ปั้นแพลตฟอร์ม รับผู้ซื้อยุคดิจิทัล

  • วันที่ 06 ก.พ. 2562 เวลา 11:40 น.

ปั้นแพลตฟอร์ม รับผู้ซื้อยุคดิจิทัล

เรื่อง อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร 

ในยุคดิจิทัลเรื่องของเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ที่ผ่านมาหลายอุตสาหกรรมได้มีการพัฒนานวัตกรรม รวมทั้งแอพพลิเคชั่นเพื่อสนองความต้องการของพฤติกรรมผู้บริโภค

ในส่วนของอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างก็เช่นกันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการขายสินค้าจากรูปแบบหน้าร้านสู่ระบบอี-คอมเมิร์ซมากยิ่งขึ้น ขณะที่ตลาดวัสดุก่อสร้างและตกแต่งในแต่ละปีมีการเติบโตต่อเนื่องจากการขยายตัวของภาคที่อยู่อาศัยสอดคล้องกับกำลังซื้อที่เริ่มฟื้นตัว

สำหรับปี 2561 ที่ผ่านมา ตลาดรวมวัสดุก่อสร้างและตกแต่งเฉพาะในกลุ่มค้าปลีกมีมูลค่าราว 4.8 แสนล้านบาท โดยยอดขายผ่านออนไลน์ไม่ถึง 1% ซึ่งตลาดกลุ่มนี้จะมีการขยายตัวจากความต้องการสร้างบ้าน ซ่อมแซมบ้านที่เพิ่มขึ้น คาดปีนี้ตลาดรวมฯ จะโตขึ้น 6-7%

ชลลักษณ์ มหาสุวีระชัย ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส เปิดเผยว่า บริษัทได้พัฒนาแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลส ภายใต้ชื่อ น็อกน็อก (NocNoc) ด้วยงบลงทุนพัฒนาราว 190 ล้านบาท เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ผู้ซื้อและผู้ขายเชื่อมต่อกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อให้สะดวกในการเลือกซื้อสินค้า โดยจะมีการเปรียบเทียบราคา พร้อมสัมผัสสินค้าตัวอย่างก่อนตัดสินใจซื้อ ตลอดจนการให้บริการผู้รับเหมาติดตั้งและขนส่งแบบครบวงจรบนแพลตฟอร์มเดียว

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งในหลายอุตสาหกรรมต้องปรับกลยุทธ์อยู่เสมอ ขณะที่อุตสาหกรรมอื่นมีผู้ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภคมากมาย แต่การจะซ่อมหรือทำบ้านสักหลังยังเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และมีค่าใช้จ่ายที่สูง

ขณะเดียวกัน ที่สำคัญคือผู้บริโภคยังขาดความรู้ความเข้าใจและไม่มีเวลาหาข้อมูล ทำให้เลือกซื้อบนความไม่แน่ใจ ซึ่งแพลตฟอร์มน็อกน็อกจะเข้ามาตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้บริหาร เนื่องจากปัจจุบันยังมีแพลตฟอร์มนี้ในตลาดไทย ส่วนใหญ่จะเป็นการให้บริการจากผู้ขายโดยตรง

เจฟฟ์ บูธ ผู้ร่วมก่อตั้ง และคณะกรรมการบริหาร บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส กล่าวว่า แพลตฟอร์มนี้เป็นโมเดลที่พัฒนาเพิ่มจาก BuildDirect จากประเทศแคนาดา ซึ่งปรับรูปแบบธุรกิจอี-คอมเมิร์ซไปสู่ธุรกิจแบบแพลตฟอร์ม ที่นำฐานข้อมูลมาพัฒนาร่วมกับระบบเอไอและแมชีน เลิร์นนิ่ง มาเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่ายซึ่งเป็นความท้าทายการทำตลาดในไทย

ด้านแผนงานในปี 2562 นั้นกลุ่มเป้าหมายจะเน้น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ด้านผู้ซื้อ สามารถเลือกสินค้าได้หลากหลายในราคาที่เหมาะสม ขณะที่ผู้ขายสามารถเพิ่มช่องทางการขายและขยายฐานลูกค้ามากขึ้น ส่วนผู้ให้บริการ จะมีพื้นที่ให้สร้างชื่อและตัวตน อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังรวมถึงระบบการชำระเงินและการขนส่งสินค้าอย่างมืออาชีพ โดยมุ่งหวังที่จะสร้างให้เกิดอีโคซิสเต็มที่มีศักยภาพขึ้นในวงการวัสดุก่อสร้างในไทยและอาเซียน

น็อกน็อกจะให้บริการใน 3 หมวดหมู่ก่อน คือ พื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ ปัจจุบันมีผู้ขายมากกว่า 60 ราย ทั้งรายใหญ่และเล็ก ทั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น จีน ให้ความสนใจนำสินค้าเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มซึ่งเปิดให้บริการ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้มีสินค้าอยู่ราว 1,500 เอสเคยู คาดสิ้นเดือน ก.พ.นี้จะมีสินค้าราว 3,000 เอสเคยู

พร้อมกันนี้ ตั้งเป้าสิ้นปี 2562 จะมีสินค้ามากกว่า 5 หมื่นเอสเคยู โดยสัดส่วนเป็นผู้ขายจากต่างประเทศ 65% ที่เหลือเป็นผู้ขายในไทย รวมถึงขยายหมวดหมู่สินค้าและบริการมากขึ้น คาดจะมีผู้เข้าใช้บริการมากถึง 5 แสนราย

“น็อกน็อกถูกดีไซน์เฉพาะบุคคลที่จะช่วยแก้ไขปัญหาและลดความยุ่งยากการเลือกซื้อสินค้าและตอบสนองความต้องการได้ตรงใจในระยะเวลาจำกัด และงบประมาณที่ควบคุมได้ หวังว่าจะก้าวสู่ผู้นำด้านแพลตฟอร์มวัสดุก่อสร้างในภูมิภาคอาเซียนได้ในปี 2568” บูธ กล่าว

ทั้งนี้ การจะก้าวไปสู่ผู้นำด้านแพลตฟอร์มวัสดุก่อสร้างฯ นั้นจะต้องมีสินค้าและมูลค่าการขายที่มากที่สุด โดยขณะนี้มีผู้ขายจากต่างประเทศให้ความสนใจ จากปัจจุบันเป็นการให้บริการฟรีจนถึงสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าเทรนด์การซื้อขายวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบนออนไลน์จะเติบโตจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ขณะที่ผู้ขายและผู้ให้บริการจะสามารถนำข้อมูลเป็นเครื่องมือในการปรับปรุงและบริหารจัดการให้ตรงความต้องการของผู้บริโภค

ข่าวอื่นๆ