ก่อสร้างไทยขาขึ้น หวั่นพิษการเมืองฉุด

  • วันที่ 10 ม.ค. 2562 เวลา 10:30 น.

ก่อสร้างไทยขาขึ้น หวั่นพิษการเมืองฉุด

เรื่อง โชคชัย สีนิลแท้

ธุรกิจก่อสร้างเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ มีผลต่อการจ้างงานและมีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมต่อเนื่องหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นับตั้งแต่ภาครัฐประกาศแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ระยะเร่งด่วนในปี 2559-2561 รวมถึงการเร่งรัดผลักดันโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งครอบคลุมจำนวนโครงการเป็นจำนวนมาก และมีเงินลงทุนรวมเป็นหลักหลายล้านล้านบาท

ปัจจุบันหลายโครงการมีความคืบหน้าและบางโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง อย่างไรก็ตามในปีที่ผ่านมาโครงการเมกะโปรเจกต์ภาครัฐ โครงการอสังหาริมทรัพย์หลายโครงการยังคงชะลอตัว ส่งผลให้ธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องได้รับผลกระทบในด้านการเติบโตด้วยเช่นกัน

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในปี 2562 หลายฝ่ายมองว่าจะมีโครงการที่ได้รับการอนุมัติและมีความชัดเจนว่าจะได้รับการอนุมัติเพิ่มเติม อาทิ โครงการที่เกี่ยวเนื่องกับพื้นที่ EEC โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีม่วง รวมถึงรถไฟทางคู่เฟส 2 ที่จะเริ่มก่อสร้างสายแรกเส้นทางเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ รวมถึงงานซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างและถนน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในช่วงครึ่งหลังของปี เนื่องจากในช่วงครึ่งแรกจะเป็นขั้นตอนการสรรหาผู้ชนะการประกวดราคาและโครงการต่างๆ โดยจะมีความชัดเจนมากขึ้นหลังการเลือกตั้ง

กระทรวงคมนาคมเปิดเผยถึงแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วนปี 2562 เพื่อขับเคลื่อนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ว่า โครงการสำคัญที่ต้องเร่งผลักดันรวม 41 โครงการ กรอบลงทุนรวม 1.77 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ โครงการที่ต้องการผลักดันต่อเนื่องจากแผนปฏิบัติการฯ พ.ศ. 2558-2561 จำนวน 29 โครงการ กรอบลงทุน 1.71 ล้านล้านบาท และโครงการริเริ่มผลักดันในปี 2562 ได้รับการจัดสรรงบประจำ 2562 จำนวน 12 โครงการ กรอบลงทุนกว่า 5.8 หมื่นล้านบาท

กลุ่มธุรกิจที่จะได้รับอานิสงส์เป็นกลุ่มแรก คือ กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง อาทิ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์ คอนสตรัคชั่น ธุรกิจก่อสร้างงานทุกประเภททั้งงานโยธาและงานเครื่องกล บริษัท ช.การช่าง บริษัทก่อสร้างที่สามารถรับบริหารโครงการขนาดใหญ่และมีความสามารถในการพัฒนา ลงทุน และบริหารโครงการสัมปทานระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานขนาดใหญ่ในประเทศและภูมิภาคอย่างครบวงจร และบริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส (PPS) บริษัทวิศวกรที่ปรึกษาให้บริการทางด้านบริหารและควบคุมการก่อสร้าง ที่ล่าสุดได้ร่วมทุนกับพันธมิตรต่างชาติ คือ Oneworks บริษัทสถาปนิกชั้นนำจากอิตาลี มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบและเทคโนโลยีมีโอกาสและศักษภาพในการเข้ารับงานมากขึ้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าในปี 2562 ภายใต้เงื่อนไขของการเลือกตั้งและการดำเนินงานของรัฐบาลชุดใหม่ไม่กระทบต่อความคืบหน้าของการดำเนินโครงการต่างๆ อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงขั้นตอนการหาผู้ชนะการประกวดราคาของโครงการที่ได้รับการอนุมัติแล้วเป็นไปตามกำหนดที่วางไว้ คาดว่าจะเห็นความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก โดยหากพิจารณาความเป็นไปได้ของเม็ดเงินเบิกจ่ายที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจากโครงการที่กำลังก่อสร้างและโครงการใหม่ที่คาดว่าจะเริ่มก่อสร้าง ประเมินว่าในปี 2562 การเบิกจ่ายเงินของภาครัฐจากโครงการขนาดใหญ่สำคัญมีความเป็นไปได้ที่จะสูงกว่าปี 2561 โดยการเร่งตัวของการเบิกจ่ายน่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 หรือหลังผ่านการเลือกตั้งในช่วงครึ่งปีแรกแล้ว

ขณะที่การลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ที่จะปรับตัวดีขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ได้รับปัจจัยบวกจากนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนบทบาทการท่องเที่ยวเมืองรองและการลงทุนขนาดใหญ่ในพื้นที่เฉพาะเช่นพื้นที่ EEC ส่งผลให้อุตสาหกรรมก่อสร้างของภาคเอกชนจะมีการขยายตัวต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 3 ปี โดยเฉพาะคอนโด โรงแรม กลุ่มพาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม มีแนวโน้มมุ่งสู่รูปแบบของโครงการมิกซ์ยูสมากขึ้น

ทั้งนี้วัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่จะมีราคาสูงขึ้นจากผลของปริมาณงานก่อสร้างที่มีทิศทางขยายตัว โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์คอนกรีต อาทิ บริษัทผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี บริษัท สมาร์ทคอนกรีต เริ่มได้รับอานิสงส์จากโครงการต่างๆ ที่ดำเนินงานก่อสร้างไปแล้ว ซึ่งจะส่งผลดีต่อปริมาณใช้งานวัสดุก่อสร้าง ที่ขณะนี้เริ่มมีคำสั่งซื้อทยอยเข้ามาแล้ว และยังได้รับอานิสงส์จากโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เห็นถึงโอกาสในระยะยาวและเริ่มมีการลงทุนมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง ผู้นำธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายระบบดับเพลิงที่สามารถเติบโตไปกับการก่อสร้างทุกประเภท ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะเข้าปรับปรุงระบบดับเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมมากขึ้นประกอบกับบริษัทยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคาร โรงงานอุตสาหกรรม ที่มีความเข้มงวดในมาตรฐานของระบบดับเพลิงให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งปัยจัยดังกล่าวล้วนเป็นโอกาสในการเข้ารับงานของบริษัททั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม นอกจากปัจจัยหนุนในด้านต่างๆ แล้ว ในปี 2562 ยังคงมีความกังวลอยู่มากในเรื่องของ โครงการเหลือขาย กำลังซื้อของผู้บริโภค และการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งยังเป็นตัวแปรที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจในประเทศ คงต่อรอดูต่อไปว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะกลับมาหลังจากการเลือกตั้งหรือไม่

ข่าวอื่นๆ