
คนซื้อบ้านจุกที่ดินศรีนครินทร์พุ่ง40%
รถไฟฟ้าบีทีเอส-แอร์พอร์ตลิงค์ปั่นราคาที่ดินศรีนครินทร์พุ่ง 30-40% หวั่นกำลังซื้อบ้านวิ่งตามไม่ทัน
รถไฟฟ้าบีทีเอส-แอร์พอร์ตลิงค์ปั่นราคาที่ดินศรีนครินทร์พุ่ง 30-40% หวั่นกำลังซื้อบ้านวิ่งตามไม่ทัน
นายมานะ จิระนภากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้อมบุญ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ย่านศรีนครินทร์ เปิดเผยว่า หลังจากที่มีรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยายแบริ่ง–สมุทรปราการ และรถไฟแอร์พอร์ตลิงค์เปิดให้บริการ ได้ส่งผลให้ราคาที่ดินย่านถนนศรีนครินทร์ปรับตัวสูงขึ้นมากถึง 30-40% จากเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เช่น บริเวณตรงข้ามศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ราคาที่ดินขยับขึ้นมาเป็น 8.5 หมื่นบาทต่อตารางวา (ตร.ว.) ส่วนพื้นที่บริเวณถนนศรีนครินทร์-สมุทรปราการราคาขยับขึ้นมาเป็น 5 หมื่นบาทต่อ ตร.ว.
“การปรับราคาที่ดินในย่านศรีนครินทร์ ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากปัจจัยของรถไฟฟ้าทั้งบีทีเอสส่วนต่อขยาย และแอร์พอร์ตลิงค์ ช่วงสถานีหัวหมากเป็นตัวผลักดัน ซึ่งมีความกังวลว่าราคาขยับเร็วเกินกว่าที่กำลังซื้อของผู้บริโภคจะตามทัน” นายมานะ กล่าว
ทั้งนี้ หากราคาที่ดินขยับขึ้นสูงเกินไปจะไม่สามารถพัฒนาบ้านเดี่ยวราคา 1-3 ล้านบาทได้ เพราะบ้านระดับราคาดังกล่าว ราคาที่ดินจะต้องไม่เกิน 6,000-7,000 บาทต่อ ตร.ว. หรือหากจะทำบ้านเดี่ยวในย่านศรีนครินทร์ต้องขายในราคาที่สูงมาก ส่งผลให้ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ย่านศรีนครินทร์และสมุทรปราการ จึงมีอุปทานคอนโดมิเนียมเข้ามาแทนที่บ้านแนวราบมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เพิ่งซื้อที่ดินเข้ามาใหม่ ล้วนต้องพัฒนาโครงการแนวสูงหรือคอนโดมิเนียมแทนการพัฒนาบ้านแนวราบ
สำหรับบ้านเดี่ยวโครงการใหม่ราคา 3-5 ล้านบาท ส่วนใหญ่ต้องขยับไปไกลถึงทางย่านแพรกษา จ.สมุทรปราการ แล้ว ส่วนถ้าเป็นบ้านเดี่ยวราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท อาจจะพบได้ในโครงการที่เปิดขายมานานแล้ว หรือโครงการใหม่ที่เข้าซอยลึกมาก และจากสถานการณ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลที่แข่งขันสูง และหาที่ดินทำเลดีมาพัฒนาได้ยากขึ้น ทำให้บริษัทต้องปรับตัวด้วยการหาตลาดใหม่ๆ ที่มีโอกาสที่ดีไม่แพ้กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยการขยายการลงทุนไปพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวที่ จ.ขอนแก่น เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในย่านศรีนครินทร์ในไตรมาสแรกถือว่าอยู่ในระดับที่ดี มีการซื้อขายที่คึกคักกว่าปีที่แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในย่านศรีนครินทร์เป็นย่านที่เชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมรถยนต์ จึงได้อานิสงส์จากนโยบายรถคันแรกทำให้คนในวงการรถยนต์มีกำลังซื้อสูงขึ้นมากและตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ขณะที่ธนาคารได้ให้ความสนใจปล่อยกู้ลูกค้ากลุ่มนี้มาก เพราะถือว่าเป็นช่วงขาขึ้นของคนวงการรถยนต์ โดยในไตรมาสแรกบริษัทมียอดขายตามเป้าหมายที่ 135 ล้านบาท ขณะที่เป้าทั้งปีอยู่ที่ 500 ล้านบาท







