
ชิงเค้กกู้ประกันสังคมหมื่นล.
เงินกู้ที่จะถูกอัดฉีดเข้าระบบ 1 หมื่นล้านบาท กับมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเหลืออีก 1 เดือน น่าจะเป็นแรงส่งที่ทำให้สถานการณ์ตลาดในไตรมาส 2 นี้ยังขยับตัวดีขึ้น
เงินกู้ที่จะถูกอัดฉีดเข้าระบบ 1 หมื่นล้านบาท กับมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเหลืออีก 1 เดือน น่าจะเป็นแรงส่งที่ทำให้สถานการณ์ตลาดในไตรมาส 2 นี้ยังขยับตัวดีขึ้น
โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว / โชคชัย สีนิลแท้
สถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียดได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้ซื้อบ้านทีละเล็กทีละน้อย จนทำให้เกิดการชะลอการตัดสินใจซื้อ และทำให้ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์พลอยซบเซาลงไปด้วย
แต่ท่ามกลางข่าวร้ายก็ย่อมมีข่าวดีที่พอจะช่วยประคับประคองตลาดไม่ให้เกิดอาการทรุดลงไปมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะนอกจากมาตรการกระตุ้นธุรกิจที่ยังมีใช้อยู่อีกราวๆ 1 เดือนแล้ว
อัดหมื่นล.กระตุ้นบ้านระดับกลาง
ล่าสุดสำนักงานประกันสังคมก็ได้ทุ่มเงิน 1 หมื่นล้านบาท เพื่อปล่อยกู้ให้กับผู้ประกันตนซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการสวัสดิการบ้าน สปส. เพื่อผู้ประกันตน ในวงเงินกู้รายละ 1.5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษแค่ 2.5% ระยะเวลานานถึง 5 ปี ผ่านธนาคารรัฐและพาณิชย์ |9 แห่ง
ถือเป็นแคมเปญสินเชื่อที่จูงใจคนซื้อบ้านพอสมควร เพราะหลังจากที่เปิดตัวมาไม่กี่วันมีผู้ประกันตนมายื่นขอใบรับรองสิทธิแล้ว 1 หมื่นราย และคาดว่าจะถึง 1.2 หมื่นราย ตามเป้าหมายที่สำนักงานประกันสังคมตั้งเอาไว้
เท่ากับเป็นการปลุกกำลังซื้อพนักงานบริษัทเอกชนได้ทันตาเห็น โดยเฉพาะตลาดบ้านระดับกลาง ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการปล่อยกู้ครั้งนี้
ตลาดบ้านที่จะได้อานิสงส์จากแคมเปญเงินกู้ครั้งนี้ไล่ตั้งแต่บ้านราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ไปจนถึงบ้านเกือบๆ 2 ล้านบาท เพราะวงเงินกู้ที่ธนาคารอนุมัติให้ 1.5 ล้านบาท หากรวมกับเงินดาวน์ที่ผู้ซื้อจะต้องควักประเป๋าตัวเองส่วนหนึ่งอีก 10-20% ราคาบ้านที่สามารถซื้อได้จะขยับไปได้ถึง 1.8-1.9 ล้านบาท
ยังไม่นับในกรณีที่ผู้กู้ยอมที่จะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราปกติของเงินกู้ส่วนเกินจากวงเงินที่กำหนดไว้ 1.5 ล้านบาท ก็ย่อมที่จะซื้อบ้านในราคาที่สูงกว่า 1.8-1.9 ล้านบาทได้ แต่โดยเฉลี่ยฐานรายได้ของผู้ประกันตนน่าจะมีกำลังซื้อบ้านได้ในระดับไม่เกิน 2 ล้านบาท เป็นหลักทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์พร้อมขายน่าจะได้ประโยชน์จากแคมเปญดังกล่าวไปแบบเต็มๆ
ค่ายอสังหาฯ พร้อมชิงเค้กบ้านสปส.
ผลจากแคมเปญดังกล่าวจะทำให้เกิดความเคลื่อนไหวในตลาดบ้านกันอีกระลอก เพื่อดูดกำลังซื้อจากการอัดฉีดเม็ดเงินกู้ครั้งนี้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ ที่ยังพอมีสต๊อกบ้านพร้อมขายอยู่ในไลน์การผลิตเพียงพอกับเงินกู้ล็อตนี้ คงพร้อมลงแบ่งเค้กก้อนนี้ เพื่อตุนยอดขายให้ได้มากที่สุดในภาวะที่ตลาดไม่ค่อยปกตินัก
เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ เห็นว่า เวลานี้ภาครัฐออกมาตรการอะไรออกมากระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ถือว่าดีหมด เพราะจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้เร็วขึ้น เนื่องจากบรรยากาศความไม่สงบทางการเมืองทำให้คนมาเยี่ยมชมโครงการน้อยลง ซึ่งกลายเป็นปัญหาเหมือนกันของหลายบริษัท
ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อออกแคมเปญการตลาดเพื่อเร่งการตัดสินใจซื้อให้เร็วขึ้น เช่น การลดค่าธรรมเนียมในการจองหรือเงินการทำสัญญาให้ บางส่วนแล้วแต่โครงการ และในปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่เข้าข่ายที่ผู้ประกันตนสามารถซื้อได้ง่าย เช่น โครงการเดอะ แคท คอนโดมิเนียม ราคาขายต่อยูนิตอยู่ที่ 7-8 แสนบาท จำนวนเกือบ 100 ยูนิต และโครงการแนวราบบริเวณรังสิต คลอง 11 จำนวน 30 ยูนิต ที่เป็นโครงการพร้อมอยู่ เป็นต้น
ขณะที่ ปราโมทย์ เจษฎาวรางกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วังทองกรุ๊ป กลับเห็นว่า โครงการดังกล่าวน่าจะเกิดประโยชน์ แต่คงไม่ได้กระตุ้นให้ผู้ซื้อบ้านเร่งตัดสินใจซื้อเหมือนกับการลดค่าธรรมเนียมการโอนหรือการลดค่าจดจำนอง เพราะได้ส่วนลดเป็นหลักหมื่นบาทถึงแสนบาท นอกจากนี้คนซื้อบ้านส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าภาครัฐโดยสำนักงานประกันสังคมได้ออกโครงการสวัสดิการบ้าน สปส. เพื่อผู้ประกันตน
อย่างไรก็ตาม เงินกู้ที่จะถูกอัดฉีดเข้าระบบ 1 หมื่นล้านบาท กับมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเหลืออีก 1 เดือน น่าจะเป็นแรงส่งที่ทำให้สถานการณ์ตลาดในไตรมาส 2 นี้ยังขยับตัวดีขึ้น ส่วนใครจะได้รับอานิสงส์มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับแรงฮึดของแต่ละรายเป็นสำคัญ







