posttoday
เอพีผนึกมิตซูบิชิ พลิกโฉมคอนโดเมืองไทย

เอพีผนึกมิตซูบิชิ พลิกโฉมคอนโดเมืองไทย

19 มีนาคม 2557

ผ่าแนวคิด "เอพี" จับมือทุนญี่ปุ่น "มิตซูบิชิ" พลิกโฉมคอนโดเมืองไทย

ผ่าแนวคิด "เอพี" จับมือทุนญี่ปุ่น "มิตซูบิชิ" พลิกโฉมคอนโดเมืองไทย

โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว

"ถ้าเป็นผู้หญิงก็จะเป็นผู้หญิงที่สวยเรียบๆ ไม่สวยแบบหวือหวา แต่ถ้าอยู่ด้วยกันนานๆ จะมีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งนานยิ่งรักผู้หญิงคนนี้มากขึ้น" อนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) เปรียบเปรย รูปลักษณ์ใหม่ของคอนโดมิเนียมเอพี หลังการร่วมทุนครั้งใหญ่กับกลุ่มมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่มีอายุ กว่า 100 ปี จากญี่ปุ่น พร้อมกับแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่สายเลือดไทย-ญี่ปุ่น 3 โครงการรวดในปลายเดือน พ.ค.นี้

เอพี ใช้เวลาเจรจากับมิตซูบิชิ เอสเตท มากว่า 1 ปี เพื่อดึงขาใหญ่จากแดนอาทิตย์อุทัยรายนี้มาสร้างมูลค่าเพิ่มในการพัฒนาโปรดักต์ ด้วยหลักการออกแบบสไตล์ญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการใช้ประโยชน์พื้นที่ทุกตารางนิ้วได้อย่างคุ้มค่า ที่เรียกว่า Space Optimization ในสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะราคาที่ดินและต้นทุนก่อสร้างที่ทำให้คอนโดในเมืองมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ

"เราต้องการองค์ความรู้เรื่อง Space Optimization เพราะคอนโดในเมืองมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ จึงบอกถึงความต้องการหาพันธมิตรไปที่ไจกา (องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น) และทางมิตซูบิชิ เอสเตท ก็ติดต่อเข้ามาใช้เวลาปีกว่าจึงบรรลุข้อตกลงเป็นพันธมิตรร่วมกันพัฒนาคอนโดมิเนียมในประเทศไทย" วิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) ขยายความ

เอพี (ไทยแลนด์) จะร่วมกับ มิตซูบิชิ เอสเตท ตั้งบริษัทเป็นรายโครงการ ประเดิมด้วย 3 โครงการแรก รวมมูลค่า 7,100 ล้านบาท 1) RHYTHM สุขุมวิท 36-38 2) RHYTHM อโศก II และ 3) Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง ซึ่งทั้ง 3 โครงการมีแผนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกันในช่วงกลางเดือน พ.ค.นี้ ในครั้งนี้ มิตซูบิชิ เอสเตท จะควักทุนรวม 2,500 ล้านบาท สำหรับการร่วมทุนทั้ง 3 โครงการ ในสัดส่วน 49%

สำหรับฝีไม้ลายมือของมิตซูบิชิ เอสเตท ในญี่ปุ่นถือว่าเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์เก่าแก่ที่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ผลงานสร้างชื่อคือการพัฒนาย่านมารุโนะอุจิย่านธุรกิจเนื้อที่ 120 เฮกตาร์ หรือเท่ากับ 750 ไร่ (1 เฮกตาร์ เท่ากับ 6 ไร่ 1 งาน) กลางกรุงโตเกียว ซึ่งปัจจุบันราคาที่ดินในย่านดังกล่าวสูงถึง 200 ล้านบาทต่อตารางเมตร โดยเป็นที่ดินที่กลุ่มมิตซูบิชิซื้อจากรัฐบาลเมื่อกว่า 120 ปี มาพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีอาคารสำนักงานกว่า 100 อาคาร จำนวนกว่า 4,000 บริษัท โดยมีอาคารสำนักงานที่อยู่ในความครอบครองกว่า 30 โครงการ

นอกจากนี้ ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในประเทศญี่ปุ่นมายาวนานกว่า 50 ปี หากการร่วมทุนครั้งนี้เป็นไปตามที่ ซีอีโอ เอพี (ไทยแลนด์) บอกไว้ว่า เป็นการทำงานร่วมกันในเชิงลึกตั้งแต่การวางแนวคิด การออกแบบ ด้วยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ซึ่งกัน เพื่อนำ แนวคิด Space Optimization มาใช้ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าคนไทย และเป็นการทำงานที่ตั้งอยู่บนความให้เกียรติระหว่างกัน เชื่อแน่ว่า การร่วมทุนครั้งนี้จะกลายเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการพลิกโฉมหน้าตลาดคอนโดในเมือง ของไทยแน่นอน

การออกแบบสไตล์ญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ให้คุ้มค่าสูงสุดเพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนเกาะจึงมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด นอกจากนี้ลักษณะเด่นของการออกแบบอีกอย่างคือ การออกแบบที่อิงแอบกลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งการร่วมทุนระหว่าง เอพี (ไทยแลนด์) กับ มิตซูบิชิเอสเตท ครั้งนี้ จึงมุ่งคิดค้นนวัตกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ใช้สอย และประยุกต์แนวคิดการออกแบบของญี่ปุ่นมาผสมผสานกับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของคนไทย เพื่อให้เกิดความสุขในการใช้ชีวิตในมิติใหม่ ภายใต้การใช้งานอย่างคุ้มค่า

ENGAWA-INSIDE OUT, OUTSIDE IN
แนวคิดการออกแบบสไตล์ดั้งเดิมของบ้านญี่ปุ่นที่เรียกว่า Engawa-Inside out, Outside in เป็นหนึ่งในการออกแบบที่ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงพื้นที่ภายนอกและภายในให้มีความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องกัน

KOHJI&SHOJI-GRID&LINE
อีกหนึ่งแนวคิดภายใต้เอกลักษณ์เฉพาะตัวของการออกแบบสถาปัตยกรรมประเทศญี่ปุ่น คือ Kohji&Shoji หรือการใช้ Grid&Line มาประยุกต์ในงานการออกแบบบ้าน ในภาษาญี่ปุ่นคำว่า Kohji หมายถึงจังหวะ เส้นไม้ระแนงที่ซ้ำกันต่อเนื่องแบบเป็นจังหวะและShoji หมายถึง หน้าต่างหรือประตูบานเลื่อนที่อยู่คู่กับเสื่อทาทามิ

WABI SABI-INCOMPLETE BEAUTY
Wabi Sabi หรือหลักการออกแบบภายใต้ความงามที่ไม่สมบูรณ์ อีกหนึ่งเสน่ห์และความท้าทายที่เป็นหัวใจของสุนทรียภาพแห่งนิกายเซนของญี่ปุ่น เป็นการให้ความสำคัญกับรายละเอียดในอีกมิติ

SPACE PLANNING-EVERY INCH MATTERS
หัวใจหลักของการบริหารจัดการพื้นที่ คือการแบ่งสัดส่วนเลย์เอาต์ของห้องให้สอดคล้องกับการใช้สอยหรือความต้องการของผู้อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความท้าทายที่ว่าทำอย่างไรให้พื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดเกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้การออกแบบของคนญี่ปุ่นนั้น เรียกได้ว่าทุกตารางนิ้วมีคุณค่า มีการแบ่งแยกสัดส่วนระหว่าง Public Space และ Private Space อย่างชัดเจน เพื่อประโยชน์การใช้งานที่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตจริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท