
ตราเพชรปรับราคาวัสดุก่อสร้าง5%
ผลิตภัณฑ์ตราเพชร ยันปรับแน่ราคาวัสดุก่อสร้างทั้งปี5% เหตุผู้ผลิตปูนซีเมนต์ทยอยดึงส่วนลดกลับ15-20% แถมต้นทุนค่าแรงปรับสูงขึ้น
ผลิตภัณฑ์ตราเพชร ยันปรับแน่ราคาวัสดุก่อสร้างทั้งปี5% เหตุผู้ผลิตปูนซีเมนต์ทยอยดึงส่วนลดกลับ15-20% แถมต้นทุนค่าแรงปรับสูงขึ้น
นายสาธิต สุดบรรทัด รองกรรมการผู้จัดการสายการขายและการตลาด บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์ พื้นไม้ลามิเนต แผ่นบอร์ดยิปซัมภายใต้แบรนด์ตราเพชร เปิดเผยว่าจากความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ปูนซีเมนต์ เป็นส่วนประกอบในการผลิตกระเบื้องหลังคา ส่งผลให้ราคาขายในไตรมาสแรกปีนี้ ต้องมีการปรับราคาขึ้น 3-5% และคาดว่าทั้งปีต้องปรับราคาขายขึ้นเฉลี่ย 5%
“หลังจากผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ต้นทุนในการผลิตวัสดุก่อสร้างมีการปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะปูนซีเมนต์ที่เคยให้ส่วนลด 30% โดยได้ดึงเพดานส่วนลดกลับ 15-20% อีกทั้งต้นทุนค่าขนส่งปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ทำให้บริษัทฯต้องแยกค่าขนส่งออกต่างหาก และมีการคิดราคาเพิ่มกับตัวแทนจำหน่ายตามระยะทาง”
สำหรับทิศทางการทำตลาดในปีนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับช่องทางขายผ่านห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่มากขึ้น หลังจากผู้ประกอบการได้ขยายการลงทุน เปิดสาขาเพิ่มทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดเพื่อรองรับพฤติกรรมของลูกค้าที่หันมาซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้างผ่านช่องทางดังกล่าวมากขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมาช่องทางการขายผ่านโมเดิร์นเทรดมีอยู่ 5% คาดว่าปีนี้จะขยับไปสูงถึง 10%
พร้อมกันนี้บริษัทจะเน้นขายสินค้าเป็นโซลูชั่นมากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาก่อสร้าง รวมถึงต้นทุน เช่นระบบโครงหลังคาสำเร็จรูป ระบบผนังสำเร็จรูป กระเบื้องมุงหลังคาจตุลอน และผลิตภัณฑ์กลุ่มไฟเบอร์ซีเมนต์ หลังจากบริษัทฯได้เดินสายการตลาดเอ็นที 10 มีกำลังการผลิต 7.2 หมื่นตัน พร้อมที่จะเริ่มผลิตสินค้าได้กลางปีนี้ ช่วยให้บริษัทฯมีความสามารถการแข่งขันในการทำตลาด ขณะเดียวกันปีที่ผ่านมาบริษัทฯได้ซื้อที่ดินในจ.สระบุรี เพิ่มอีก 150 ไร่ เพื่อรองรับกับการลงทุนโรงงานผลิตคอนกรีตมวลเบา โดยได้ลงทุนไปจำนวน 700 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตได้ในปี 2556 มีกำลังการผลิต 1.4 แสนตันต่อปี ซึ่งจะสร้างยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อปี และคาดว่าจะคืนทุนได้ภายใน 4-5 ปี
นอกจากนี้บริษัทฯจะขยายตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่ส่งออกไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้าน 10 ประเทศ โดยมองว่าประเทศพม่ามีศักยภาพเพิ่มขึ้นหลังจากรัฐบาลเปิดประเทศ ทำให้เชื่อว่าจะขยายตลาดส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 10% จากปีที่ผ่านมาสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ 7-8% และคาดว่ายอดขายรวมปีนี้จะเติบโต 13% หรือมียอดขายรวม 3,900 ล้านบาท







