
อสังหาฯ โชว์กำไรไตรมาส 2
พฤกษา โชว์ตัวเลขกำไรไตรมาส 2 โต 35% ด้าน LPN เผยรายได้รวม-กำไรทุบสถิติเก่า
พฤกษา โชว์ตัวเลขกำไรไตรมาส 2 โต 35% ด้าน LPN เผยรายได้รวม-กำไรทุบสถิติเก่า
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมาย ทั้งยอดจอง รายได้ และกำไรสุทธิ โดยมียอดจองที่ 9,170 ล้านบาท เติบโต 8% จากไตรมาส 1 ปี 2554 ที่มียอดจอง 8,465 ล้านบาท มีรายได้รวม 6,779 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากไตรมาสที่ผ่านมา ที่มีรายได้ 5,450 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 988 ล้านบาท เติบโตสูงขึ้น 35% จากไตรมาส1 ปี 2554 ที่มีกำไร 731 ล้านบาท ส่งผลให้รอบครึ่งปีแรกของปีนี้ พฤกษามียอดจองสูงถึง 17,635 ล้านบาท รายได้รวม 12,229 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,719 ล้านบาท
“สำหรับผลการดำเนินงานในต่างประเทศ ในปีนี้เริ่มเห็นผลชัดเจนแล้ว โดยครึ่งปีแรกบริษัทฯ มียอดจองจากโครงการ Silvana เมือง บังกาลอร์ ประเทศอินเดีย และโครงการคอรัล วิลล์ สาธารณรัฐมัลดีฟส์ รวม 413 ล้านบาท และในไตรมาส 3 นี้บริษัทฯ จะเริ่มรับรู้รายได้จากการส่งมอบห้องชุดโครงการคอรัล วิลล์ มัลดีฟส์ จำนวน 2 อาคารแรก ส่วนอีก 7 อาคาร อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะทยอยส่งมอบได้ในไตรมาส 4 ปีนี้ จนถึงต้นปีหน้า โครงการคอรัล วิลล์ ถือเป็นโครงการลงทุนในต่างประเทศโครงการแรกที่บริษัทฯ เริ่มรับรู้รายได้” นายทองมา กล่าวเสริม
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงรายละเอียดยอดจองและยอดโอนกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ ว่า “ยอดจองในไตรมาส 2 ที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกมาจากการบริหารพอร์ตสินค้าที่ดีขึ้น ทำให้ยอดจองในสินค้าบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม และโครงการในต่างประเทศเพิ่มขึ้น
ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสิ้น 12 โครงการ มูลค่า 8,590 ล้านบาท ประกอบด้วย ทาวน์เฮาส์ 10 โครงการ และบ้านเดี่ยวอีก 2 โครงการ ทำให้ในปัจจุบันบริษัทฯ มียอดจองที่จะรับรู้เป็นรายได้ (Backlog) สูงถึง 37,076 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้จนถึงปี 2557
สำหรับยอดโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ส่งมอบที่อยู่อาศัยให้ลูกค้า 3,440 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 6,715 ล้านบาท ซึ่งยอดโอนในไตรมาสนี้สูงกว่าไตรมาสแรก 24% เนื่องจากมีการก่อสร้างและส่งมอบให้โครงลูกค้ามากขึ้นในทุกประเภทสินค้า ทั้งทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมไอวี่ ทองหล่อ
ขณะที่ส่วนแบ่งทางการตลาด จากการปรับพอร์ตสินค้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้บริษัทฯ มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มสูงขึ้น โดยใน 5 เดือนแรกของปีนี้ พฤกษาครองส่วนแบ่งทางการตลาดทาวน์เฮาส์สูงถึง 70% บ้านเดี่ยว 16% และคอนโดมิเนียม 2.9% สำหรับแผนการเปิดโครงการใหม่ในครึ่งปีหลังนี้
บริษัทฯ จะเปิดตัวอีก 40 โครงการ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ต่างจังหวัด และต่างประเทศ รวมมูลค่ากว่า 28,000 ล้านบาท ซึ่งเน้นโครงการแนวราบเป็นหลักให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและตลาด โดยบริษัทฯ จะพัฒนาสินค้าและแบรนด์ใหม่ ทั้งทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียม ออกสู่ตลาดในช่วงครึ่งปีหลังนี้
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 ของปี 2554 บริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 20.33% กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 14.77% ซึ่งเหตุผลหลักมาจากการที่บริษัทสามารถโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดเฉพาะในโครงการลุมพินี พาร์ค ปิ่นเกล้า จำนวน 1,835 ยูนิต มูลค่า 2,570 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของห้องชุดทั้งหมด ได้ภายในเวลาเพียง 1 เดือน
นอกจากนี้ ยังสามารถขายและโอนกรรมสิทธิ์ในส่วนของห้องชุดพร้อมอยู่ (Inventory) ได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท และบริษัทก็ยังคงสามารถรักษาระดับของรายได้และค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมได้ ทั้งยังทำให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลงลงจาก 0.29 : 1 ณ 31 ธันวาคม 2553 เป็น 0.21: 1 ณ 30 มิถุนายน 2554 และจากผลการดำเนินงานที่ดีดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทจึงได้มีมติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันอังคารที่ 30 สิงหาคม 2554 ในอัตราหุ้นละ 0.21 บาท
สำหรับในไตรมาส 3 ของปี 2554 นี้ บริษัทเตรียมส่งมอบห้องชุดเพื่อรับรู้รายได้อีก 2 โครงการ ได้แก่ ลุมพินี เพลส รัชโยธิน และ ลุมพินี เพลส พระราม4 - กล้วยน้ำไท มูลค่าโครงการรวม 4,800 ล้านบาท ทั้งนี้ ยังมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ประมาณกว่า 15,000 ล้านบาท
ด้านนายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 2 ประจำปี 2554 ว่าบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตทั้งในส่วนของรายได้รวมและกำไรสุทธิที่สูงขึ้น โดยมีรายได้รวมเท่ากับ 4,037 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86% หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หรือเติบโตขึ้น 89% หากเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2553
ทั้งนี้ รายได้ที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลมาจากการโอนฯ คอนโดมิเนียมใหม่รวมทั้งสิ้น 4 โครงการ ได้แก่ 1.) Life @ลาดพร้าว 18 2.) RHYTHM รัชดา 3.) The Address พญาไท และ 4) RHYTHM รัชดา-ห้วยขวาง โดย 56% ของรายได้ทั้งหมดเกิดจากคอนโดมิเนียมทั้ง 4 โครงการข้างต้น ด้านกำไรสุทธิเท่ากับ 468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 254% หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หรือเพิ่มขึ้น 63% หากเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2553
ปัจจุบัน (7 สิงหาคม) บริษัทฯ มียอดจองที่สูงถึง 9,504 ล้านบาท เป็นแนวราบ 5,290 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 4,214 ล้านบาท มีสินค้ารอรับรู้รายได้ (Backlog) สูงถึง 26,883 ล้านบาท เป็นสินค้าแนวราบมูลค่า 4,201 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ทั้งหมดภายในครึ่งปีหลัง ส่วน Backlog คอนโดมิเนียมมูลค่า 22,682 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลังประมาณ 5,286 ล้านบาท
ในไตรมาส 4 บริษัทฯ จะมีคอนโดมิเนียมก่อสร้างเสร็จเพิ่มอีก 1 โครงการ คือ The Address สุขุมวิท 28 ดังนั้นหากนำรายได้ที่เกิดขึ้นในไตรมาส 1 และ 2 รวมกับประมาณการณ์รับรู้รายได้จาก Backlog ตามจำนวนข้างต้น บริษัทฯ จะมีรายได้อยู่ในมือแล้วคิดเป็น 15,700 ล้านบาท หรือ 92% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 17,000 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะเกิดขึ้นจากสินค้าแนวราบที่จะเปิดตัวใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังอีก 4 โครงการ
สำหรับแผนการเปิดตัวโครงการในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯ เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 8 โครงการ มูลค่ารวม 10,220 ล้านบาท โดยเป็นคอนโดมิเนียมจำนวน 4 โครงการ มูลค่า 7,650 ล้านบาท และทาวน์เฮ้าส์ 4 โครงการ มูลค่า 2,570 ล้านบาท







