ออนไลน์อสังหาคึก เจาะลูกค้าไทย-เทศ

  • วันที่ 02 พ.ย. 2561 เวลา 06:09 น.

ออนไลน์อสังหาคึก เจาะลูกค้าไทย-เทศ

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่องทางออนไลน์นั้น มีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ ขายหรือฝากเช่า ที่ใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวขยายฐานลูกค้าที่มีทั้งคนไทยและต่างชาติ

ภูวนัย ภัทรโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ลิฟวิ่ง อินไซเดอร์ เปิดเผยว่า ภาพรวมการขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูงขึ้น ทุกวัน และหันมาเน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งตั้งแต่เปิดเว็บไซต์ www.livinginsider.com มากว่า 2 ปี มียอดประกาศขาย-เช่าผ่านเว็บแล้ว 2.5 แสนรายการ หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ1,500 รายการ เนื่องจากพฤติกรรมการหา ข้อมูลอสังหาฯ เปลี่ยนไป ขณะที่ตลาดยังขาดเว็บไซต์อสังหาฯ ที่ครบวงจร ทั้งด้านบริหารจัดการขาย การเช่าอสังหาฯ เชื่อมต่อกับมืออาชีพในการขาย

"ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเว็บไซต์ลิฟวิ่ง อินไซเดอร์มียอดรวมประกาศ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.5 แสนล้านบาท และยอดฝากเช่า 7,000 ล้านบาท โดยที่ผ่านมามีผู้ใช้งานแจ้งอัพเดทห้องว่าปล่อยขายหรือให้เช่าแล้ว มูลค่ารวมมากกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท" ภูวนัย กล่าว

ขยล ตันติชาติวัฒน์ บริษัท บางกอก ซิตี้สมาร์ท หรือบีซี ผู้ดำเนินธุรกิจตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ รูปแบบฝากขายและให้เช่า กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการซื้อขายคอนโดมิเนียมยังมีอยู่อย่าง ต่อเนื่อง หากซื้อขายมือสองจะนิยม ผ่านเอเย่นต์ในการเป็นตัวกลางเจรจา  มีความน่าเชื่อถือและไว้วางใจ มีตัวเลือกและราคาที่หลากหลาย และครอบคลุมการให้บริการ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม จากการทำตลาดมานาน พบว่า กลุ่มผู้ซื้อที่อยู่อาศัยนิยมซื้อที่อยู่ในทำเลที่แตกต่างกัน หากเป็นกลุ่ม ผู้บริหารระดับสูงจะนิยมซื้อในทำเล เพลินจิต ชิดลม ส่วนทำเล อโศก-พระราม 9 เป็น กลุ่มวัยทำงาน ทำเลสุขุมวิทโดยรวม จะเป็นชาวต่างชาติ ริมแม่น้ำจะเป็นกลุ่ม นักธุรกิจและเจ้าของธุรกิจ สีลม-สาทร จะต้องเน้นกลุ่มนักธุรกิจและกลุ่มครอบครัว และหากเป็นพญาไท ราชเทวีจะต้องเน้นกลุ่มนิสิต นักศึกษาเพื่อให้บุตรหลานมาศึกษามหาวิทยาลัยในเมือง  ส่วนทำเล พหลโยธิน อารีย์และลาดพร้าว ส่วนใหญ่เป็นวัยเริ่มต้นการทำงาน รวมถึงผู้ประสบความสำเร็จกลุ่มอายุน้อยมองหาที่อยู่อาศัย เป็นต้น

นกุล ชาร์มา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โฮสต์เมกเกอร์ (Hostmaker) ผู้ให้บริการจัดการอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าจากประเทศอังกฤษ กล่าวว่า ปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมเดินทาง ทั้งไปทำงานและท่องเที่ยว จึงทำให้ความต้องการเช่าอสังหาฯ ในกลุ่มลูกค้าต่างชาติมีมากขึ้น เนื่องจากประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 21 ล้านคน ขณะนี้บริษัทได้มีการเจรจากับกลุ่มลูกบ้าน แสนสิรินำห้องชุดจำนวน 50 ห้อง เพื่อนำมาปล่อยเช่า สัญญาเช่าตั้งแต่ 30 วันขึ้นไป คาดว่าถึงสิ้นปีนี้จะมีห้องชุดเข้าร่วม 200 ห้อง โดยจะเน้นใน 5 ทำเลในช่วงเริ่มต้น ได้แก่ สาทร  สุขุมวิท วัฒนา ปทุมวันและสีลม เนื่องจากเป็นที่รู้จักของต่างชาติ

ทั้งนี้ โฮสต์เมกเกอร์ก่อตั้งเมื่อปี 2557 ที่ประเทศอังกฤษ ให้บริการผู้เข้าพักกว่า 2.5 แสนราย สร้างรายได้กว่า 50 ล้านปอนด์ (ราว 2,100 ล้านบาท) ปัจจุบันให้บริการในเมืองใหญ่ ซึ่งภายใน 6 เดือนข้างหน้า เตรียมขยายไปยังดูไบ และเคปทาวน์

ข่าวอื่นๆ