
อสังหาฯเริ่มใจชื้นหลังพรก.กู้ผ่านฉลุย
เอกชนเริ่มใจชื้น น้ำไม่ท่วมซ้ำ หลังพ.ร.ก.บริหารจัดการน้ำผ่านฉลุย ระบุรัฐบาลไม่ควรประเมินตัวเลขจีดีพีปีนี้สูงเกิน
เอกชนเริ่มใจชื้น น้ำไม่ท่วมซ้ำ หลังพ.ร.ก.บริหารจัดการน้ำผ่านฉลุย ระบุรัฐบาลไม่ควรประเมินตัวเลขจีดีพีปีนี้สูงเกิน
นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า หลังจากที่พ.ร.ก.ในการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาลผ่านออกมาแล้ว ทำให้ภาคเอกชนมีความมั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถทำงานในการบริหารจัดการน้ำได้ เร็วขึ้น แต่นอกเหนือจากการบริหารน้ำแล้ว ต้องมีการจัดทำผังเมืองใหม่ให้มีความชัดเจน ซึ่งจากการสังเกตจะเห็นได้ว่าแนวพื้นที่รับน้ำหรือฟลัดเวย์ของรัฐบาลจะอยู่ไปในทิศทางตะวันตกและตะวันออก ซึ่งน้ำที่ถูกระบายจะไปที่แม่น้ำท่าจีน แต่ลงไปไม่ถึงแม่น้ำบางปะกง และมีการเวนคืนที่ดิน ซึ่งส่วนตัวมองว่าไม่จำเป็นต้องมีการเวนคืนที่ดิน เพราะจะทำให้รัฐบาลต้องใช้เงินจำนวนมาก อีกทั้งประชาชนจำนวนมากจะได้รับความเดือดร้อน
ทั้งนี้ต้องการให้รัฐใช้วิธีการเช่าที่ จัดรูปที่ดินในแนวน้ำผ่านใหม่เพื่อให้ประชาชนยังสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดิน เดิมได้ ส่วนเหตุอุทกภัยเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมานั้น มีหลายฝ่ายมองว่าโครงการบ้านจัดสรรส่วนหนึ่งไปสร้างในพื้นที่รับน้ำ ในเรื่องนี้ต้องชี้แจงว่าเดิมก่อนปี 2535 ประเทศไทยยังไม่มีผังเมืองรวม ทำให้โครงการจัดสรรและถนนขึ้นขวางทางน้ำ และหลังจากปี 2535 มีผู้ประกอบการบางส่วนเลี่ยงกฏหมายจัดสรรโดยเข้าดำเนินการปลูกสร้างโครงการ ในพื้นที่รับน้ำ อีกทั้งมีถนนตัดใหม่หลายสายที่ขวางทางน้ำ โดยมีความสูงเกินกว่าที่น้ำจะ ข้ามผ่านได้ ส่งผลให้ปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมามีน้ำท่วมขังกินเวลายาวนานในหลายพื้นที่
“ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโดยรวมขณะนี้เริ่มกลับมา หลังจากรัฐบาลประกาศ 6 มาตรการจัดการปัญหาน้ำท่วม ทั้งการป้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ การรวมศูนย์บริหารจัดการน้ำ ในส่วนของภาคเอกชนต้องพึ่งพาตนเองด้วย โดยในส่วนของภาคอสังหา ขณะนี้ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ได้ร่วมกับธนาคารเกียรตินาคิน จัดทำวิจัยถึงแนวทางการป้องกันโครงการ ป้องกันบ้าน และการแก้ไขปัญหาฉุกเฉินเฉพาะหน้าหากเกิดปัญหาน้ำท่วมอีกครั้ง”นายอิสระกล่าว
สำหรับภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจปี 2555จากที่หลายฝ่ายประเมินไว้ว่าจะโต ประมาณ 7% นั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นการประเมินที่สูงเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นไปอย่างล่าช้า ควรประเมินในระดับ 3-4% ไว้ก่อน เพื่อให้ทุกฝ่ายเร่งขับเคลื่อนให้มากขึ้น คาดทั้งปีเศรษฐกิจน่าจะเติบโตที่ 4%
ขณะที่ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ปี 2555 น่าจะมีการเติบโตใกล้เคียงจากปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ในเดือนธ.ค. ปี 2554 ที่ผ่านมาการเติบโตดีกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ สังเกตได้จากยอดโอนใน 5 จังหวัด กรุงเทพฯ-ปริมณฑล อยู่ที่ 1.2 หมื่นหน่วย จากเดือนต.ค.และพ.ย.2554 ที่เคยลดลงมาอยู่ที่ 7,000 หน่วยเท่านั้น ทั้งนี้ คาดว่ายอดโอนในเดือนม.ค. 2555 จะดีกว่าเดือนธ.ค.ที่ผ่านมาอย่างแน่นอน. ด้านยอดขายตกลงเล็กน้อยในเดือนธ.ค. จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากบ้านเป็นสินค้าที่รอได้ไม่เร่งด่วน ผู้ซื้อยังรอดูเรื่องมาตรการการจัดการน้ำของรัฐบาลว่าจะมีความน่าเชื่อถือ มากน้อยแค่ไหน คาดว่ากำลังซื้อจะกลับมาในช่วงไตรมาส2 หรืออย่างช้าหลังไตรมาส 2 ของปีนี้ โดยที่อยู่อาศัยระดับราคา 3-5 ล้านบาทจะมีความต้องการสูงสุด อีกทั้งคอนโดฯจะมีสัดส่วนยอดขายมากกว่าโครงการแนวราบ
อย่างไรก็ตามภาพรวมอสังหาฯจะเติบโตอย่างน้อย 5% โดยจะมียอดโครงการปิดใหม่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลประมาณ 8.5 หมื่นหน่วย ยอดโอนในปี 2555 จะใกล้เคียงกับยอดโอนของปีที่ผ่านมาหรือประมาณ 1.4 แสนหน่วย ยอดสินเชื่อรายย่อยจะอยู่ที่ 3 แสนล้านบาท ซึ่งในงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ในช่วงกลางเดือนมีนาคมจะเป็นเครื่องชี้วัดสถานการณ์ตลาดอสังหาฯจะมีทิศทางเป็นเช่นไร







