต่างชาติเป็นหลัก เช่น รัสเซีย และในระยะหลังลูกค้าชาวจีนก็เริ่มมาแรง ซึ่งลูกค้าชาวจีนหวั่นไหวกับสถานการณ์การเมืองมาก ส่วนระดับราคาห้องชุดในพัทยาเริ่มตั้งแต่ล้านต้นๆ ไปจนถึงระดับไฮเอนด์ แต่กลุ่ม 3 ล้านบาทเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด

ด้านตลาดหัวหิน หลังจากเป็นอีกหนึ่งตลาดที่บูมมากๆ เมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา คาดว่าปีนี้ยังคงเงียบเช่นกัน แต่เนื่องจากตลาดลูกค้าหลักของหัวหินยังคงเป็นคนไทย ทำให้ผู้ประกอบการคาดหวังว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้ามาเที่ยวที่ชะอำ-หัวหินจำนวนมาก จะกระตุ้นให้เกิดความต้องการบ้านหลังที่สองไปด้วย โดยผู้ประกอบการบางรายเริ่มมีแผนออกโปรโมชั่นในช่วงนี้

สำหรับคอนโดมิเนียมตากอากาศในหัวหินที่ตลาดยังตอบรับดี อยู่ในระดับราคาไม่เกิน 4 ล้านบาท ส่วนบ้านระดับราคา 2-5 ล้านบาท เป็นตลาดที่ใหญ่สุด ซึ่งในปีที่ผ่านมาเริ่มมีกลุ่มต่างชาติใหม่ๆ เช่น ผู้ซื้อชาวจีนจากเซี่ยงไฮ้ และเศรษฐีชาวลาวเข้ามาซื้อห้องชุด จึงต้องจับตามองว่าปีนี้กลุ่มนี้จะยังเข้ามาต่อเนื่องหรือไม่

"หากปีนี้ไม่มีปัจจัยทางการเมือง ตลาดหัวหินจะเป็นตลาดที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง และถือเป็นพระเอกของปีนี้ จากการที่มีผู้ประกอบการรายใหญ่จากส่วนกลางเข้ามาปักธงพัฒนาโครงการใหม่ๆ ต่อเนื่อง"

เมื่อมองถึงตลาดภูเก็ตและสมุย ซึ่งเป็นตลาดคอนโดมิเนียมเมืองท่องเที่ยว ที่กลุ่มเป้าหมายหลักคือลูกค้าชาวต่างชาติ ในปีที่แล้วถือเป็นปีที่ดีมากของตลาดภูเก็ตและสมุย แต่เมื่อมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็เริ่มได้รับผลกระทบ และแม้ปัจจุบัน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ยกเลิกไปแล้ว แต่ตลาดยังไม่มีความมั่นใจ และคาดหวังที่จะเห็นรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารภายในไตรมาส 3

ทั้งนี้ หากสุญญากาศยาวไปถึงไตรมาส 4 ก็จะเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ซบยาว โดยเฉพาะสมุยซึ่งใกล้หมดเวลาช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวแล้ว หากเลยช่วงนี้ไปก็ต้องรออีก 6 เดือนกว่าจะถึงช่วงไฮซีซั่นอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันระดับคอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศในภูเก็ต และสมุยที่ตลาดรับได้จะต้องไม่เกิน 10 ล้านบาท อุณหภูมิของตลาดคอนโดมิเนียมเมืองท่องเที่ยวในปีนี้คงจะแผ่วลงเพราะปัจจัยทางการเมือง ซึ่งในไตรมาส 2 บางค่ายเช่นกลุ่มควอลิตี้เฮ้าส์ยังคงเดินหน้าผุดโครงการใหม่ ภายใต้ชื่อ “คิว ซีไซด์ หัวหิน” จำนวน 207 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,803 ล้านบาท ราคาขายเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท

ขณะที่ค่ายใหญ่อย่างกลุ่ม แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ ขอสั่งเบรก 3 โครงการคอนโดมิเนียมเมืองท่องเที่ยวมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และหลายค่ายที่มีโครงการในเมืองท่องเที่ยว ต่างหวังว่าเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาจะปลุกอารมณ์ซื้อให้กลับมา ซึ่งกำลังซื้อจะฟื้นได้หรือไม่ คงต้องจับตาดูต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท