
แสนสิริผุดโรงงานบ้านสำเร็จรูป
แสนสิริอัด 600 ล้าน เปิดโรงงานชิ้นส่วนบ้านสำเร็จรูป
แสนสิริอัด 600 ล้าน เปิดโรงงานชิ้นส่วนบ้านสำเร็จรูป หวังลดระยะเวลาการก่อสร้าง และลดการใช้แรงงาน
นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฎิบัติการ บริษัท แสนสิริ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงทุนพัฒนาโรงงานพรีคาสท์ ภายใต้พื้นที่ของโรงงานทั้งหมด 107 ไร่ ทำการก่อสร้างในเฟสแรกประมาณ 47 ไร่ ในพื้นที่บริเวณลำลูกกา คลอง 10 จ.ปทุมธานี โดยใช้งบลงทุนก่อสร้างและนำเข้าเครื่องจักรประมาณ 600 ล้านบาท เพื่อผลิตแผ่นสำเร็จรูป ใช้ในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยแทนการก่ออิฐ ฉาบปูนหรือการขึ้นรูปสำเร็จในไซด์งาน ด้วยเทคโนโลยีการผลิตแบบ Semi Automated Carousel System ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดจากประเทศเยอรมัน โดยกระบวนการผลิตทุกสถานีควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์และมีการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาใช้ในการประกอบแบบข้าง (Shuttering Robot) เพื่อให้เกิดความแม่นยำในการกำหนดขนาดชิ้นงานพรีคาสท์ ทำงานได้รวดเร็ว ประหยัดเวลาและลดระยะเวลาการก่อสร้าง รวมถึงลดการพึ่งพาแรงงานฝีมือ ซึ่งจะทำให้แสนสิริสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้นอีกด้วย
ทั้งนี้ ภายในโรงงานควบคุมด้วย Automatic Pallet Stacker หรือระบบคอมพิวเตอร์ในการบริหารจัดการลำดับชิ้นงานสำเร็จรูป เพื่อสนับสนุนการขนส่งและติดตั้งในระบบ JIT (Just in time) มีอัตรากำลังการลิตสูงสุดประมาณ 52,000 ตรม. ต่อเดือนหรือประมาณ 150 หลังต่อเดือน เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของบริษัทรวมทั้งจะช่วยทำให้บริษัทสามารถส่งมอบบ้านได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
การลงทุนโรงงานแห่งใหม่ครั้งนี้ เพื่อรองรับทุกความต้องการที่อยู่อาศัยและครอบคลุมทุกเซกเมนต์ โดยปัจจุบันแสนสิริมีจำนวนโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจำนวนทั้งสิ้น 63 โครงการ มูลค่าโครงการรวมถึงประมาณ 76,412 ล้านบาท นอกจากนี้ในปี 2555 บริษัทยังมีแผนเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่อีก 44 โครงการใหม่ที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ในทุกทำเล มูลค่าโครงการรวมกว่า 46,000 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมจำนวน 19 โครงการ บ้านเดี่ยวจำนวน 15 โครงการ และทาวน์เฮาส์ จำนวน 10 โครงการ ด้วยการขยายธุรกิจที่ยิ่งใหญ่และรวดเร็วทำให้แสนสิริตัดสินใจขยายกำลังการผลิตที่อยู่อาศัย โดยโรงงานพรีคาสท์ของแสนสิริจะเริ่มเดินหน้ากำลังการผลิตอย่างเต็มที่ตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้ เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ยังวางเป้าหมายในการผลิตชิ้นงานพรีคาสท์เพื่อใช้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ รวมทั้งคอนโดมิเนียมในอนาคต ทั้งนี้บริษัทคาดการณ์ว่ารายได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2555 น่าจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง รวมทั้งบริษัทมีโครงการคอนโดมิเนียมที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ในปีนี้อีกกว่า 14 โครงการ ซึ่งบางโครงการยังสามารถโอนกรรมสิทธ์ได้เร็วกว่ากำหนดอีกด้วย แม้จะได้รับผลกระทบจากการหยุดการก่อสร้างในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมในปีที่ผ่านมาก็ตาม







