
ม็อบทุบตลาดรับสร้างบ้าน
รับสร้างบ้านเครียด ม็อบทำลูกค้าเลื่อนสั่งสร้างบ้านใหม่ยาว 2-3 เดือน บ้านระดับราคา 5-7 ล้านรับศึกหนัก
รับสร้างบ้านเครียด ม็อบทำลูกค้าเลื่อนสั่งสร้างบ้านใหม่ยาว 2-3 เดือน บ้านระดับราคา 5-7 ล้านรับศึกหนัก
นายวิบูล จันทรดิลกรัตน์ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองได้ส่งผลกระทบต่อบรรดาบริษัทสมาชิกของสมาคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากพบว่าลูกค้าเริ่มมีการเลื่อนระยะเวลาการสร้างบ้านออกไป 2-3 เดือน โดยเฉพาะกลุ่มบ้านที่มีระดับราคา 5-7 ล้านบาท ที่มีการชะลอการสร้างมากที่สุด
ขณะที่บ้านระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปยังมีสภาพคล่อง เนื่องจากผู้บริโภคได้วางแผนการสร้างล่วงหน้าไว้เป็นปีแล้ว และหากสถานการณ์การเมืองยังคงยืดเยื้อ และมีสภาพความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น อาจส่งผลต่อสภาพการเติบโตของภาพรวมรับสร้างบ้านในไตรมาส 2 ให้ลดลงจากไตรมาสแรก ในปีนี้ที่มีการเติบโตขึ้น 10%
ทั้งนี้ แนวทางการปรับตัวของกลุ่มผู้ประกอบการในสมาคมรับสร้างบ้านนั้น เบื้องต้นได้วางแนวทางการตรึงราคาบ้านให้คงที่หลังจากช่วงต้นปีที่ผ่านมาที่คาดว่าจะมีการปรับราคาขึ้นประมาณ 5%
ด้านนายสาธิต สุดบรรทัด รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายขายและตลาด บริษัท กระเบื้องหลังคาตราเพชร ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลังคา ไม้ฝาและไม้สังเคราะห์ แผ่นบอร์ด รวมถึงอุปกรณ์ประกอบหลังคาตราเพชร เปิดเผยว่า ภาพรวมการขายสินค้าของบริษัทในช่วงไตรมาสแรกมีการเติบโตเพิ่มขึ้นในอัตราตัวเลขสองหลักเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้านี้
เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคของภาครัฐและกำลังซื้อในตลาดต่างจังหวัดมีมากขึ้นหลังจากราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มปรับตัวดี อีกทั้งการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะเป็นการซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นจึงไม่ส่งผลกระทบแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการซื้อขายสินค้าของดีลเลอร์ในเขตกรุงเทพฯ เริ่มลดการสั่งซื้อสินค้าแล้วเพราะการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความไม่แน่นอน ดีลเลอร์จึงไม่อยากสต๊อกสินค้าไว้เพราะมีต้นทุนในการบริหารจัดการ
“ในเขตกรุงเทพฯ การสั่งซื้อสินค้าลดลง จากเดิมที่เคยสั่งซื้อแล้วนำมาสต๊อกไว้แต่ลดอัตราการซื้อลงเหลือเพียงครึ่งเดียว แต่ภาพรวมในต่างจังหวัดยังดี เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากราคาสินค้าเกษตร และตอนนี้สถานการณ์ไม่แน่นอนหากลุกลามจากกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัดเราคงต้องปรับแผนในการดำเนินธุรกิจ”
นายสาธิต กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ 3,000 ล้านบาท โตเพิ่มจากปีที่แล้วที่มีรายได้รวม 2,700 ล้านบาท 300 ล้านบาท การเติบโตมาจากการขยายกำลังการผลิตโรงงานกระเบื้องแห่งใหม่ซึ่งลงทุน 465 ล้านบาท มีกำลังการผลิต 5 หมื่นตันต่อปี นอกจากนี้จะเพิ่มตลาดส่งออกไปยังตลาดใหม่ๆ เช่น ฟิลิปปินส์และเวียดนาม







