posttoday
ช.การช่างไม่หวั่น2ล้านล้านสะดุด

ช.การช่างไม่หวั่น2ล้านล้านสะดุด

19 มีนาคม 2557

ช.การช่างเผยมีแบ็คล็อคในมือกว่า 1.1 แสนล้านบาท ไม่หวั่น 2 ล้านล้านสะดุด

ช.การช่างเผยมีแบ็คล็อคในมือกว่า 1.1 แสนล้านบาท ไม่หวั่น 2 ล้านล้านสะดุด

นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง เปิดเผยว่า บริษัทไม่มีความกังวลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทจะถูกศาลตัดสินว่าขัดรัฐธรรมนูญ จะส่งผลกระทบต่อภาคการก่อสร้าง โครงการต่างๆ และรายได้ของผู้รับเหมา

ทั้งนี้ เนื่องจากกลุ่มช.การช่าง มีโครงการที่รอรับรู้รายได้ (แบ็คล็อค) ในมือกว่า 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งมากกว่า 4 เท่าของรายได้บริษัท และจะรองรับรายได้ต่อเนื่อง 5 ปี และบริษัทยังมีรายได้จากการลงทุนของบริษัทลูกทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งกลยุทธ์การลงทุนในอนาคตจะเน้นขยายการรับงานไปยังภูมิภาคอาเซียน รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดก่อสร้างในแถบเพื่อนบ้าน เช่น ลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนาม มีการขยายตัวมาก เพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยลบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในประเทศ

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2557 บริษัทมั่นใจว่าผลประกอบการจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งในธุรกิจก่อสร้างและการลงทุนในบริษัทลูก ในส่วนของโครงการก่อสร้างนั้น ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการรอลงนามสัญญา เช่น โครงการโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น เฟส 2 มูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำบากใน สปป.ลาว มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท งานก่อสร้างเพิ่มเติมสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท และงานเพิ่มเติมอื่นๆ ในโครงการที่ดำเนินอยู่ สำหรับปี 2557 มีโครงการที่เตรียมยื่นประมูลอีก 3 โครงการ คือ 1) โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 19 กิโลเมตร 2) โครงการรถไฟทางคู่ คลอง 19 - แก่งคอย และ 3) โครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 มูลค่าทั้งหมดประมาณ 85,000 ล้านบาท

นอกจากโครงการในส่วนก่อสร้างแล้ว ในด้านของการการลงทุน คาดว่าทุกบริษัทในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท น้ำประปาไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษทไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด จะเติบโตและสร้างรายได้ให้กับ ช.การช่าง เนื่องจากเป็นการลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพทำให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจพลังงานที่ความต้องการใช้จะมากขึ้นเรื่อยๆ โดยบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) นั้นมีโครงการที่อยู่ในระหว่างการดำเนินงาน คือ โครงการโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น เฟส 2 โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำบาก และโครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ใน สปป.ลาว ซีเค พาวเวอร์ ถือเป็นบริษัท flagship ด้านพลังงานของกลุ่ม ช.การช่าง ที่มีศักยภาพในการเติบโตด้วยรายได้ที่มั่นคงและอยู่ในธุรกิจที่มีการเติบโตสูง มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการพลังงานที่หลากหลายในต่างประเทศ สามารถบริหารความเสี่ยงและสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอให้กับกลุ่ม ช.การช่างได้

ทางด้านกลยุทธ์ของกลุ่ม ช.การช่าง ในอนาคต จะมุ่งเน้นการขยายฐานรายได้จากธุรกิจการลงทุนควบคู่ไปกับธุรกิจก่อสร้าง และจะมีการลงทุนในโครงการในกลุ่มประเทศเออีซีมากขึ้นในอนาคต โดยจะเป็นการลดความเสี่ยงจากปัจจัยที่อาจมีผลกระทบต่อธุรกิจก่อสร้างภายในประเทศ ในปัจจุบันได้มีการลงทุนใน สปป.ลาว ในธุรกิจพลังงานค่อนข้างมาก และกำลังมีการศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ รวมทั้งธุรกิจก่อสร้างในประเทศเพื่อนบ้าน ที่เรามองว่ายังมีศักยภาพในการเติบโตอีกค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็น พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม” คุณปลิวกล่าวสรุป

ทั้งนี้ บริษัทฯ เตรียมเดินสายโร้ดโชว์เพื่อพบปะและให้ข้อมูลแก่นักลงทุนโดยตรง โดยในวันที่ 21 มีนาคมนี้ ช.การช่าง และ บริษัท ซี.เค. พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) จะเดินทางไปพบนักลงทุนที่ประเทศสิงคโปร์ในงาน Thailand Corporate Day ที่จัดโดยบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด และในวันที่ 27 มีนาคม ก็จะเข้าร่วมงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเชื่อว่าน่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศเป็นอย่างดี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท