น้อมบุญปรับกลยุทธ์เลื่อนปิดขาย-ลดค่าใช้จ่าย
การเมืองที่ยังไร้ความแน่นอน กระทบหลายธุรกิจ ภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่เริ่มวางแผนปรับตัวปีหน้ารับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปแล้ว
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การเมืองที่ยังไร้ความแน่นอน กระทบหลายธุรกิจ เพราะประชาชนเริ่มชะลอการใช้จ่าย ไม่มั่นใจอนาคต ซึ่งรวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่เริ่มวางแผนปรับตัวปีหน้ารับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปแล้ว
มานะ จิระนภากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้อมบุญ และรองเลขาธิการสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า บริษัทเริ่มปรับแผนธุรกิจปีหน้าแล้ว เพราะคาดว่าโครงการต่างๆ จะปิดยอดขายช้าลง หลังมองสถานการณ์เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวลงตั้งแต่กลางปี หนี้ครัวเรือนสูงขึ้น และยังมีปัญหาการเมืองปลายปีส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคให้น้อยลงไปอีก โดยได้เลื่อนเวลาปิดการขายโครงการบ้านเดี่ยว เลอ นีโอ 2 ออกไปเป็นสิ้นไตรมาสแรกปีหน้า จากเดิมคาดไว้สิ้นปีนี้ และโครงการทาวน์โฮม เลอเน็กซ์ตร้า ขายไป 60% ที่เหลืออีกกว่า 40 ยูนิต ได้เลื่อนปิดการขายไปปลายปี 2557 จากเดิมจะปิดกลางปี 2557
นอกจากนี้ ยังจำกัดค่าใช้จ่ายการตลาดมากขึ้น เพราะมองว่าใช้งบการตลาดกระตุ้นการขายมากๆ ช่วงนี้ไม่ได้ผล แต่หันมาใช้การทำตลาดผ่านช่องทางต้นทุนต่ำเป็นหลัก เช่น ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง ส่งอีเมลตรงถึงลูกค้า โดยใช้ฐานลูกค้าเดิมที่มี ทำตลาดทางเว็บไซต์ และสังคมออนไลน์ รวมทั้งใช้งบทำการตลาดไปกับการให้ของแถมลูกค้าโครงการแทนการทำโฆษณา
ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาสภาพแวดล้อมโครงการ เพราะสินค้าอสังหาริมทรัพย์แนวราบ เป็นประเภทสร้างเสร็จก่อนขาย เวลาที่ลูกค้ามาเยี่ยมชมโครงการ จะพิจารณาสภาพแวดล้อมโครงการไปด้วย ถือเป็นสื่อการตลาดสำคัญ ให้ลูกค้าเชื่อมั่น บอกต่อแบบปากต่อปาก
สำหรับปีนี้บริษัทคาดว่าจะมียอดขาย 500 ล้านบาท ใกล้เคียงทุกปี ปีหน้ายอดขายอาจปรับเพิ่มจากปีนี้เล็กน้อย ส่วนปัญหาลูกค้าที่จองบ้านไว้ ขอกู้สถาบันการเงินไม่ผ่าน น่าจะมี 15% ของลูกค้าทั้งหมด ใกล้เคียงกับปีนี้ที่เริ่มมีปัญหานี้มากขึ้นอยู่ที่ 15% เพิ่มจากเดิมที่มีไม่ถึง 10% แต่เชื่อว่าสถาบันการเงินก็เข้มงวดปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดดอกเบี้ยนโยบายลงมา ทำให้สถาบันการเงินลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงบ้าง น่าจะช่วยให้ความสามารถการผ่อนชำระของลูกค้าดีขึ้น และลดปัญหาได้
“บริษัทจะเน้นสร้างบ้านให้เสร็จก่อนขายมากขึ้น เพราะหากลูกค้ามาซื้อแล้วขอกู้ไม่ผ่าน ก็ปรับแผนหาลูกค้าใหม่ทดแทนได้ทันที ต่างจากการขายก่อนสร้างเสร็จ ลูกค้าปรับเปลี่ยนแก้ไขแบบบ้านไปแล้ว ขอกู้ไม่ผ่านจะมีปรับตัวด้านการขายลำบากกว่า”มานะ กล่าว
ขณะที่แผนลงทุนปีหน้ายังเดินตามแผนเดิม เพราะซื้อที่ดินเก็บไว้และเตรียมออกแบบนานแล้ว มี 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 700 ล้านบาท ได้แก่ โครงการเลอบิส โฮมออฟฟิศ 16 หลัง มูลค่าโครงการ 100 ล้านบาท จะเริ่มก่อสร้างเดือน ม.ค. 2557 คาดเสร็จปี 2557 และโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ จ.ขอนแก่น 200 ยูนิต เปิดตัวครั้งแรกปีหน้า แต่คงทยอยสร้างและปิดการขาย 3 ปี
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสนใจลงทุนพื้นที่อื่นอีก โดยเฉพาะแถบชานเมืองซึ่งยังมีที่ดินเหลือมาก แต่เผชิญปัญหาราคาที่ดินขึ้นไปมาก เพราะรอรับประโยชน์จากโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ ทำให้ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ราคาบางพื้นที่ขึ้นไป 100% จึงต้องการรอให้ราคาที่ดินกับความสามารถซื้อของผู้ประกอบการสมดุลกว่านี้ โดยประเมินว่าปีหน้าราคาที่ดินไม่น่าจะพุ่งเหมือนที่ผ่านมา เพราะความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของผู้ซื้อไม่สูงเท่าเดิม หากขึ้นคงใกล้เคียงอัตราเงินเฟ้อ หรือ 3-5% ส่วนต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่เคยกังวลว่าจะขึ้นมากปีหน้าจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ก็ไม่น่ากังวลแล้วเพราะการเมืองเปลี่ยน ทำให้ชะลอโครงการออกไป
ทั้งนี้ น้อมบุญเป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายกลางถึงเล็ก แต่มั่นใจว่าแข่งขันกับรายใหญ่ได้ โดยใช้จุดแข็งหาทำเลที่ตั้งที่ดีไม่น้อยกว่าคู่แข่ง ออกแบบและสร้างโครงการให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี ตัวบ้านที่มีคุณภาพ เพราะอสังหาริมทรัพย์เป็นสินค้าที่จับต้องได้ เปรียบเทียบได้เลย เมื่อลูกค้าเห็นสินค้าที่มีคุณภาพเท่าเทียมหรือดีกว่าสินค้าของแบรนด์อสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ก็จะบอกต่อแบบปากต่อปาก แนะนำลูกค้ารายใหม่ให้มาซื้อเอง
ยุคการเมืองไร้ความแน่นอน เศรษฐกิจไม่รู้เหนือรู้ใต้แบบนี้ ผู้ประกอบการรายไหนปรับตัวเร็วกว่า ย่อมได้เปรียบทางธุรกิจกว่าแน่นอน







