
พฤกษาหาช่องช่วยลูกค้ากู้แบงก์ผ่าน
พฤกษาฯ ดึงบริษัทประกันค้ำสินเชื่อลูกค้า ช่วยกู้แบงก์ผ่าน หลังคาดแนวโน้มปฏิเสธสินเชื่อปีหน้าพุ่ง
พฤกษาฯ ดึงบริษัทประกันค้ำสินเชื่อลูกค้า ช่วยกู้แบงก์ผ่าน หลังคาดแนวโน้มปฏิเสธสินเชื่อปีหน้าพุ่ง
นายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินโครงการวินแบ็ค (Win Back) เพื่อช่วยลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อโครงการแล้ว และไม่สามารถกู้ผ่าน จึงจะดึงบริษัทประกันวินาศภัย 2 แห่งเพื่อมาช่วยค้ำประกันสินเชื่อลูกค้า เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถกู้เงินกับสถาบันการเงินให้ได้ หลังจากเห็นทิศทางการปฏิเสธสินเชื่อปีหน้าสูงขึ้น เพราะแนวโน้มสหรัฐฯยกเลิกมาตรการคิวอี และการออก พรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ทำให้เกิดภาวะเงินตึงตัว
“เราได้เริ่มคุยกับบริษัทประกันวินาศภัยเมื่อ 2 เดือนก่อนเพื่อช่วยหามาตรการค้ำประกันสินเชื่อบ้านให้กับลูกค้าที่มีแนวโน้มอาจถูกสถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อ ซึ่งการค้ำประกันจะทำให้สถาบันการเงินอนุมัติสินเชื่อให้กับลูกค้าง่ายขึ้น โดยขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปวงเงินและเงื่อนไขการค้ำประกัน รวมทั้งการซื้อคืนยูนิตเพื่อนำมาขายใหม่จะเป็นอย่างไร คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะเริ่มนำมาใช้ได้ในปีหน้า” นายเลอศักดิ์กล่าว
ก่อนหน้านี้บริษัทฯ ได้พยายามเสนอแพคเกจทางการเงินหลากหลายจาก 13 สถาบันทางการเงินที่เป็นพันธมิตร ปัจจุบันตัวเลขการปฏิเสธสินเชื่อของบริษัทกับสถาบันการเงินอยู่ที่ 22-23% ถือว่าเป็นระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แต่หากไม่มีมาตรการทางการเงินมารองรับ ตัวเลขการปฏิเสธสินเชื่ออาจจะขยับเพิ่มขึ้นได้
ด้านแนวโน้มราคาบ้าน เชื่อว่า ภาพรวมทั้งตลาดจะปรับขึ้น 5-6% ตามต้นทุน รวมทั้งปรับขึ้นตามราคาที่ดินและราคาวัสดุก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม สำหรับราคาบ้านของพฤกษาปรับขึ้นเพียง 3-4% เนื่องจากมีการบริหารจัดการต้นทุน และขยายโรงงาน พรีคลาส อีก 2 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 2,200 ล้านบาท ทำให้มีกำลังผลิตบ้านเดี่ยว 150 ตรม. ได้จำนวน 480 หลังต่อเดือน จากกำลังผลิตเดิม 5 โรงงาน จำนวน 620 หลังต่อเดือน
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2557 บริษัทคาดว่าจะมีการเปิดโครงการใหม่ 50 โครงการ มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท โดยเน้นโครงการแนวราบทั้งทาวน์เฮ้าส์และบ้านเดี่ยวเป็นหลัก และจะมีการขยายตลาดต่างจังหวัดที่มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น เช่น ภูเก็ต ชลบุรี อยุธยา ขอนแก่น และเชียงใหม่ เป็นต้น ส่วนโครงการคอนโดมีเนียมยังเน้นตลาดกรุงเทพฯและปริมณฑล เนื่องจากมองว่าตลาดต่างจังหวัด ความต้องการคอนโดมีเนียมมีจำกัด
นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับเป้ายอดขายจาก 35,426 ล้านบาท เป็น 3.9 - 4.1 หมื่นล้านบาท เป้ารายได้ปรับจาก 33,971 ล้านบาท เป็น 3.6-3.7 หมื่นล้านบาท โดยผลการดำเนินงานของบริษัทใน 10 เดือนที่ผ่านมา มียอดขายแล้ว 36,927 ล้านบาท และรับรู้รายได้รวม 25,108 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,539 ล้านบาท และมียอดขายที่รอรับรู้รายได้(แบคล็อก) อีก 44,024 ล้านบาท ทั้งนี้ ช่วงที่เหลือของปีนี้คาดว่าจะเปิดโครงการเพิ่มอีกประมาณ 10-15 โครงการ มูลค่าประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท







