
อสังหาฯ ลุ้นไตรมาส 2 ฟื้น
อสังหาฯ ไตรมาส 2 มีลุ้นฟื้น หลังเห็นแววกำลังซื้อเริ่มขยับ
อสังหาฯ ไตรมาส 2 มีลุ้นฟื้น หลังเห็นแววกำลังซื้อเริ่มขยับ
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ผ่านพ้นไตรมาสแรกของปี 2557 มาแล้วแบบหืดขึ้นคอ โดย 2 เดือนแรกของปีนี้ ผู้ประกอบการทุกค่ายต่างเจอมรสุมการเมืองถล่มยอดขาย จนเมื่อเข้าเดือนมี.ค. อาจจะด้วยหลายปัจจัย ทั้งการเมืองเริ่มนิ่ง คนเริ่มชินกับปัญหาการเมือง หรือจะด้วยกำลังซื้อที่อั้นมานาน ทำให้ยอดขายในหลายพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลฟื้นตัวกลับมาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งคนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์สรุปคร่าวๆ ว่า ภาพรวมตลาดไตรมาส 1/57 ทรงตัวจนถึงขยายตัวไม่เกิน 5% ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่อาจทำให้ไตรมาส 2 มีลุ้นมากขึ้น แต่ปัจจัยการเมือง ก็ยังเป็นตัวแปรสำคัญเช่นเดิม
เลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ยอดขายเดือนมี.ค. ของพฤกษาถือว่าดีมาก มีมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่ายอดขายของ 2 เดือนแรกรวมกัน ส่งผลให้ยอดขาย 3 เดือนแรกทะลุกว่า 7,800 ล้านบาท เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทำให้การคาดการณ์ในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงต้นปี โดยหากยอดขายฟื้นกลับมาต่อเนื่อง จะมีผลให้ปีนี้ทั้งปี พฤกษาจะยังมีการเติบโตที่ดี ซึ่งการที่ยอดขายมาแรงในเดือนมี.ค. มีความเป็นไปได้ว่า คนอาจจะชินกับสถานการณ์การเมือง ทำให้กลุ่มคนที่มีความต้องการจริงที่อั้นมานาน เริ่มกลับมาตัดสินใจซื้อ
นอกจากนี้ การที่พฤกษาเน้นหนักตลาดบ้านหลังแรก และกระจายโครงการไปยังตลาดต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ ก็มีผลให้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางการเมืองไม่มากนัก โดยที่ผ่านมาพฤกษาทยอยเปิดตัวโครงการใหม่ไปบ้างแล้ว และคาดว่าจะเปิดตัวโครงการใหม่อีกครั้งประมาณไตรมาส 3 ส่วนยอดขายช่วงไตรมาสแรกที่มียังคงเป็นที่อยู่อาศัยต่ำกว่า 5 ล้านบาท แต่ที่น่าสนใจ หลังจากที่ทดลองเปิดตัวโครงการเดอะ ปาล์ม พัฒนาการ บ้านเดี่ยวระดับราคา 10 ล้านบาทในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมี.ค. เพียง 2 วันมียอดขายเกือบ 20 ยูนิต มูลค่ารวมประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งอาจเป็นเพราะเปิดตัวในจังหวะที่คนอั้นมานานแล้วก็เป็นได้
คาดคอนโดฯ เร่งอัดแคมเปญดันยอด
วิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า ไตรมาส 2/2557 คาดว่าจะเริ่มเห็นการเปิดตัวโครงการใหม่ โดยเอพี ยังเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ไตรมาส 2 มากถึง 8 โครงการ มูลค่ารวม 13,090 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านแนวราบ 5 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท พร้อมเปิดตัวโครงการไฮไลท์ 3 คอนโดมิเนียมที่ร่วมออกแบบครั้งแรกกับมิตซูบิชิ เอสเตท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 7,000 ล้านบาท เปิดขายพร้อมกันครั้งแรก 15-18 พ.ค. ชั้น 1 สยามพารากอน
นอกจากนี้ ยังคาดว่าไตรมาส 2 จะเริ่มมีแคมเปญกระตุ้นตลาดต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียม ส่วนไตรมาสแรกที่ผ่านมา ปัจจัยทางการเมืองทำให้ภาพรวมของตลาดชะลอตัว แต่จากการที่ทดลองเปิด 3 โครงการใหม่ เน้นเฉพาะแนวราบในทำเลใกล้เมือง เช่น โซล รัชดาภิเษก 68 หรือ บ้านกลางเมือง พิบูลสงคราม ยังได้รับการตอบรับที่ดี มียอดขายรวมกว่า 185 ล้านบาท สะท้อนได้ว่าในบางตลาดที่มีความต้องการจริง จะยังไปได้
แสนสิริไม่รีบ เน้นผ่านอีไอเอก่อน
อุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า ยอดขายเดือนมี.ค. ดีขึ้นกว่า 2 เดือนแรกของปีนี้มาก แต่หากการเมืองยังไม่นิ่ง ก็ยังเป็นประเด็นที่ทำให้ผู้ซื้อบางส่วนกังวล และชะลอการตัดสินใจ ส่วนกลุ่มคนที่จำเป็นต้องซื้อที่อยู่อาศัยแล้ว ก็จะเริ่มทยอยตัดสินใจ จึงประเมินว่า ไตรมาส 2 อาจจะยังไม่ได้ดีขึ้นมาก ซึ่งแสนสิริเอง หลังจากที่ปีนี้ปรับนโยบายจะขายคอนโดมิเนียมที่ผ่านการอนุมัติจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แล้วเท่านั้น จึงไม่รีบเร่งกับการเปิดตัวโครงการใหม่มากนัก โดยไตรมาส 1 เปิดตัวไปแล้ว 1 โครงการย่านบีทีเอส วงเวียนใหญ่ อีก 8 โครงการที่เหลือจะทยอยเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4
คิวเฮ้าส์ขอจัดหนักครึ่งปีหลัง
ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ กล่าวว่า กลุ่มคิวเฮ้าส์จะรุกหนักในการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ในช่วงไตรมาส 3 เป็นต้นไป เพราะเชื่อว่าตลาดน่าจะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งหากเวลานั้น การเมืองยังไม่จบ ก็เชื่อว่าผู้ประกอบการคงไม่รีรอแล้ว คงต้องเข็นโครงการใหม่ออกมา แต่จะเลือกโครงการที่จับกลุ่มความต้องการจริง เน้นบ้านแนวราบมากขึ้น ส่วนคอนโดมิเนียม หากทำเลไม่เจ๋งจริง อาจต้องเลื่อนไปก่อน เช่นเดียวกับกลุ่มคอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศในต่างจังหวัด บ้านหลังที่สอง ซึ่งไม่ใช่กลุ่มความต้องการจริง หากการเมืองยังไมคลี่คลาย คงต้องเลื่อนยาว
สำหรับการประเมินตลาดไตรมาส 2 แม้ว่ายอดขายเดือนมี.ค.จะกลับมาฟื้นตัว แต่เชื่อว่าสถานการณ์ไตรมาส 2 จะคล้ายกับไตรมาสแรก นั่นคือ ทรงตัว หรือเติบโตไม่เกิน 5% เพราะตราบใดที่การเมืองยังไม่จบ ความเชื่อมั่นต่างๆ จะฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่
ตลาดไตรมาส 2 จะเป็นอย่างไร คงต้องรอดูท่าทีของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพยอีกรอบว่า จะนิ่งตามน้ำดังที่กล่าวไว้ หรือจะทยอยอัดกระสุนโกยยอดครึ่งปีแรกมาให้ใจชื้นก่อนลุยจัดหนักในครึ่งปีหลัง







