posttoday
ที่อยู่อาศัยที่อาจล้นตลาดในจังหวัดภูมิภาค

ที่อยู่อาศัยที่อาจล้นตลาดในจังหวัดภูมิภาค

30 พฤษภาคม 2556

ที่อยู่อาศัยที่อาจล้นตลาดในจังหวัดภูมิภาค โดยเฉพาะในจังหวัดหัวเมือง เชียงใหม่ ชลบุรี ระยอง โคราช ภูเก็ต

ที่อยู่อาศัยที่อาจล้นตลาดในจังหวัดภูมิภาค โดยเฉพาะในจังหวัดหัวเมือง เชียงใหม่ ชลบุรี ระยอง โคราช ภูเก็ต

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เปิดเผยว่า จากการสำรวจแนวโน้มที่อยู่อาศัยเพื่อเฝ้าระวังการล้นตลาด พบว่า ในท้องที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ สินค้าที่พึงระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ บ้านเดี่ยวราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 150 หน่วย และขายได้ช้ามาก ทั้งนี้คงเป็นเพราะว่ามีราคาสูงเกินไป ส่วนในอำเภอสันทรายห้องชุดราคาตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไปก็ขายได้ช้ามากแต่ไม่น่าเป็นห่วงเพราะเหลืออยู่เพียง 13 หน่วยเท่านั้น สำหรับในพื้นที่อำเภอสันกำแพงบ้านเดี่ยวราคาตั้งแต่ 5 ล้านบาทก็แทบจะขายไม่ได้แต่ก็ยังโชคดีที่มีจำนวนเหลืออยู่เพียง 35 หน่วย

ในท้องที่อำเภอแม่ริมสินค้าที่มีราคาตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นทั้งบ้านเดี่ยวและห้องชุดขายได้ช้ามาก ส่วนสินค้าราคาต่ำกว่านี้ยังขายได้พอสมควร อย่างไรก็ตามอุปทานก็เหลืออยู่ไม่มากนัก สำหรับในเขตอำเภอหางดงบ้านเดี่ยวราคา 5 ล้านบาทขึ้นไปแทบจะขายไม่ได้เลยแต่ทั้งนี้มีเหลืออยู่เพียง 50 หน่วย ส่วนในพื้นที่อำเภอสารภีที่ดินจัดสรรแปลงละเกือบ 1 ล้านบาทแทบจะขายไม่ได้ แต่ก็มีจำนวนเหลืออยู่เพียง 50 หน่วย

สำหรับในจังหวัดเชียงรายสินค้าแทบทุกกลุ่มขายดี ยกเว้นตึกแถวจำนวนประมาณ 200 หน่วยที่ขายในราคา 2-3 ล้านบาท อาจประสบปัญหาในการขาย รวมทั้งห้องชุดราคา 5-10 ล้านบาทก็ขายได้ยากมากเพราะมีราคาแพง

สำหรับในจังหวัดชลบุรีโดยเฉพาะในอำเภอเมือง ทาวน์เฮ้าส์ราคา 3-5 ล้านบาทซึ่งเป็นทาวน์เฮ้าส์ราคาสูงสุดในพื้นที่นี้ขายไม่ค่อยออก ส่วนในเขตเมืองพัทยาฝั่งติดทะเลห้องชุดราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปขายแทบไม่ได้ทั้งนี้คงเป็นเพราะราคาสูงเกิน มีผู้ซื้อจำนวนน้อย เช่นเดี่ยวกับห้องชุดราคา 3-5 ล้านบาทในโซนพัทยาฝั่งเนินเขาก็ขายได้ค่อนข้างช้าแต่ก็ไม่น่าเป็นห่วงเพราะเหลืออยู่เพียง 50 หน่วย ที่น่าห่วงคงเป็นบ้านแฝดราคา 3-5 ล้านบาท ที่ยังมีเหลืออยู่เกือบ 150 หน่วย

สำหรับในเขตอำเภอเมืองระยองมีเพียงทาวน์เฮ้าส์ที่ขายในราคา 3-5 ล้านบาทซึ่งเป็นราคาสูงสุด เหลือขายอยู่เกือบ 100 หน่วยคาดว่าจะต้องใช้เวลาขายอีกเกือบ 40 เดือน สำหรับในพื้นที่มาบตาพุดทาวน์เฮ้าส์ราคาเกือบ 1 ล้านบาทก็ขายได้ช้ามากแต่ก็เหลืออยู่เพียง 40 หน่วยเท่านั้น ในพื้นที่บ้านฉาง บ้านพลา ห้องชุดราคา 3 ล้านบาทเศษก็ขายแทบไม่ได้ แต่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเหลืออยู่เพียงไม่ถึง 10 หน่วย

สำหรับในภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมา บ้านเดี่ยวราคาเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งแม้ราคาถูกก็กลับขายได้ช้าคงเป็นเพราะทำเลไม่ดี รวมทั้งบ้านแฝดราคาประมาณ 8 แสนบาทก็ขายได้ช้ามากเช่นกัน ทาวน์เฮ้าส์ราคา 3-5 ล้านบาทก็ขายได้ช้าเช่นกัน ส่วนจังหวัดขอนแก่นไม่มีสินค้าใดที่น่าเป็นห่วงเลย และที่จังหวัดอุดรธานีก็ไม่มีสินค้าใดที่จะประสบปัญหาในการขายเช่นกัน

สำหรับชายฝั่งทะเลตะวันตก บ้านเดี่ยวราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปบริเวณชะอำน่าจะขายได้ยาก ทั้งนี้ยังมีเหลือขายอยู่ประมาณ 230 หน่วย เช่นเดี่ยวกับบ้านเดี่ยวช่วงหัวหิน-ปราณบุรี บ้านเดี่ยวราคา 20 ล้านบาทไปก็ขายได้ช้ามาก ทั้งนี้ยังเหลือขายอยู่เกือบ 100 หน่วย ส่วนสินค้าประเภทและระดับราคาอื่นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

สำหรับจังหวัดภูเก็ตโดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองมีเพียงห้องชุดราคาเกิน 10 ล้านบาทที่แทบจะขายไม่ได้ แต่ก็มีเพียง 10 หน่วยสุดท้าย ในเขตอำเภอกะทู้และอำเภอถลางไม่มีประเภทบ้านและระดับราคาใดที่น่าเป็นห่วง

สำหรับเขตภาคใต้ตอนกลางโดยเฉพาะอำเภอเมืองสุราษฎร์สุรี ก็แทบไม่มีสินค้าใดน่าเป็นห่วง ยกเว้นบ้านเดี่ยวราคาประมาณ 15 ล้านบาทซึ่งเหลืออยู่เพียง 4 หน่วยเท่านั้น ส่วนบ้านเดี่ยวราคา 5-10 ล้านบาทก็อาจขายช้าบ้าง สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราชก็มีเพียงทาวน์เฮ้าส์ราคา 2-3 ล้านบาทซึ่งแทบจะขายไม่ได้คงเป็นเพราะราคาแพงเกินไปสำหรับพื้นที่จึงยังเหลืออยู่เกือบ 450 หน่วย

สำหรับอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาที่อยู่อาศัยที่อาจมีปัญหาในการขายได้แก่บ้านเดี่ยวราคาประมาณ 10-15 ล้านบาทก็มีอุปทานอยู่เพียง 25 หน่วย สำหรับอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าเป็นห่วงได้แก่ทาวน์เฮ้าส์ราคา 5-8 ล้านบาทที่ขายได้ช้ามากและยังเหลืออยู่ประมาณ 80 หน่วย นอกนั้นล้วนแต่ขายดีโดยเฉพาะห้องชุดพักอาศัย ดังนั้นจากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จึงสรุปได้ว่าสินค้าที่อาจมีปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ที่มีราคาค่อนข้างใหญ่ หรือที่อยู่อาศัยราคาถูกที่ตั้งอยู่ในทำเลไม่ดี ห้องชุดแทบไม่มีปัญหาในการขายแต่อย่างใด

นายโสภณ เสนอว่า เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาอุปทานล้นเกินซึ่งอาจเป็นผลส่วนหนึ่งจากการลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก รัฐบาลควรดำเนินการเพิ่มสัดส่วนเงินดาวน์เป็น 10-20% ของมูลค่าตลาด และควรให้มีการคุ้มครองเงินดาวน์ของผู้ซื้อบ้านเป็นภาคบังคับ ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นคงของตลาดที่อยู่อาศัยในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท