
แสนสิริกวาดรายได้ครึ่งปีทะลุ7พันล.
แสนสิริ โชว์ผลประกอบการครึ่งปี54 กำไรสุทธิ 537 ล้านบาท รายได้รวม 7,952 ล้านบาท
แสนสิริ โชว์ผลประกอบการครึ่งปี54 กำไรสุทธิ 537 ล้านบาท รายได้รวม 7,952 ล้านบาท
นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ หรือ SIRI เปิดเผยว่า ผลประกอบการของกลุ่มบริษัทแสนสิริ ในช่วงครึ่งปีแรก 2554 (ม.ค. -มิ.ย.2554) สามารถปิดยอดขายได้กว่า 12,000 ล้านบาท คิดเป็นรายได้รวม 7,952 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 537 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2554 สามารถปิดยอดขายได้กว่า 5,300 ล้านบาท คิดเป็นรายได้รวมกว่า 3,639 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 216 ล้านบาท
ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 บริษัทสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 6,700 ล้านบาท คิดเป็นรายได้รวม 4,313 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 320 ล้านบาท เติบโตขึ้น 48 % เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสแรก และเติบโตขึ้นถึง 227% หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา"ปัจจัยที่สนับสนุนผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในช่วงที่ผ่านมานั้น มาจากแนวคิดหลักของแสนสิริในปีนี้ในเรื่อง “The Good Life” หรือ ...การสร้าง คือการสร้างชีวิต เพื่อสร้างการรับรู้แก่โครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริทุกโครงการให้โดดเด่นและมีจุดขายที่แตกต่าง ที่ช่วยขยายโอกาสในการทำการตลาด และสร้างยอดขายให้กับบริษัทเป็นอย่างดี โดยขณะนี้ (15 ส.ค.54) บริษัทสามารถสร้างยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยได้แล้วถึง 14,000 ล้านบาทหรือคิดเป็น 54% ของยอดขายทั้งปีที่ตั้งไว้ประมาณ 26,000 ล้านบาท" นายเศรษฐา กล่าว
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทยังได้มีมติให้เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของบริษัท จากเดิมหุ้นละ 4.28 บาท เป็นหุ้นละ 1.07 บาท (อัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 4 หุ้นใหม่)ซึ่งทุนจดทะเบียนยังคงเดิม คือ 11,641,589,650.96 บาท โดยแบ่งแยกมูลค่าหุ้นสามัญของบริษัท จากจำนวน 2,719,997,582 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 4.28 บาท เปลี่ยนเป็น 10,879,990,328 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.07 บาท ซึ่งการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้นี้ จะทำให้ราคาหุ้นของบริษัท (SIRI) มีมูลค่าที่ใกล้เคียงกับผู้ประกอบการรายอื่นในธุรกิจเดียวกัน ทำให้สะดวกต่อการเปรียบเทียบและจะทำให้มีหุ้นหมุนเวียนในตลาดเพิ่มมากขึ้นอีกด้วยรวมทั้งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้หุ้นในตลาด โดยคณะกรรมการฯ จะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติ การเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ดังกล่าว ในวันที่ 27 กันยายนนี้
นอกจากนี้ บริษัทจะทำการปรับอัตราการใช้สิทธิและราคาการใช้สิทธิ ของใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือ SIRI-W1 เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ โดยใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วยเดิม จะแตกเป็น 4 หน่วยใหม่ โดยที่อัตราการใช้สิทธิจะยังคงเป็นเช่นเดิม คือ ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย มีสิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1.167 หุ้น แต่เปลี่ยนราคาใช้สิทธิจากเดิมที่ 4.457 บาทต่อหุ้น มาเป็นราคาการใช้สิทธิที่ 1.114 บาทต่อหุ้น โดยมีราคาหุ้นที่ตราไว้ที่ 1.07 บาทต่อหุ้น
"ในช่วง 4 เดือนหลังของปี 2554 บริษัทมีแผนการสร้างความเชื่อมั่นกับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มจากการร่วมกิจกรรมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน หรือ Opportunity Day ในวันที่ 6 กันยายนนี้ เพื่อชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจและการดำเนินงานของบริษัทแก่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ นักลงทุน และสื่อมวลชน หลังจากนั้นจะเดินหน้าโรดโชว์แก่นักลงทุนต่างประเทศต่อในช่วงปลายเดือนกันยายน ที่ประเทศอังกฤษ- ฝรั่งเศส-เนเธอร์แลนด์- อิตาลี และ เยอรมันเป็นระยะเวลา 5 วัน รวมถึงในวันที่ 24 - 27 พฤศจิกายนก็จะร่วมให้ข้อมูลในด้านต่างๆ ของบริษัท โดยการออกบูธกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในงาน SET in the city 2011 ที่สยามพารากอนอีกด้วย" นายเศรษฐา กล่าว







