posttoday
กลุ่มบูทิคลุยผุดคอมมูนิตีมอลล์

กลุ่มบูทิคลุยผุดคอมมูนิตีมอลล์

21 กุมภาพันธ์ 2555

กลุ่มบริษัทบูทิค นักพัฒนาอสังหาเซอร์วิสอพาร์ตเมนท์-โรงแรม กระจายความเสี่ยงธุรกิจผุดคอมมูนิตีมอลล์เจาะชุมชนย่านสขุมวิท

กลุ่มบริษัทบูทิค นักพัฒนาอสังหาเซอร์วิสอพาร์ตเมนท์-โรงแรม กระจายความเสี่ยงธุรกิจผุดคอมมูนิตีมอลล์เจาะชุมชนย่านสขุมวิท

นายปรับ ทักราล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท บูทิค ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทเซอร์วิสอพาร์ตเมนท์และโรงแรมภายใต้แบรนด์โอ๊ควูด และซิตาดีน  เปิดเผยว่าขณะนี้บริษัทฯมีแผนจะใช้เงินลงทุนอีก 1,000 ล้านบาทเพื่อเปิดคอมมูนิตีมอลล์แห่งที่สอง ในย่านสุขุมวิท ขนาดรวม 3.8 หมื่นตร.ม. โดยแบ่งเป็นพื้นที่ให้เช่า 2 หมื่นตร.ม.  ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องที่ดินจำนวน 6  ไร่  คาดว่าคอมมูนิตีมอลล์ดังกล่าวจะก่อสร้างเสร็จพร้อมเปิดให้บริการได้ในต้นปี  2558 เนื่องจากจะต้องใช้เวลาออกแบบนาน 1 ครึ่งปี พร้อมกับขั้นตอนการอนุญาตจากบอร์ดสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ

อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่ผ่านมาบริษัทฯได้เริ่มพัฒนาโครงการเรนฮิลล์ ซึ่งเป็นคอมมูนิตีมอลล์แห่งแรกโดยใช้เงินลงทุน 400 ล้านบาท บนเนื้อที่ 2 ไร่ ริมถ.สุขุมวิท 47 มีพื้นที่ 5 ชั้น เป็นพื้นที่เช่าขนาด 5,000 ตร.ม.  โดยได้เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมาปัจจุบันมีผู้เช่าพื้นที่เต็ม 100%  ขณะนี้บริษัทฯมีแผนจะเปิดพื้นที่ให้เช่าเป็นคีออสขนาดเล็ก เพื่อรองรับกับความต้องการของผู้เช่าที่เพิ่มขึ้นด้วย คาดว่าโครงการดังกล่าวจะถึงจุดคืนทุนภายในเวลา 5-7 ปี

นอกจากนี้บริษัทฯยังได้ร่วมทุนกับบริษัท เอ็ม.ที.อาร์.แอสเสท แมเนเจอร์ส ในสัดส่วนการถือหุ้น 50 ต่อ 50 เพื่อดำเนินธุรกิจร้านอาหาร มารูกาเมะ เซเมง  ร้านอาหารญี่ปุ่นอุด้ง ที่มีสาขามากที่สุดในญี่ปุ่น เพื่อเปิดสาขาในประเทศไทย โดยในปีนี้ตั้งเป้าว่าจะเปิด 8-10 ร้านค้า  จากปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 3 แห่ง คือ ที่สาขาเรนฮิลล์ , บิ๊กซี ราชดำริและ พรอมมานาด แฟชั่นไอส์แลนด์ และตั้งเป้าว่าภายใน 2 ปีจะเปิดไม่ต่ำกว่า 30-40 สาขา   

“สาเหตุที่เราเริ่มขยายมายังธุรกิจคอมมูนิตี มอลล์และธุรกิจร้านอาหารนั้นเนื่องจากต้องการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ  เนื่องจากในช่วง 7  ปีที่ผ่านมาพัฒนาแต่อสังหาฯประเภทเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์และโรงแรม ซึ่งอาจจะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจและการเมือง หากจะต้องพึ่งพาเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จึงได้หันมาให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศไทยมากขึ้น”นายปรับ กล่าว

ขณะเดียวกันในปีหน้าบริษัทฯมีแผนขยายธุรกิจเพื่อรองรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดยจะลงทุนเปิดร้านฟาสต์ฟูดอาหารไทย ซึ่งจะเปิดสาขาในสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนามและพม่า เนื่องจากธุรกิจอาหารนั้นมีความเสี่ยงน้อยด้านการลงทุนน้อยกว่าธุรกิจทางด้านอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับอาหารไทยนั้นเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ 

ปัจจุบันบริษัทฯบริหารเซอร์วิส อพาร์ตเม้นท์และโรงแรม  แบรนด์โอ๊ควูด ,ซิตาดีน และพัทยาเบย์รีสอร์ท รวม 7 แห่ง สร้างรายได้ต่อปี  500 กว่าล้านบาท โดยตั้งเป้าว่าภายใน 3 ปี นับจากนี้ บริษัทฯจะมีการเติบโตด้านรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่าปีละ20%  ซึ่งสัดส่วนรายได้จะมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทเซอร์วิสอพาร์ตเมนท์-โรงแรม-คอมมูนิตีมอลล์  70% ที่เหลือ 30% จะมาจากธุรกิจร้านอาหาร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท