'แสนสิริ' ชิงผู้นำ หวังเจาะทุกเซ็กเมนต์

  • วันที่ 06 ก.ค. 2561 เวลา 07:20 น.

'แสนสิริ' ชิงผู้นำ หวังเจาะทุกเซ็กเมนต์

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่นั้นครองส่วนแบ่งมากขึ้นเรื่อยๆ และต้องเป็นผู้นำให้ได้ครอบคลุมหลายเซ็กเมนต์ในตลาด รวมไปถึงขยายไปสู่ธุรกิจที่จะสร้างรายได้จากค่าเช่าในระยะยาว

วันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า แผนธุรกิจในครึ่ง ปีหลังยังคงสานต่อกลยุทธ์ที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นการรุกขายโครงการในตลาด ต่างประเทศ การผนึกกำลังกับพันธมิตร ในประเทศและระดับโลก การรุกตลาดทาวน์เฮาส์ราคาที่ผู้บริโภคจับต้องได้ รวมไปถึงการรุกดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่นเพื่อต่อยอดธุรกิจ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่พัฒนาไปควบคู่กับการพัฒนาโครงการใหม่

สำหรับแผนในครึ่งปีหลังบริษัท จะเปิดโครงการใหม่ 15 โครงการ มูลค่า 36,300 ล้านบาทแบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียม 6 โครงการ ในจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นโครงการร่วมทุน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ XT เอกมัย และเดอะเบส สุขุมวิท 50 ที่ร่วมทุน กับโตคิว คอร์ปอเรชั่น และโครงการเดอะเบส สะพานใหม่ ร่วมทุนกับกลุ่มบีทีเอส โฮลดิ้งส์, ทาวน์เฮาส์ 5 โครงการ และบ้านเดี่ยว 4 โครงการ จากช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ได้เปิดตัว 15 โครงการ ประกอบด้วย โครงการคอนโด 6 โครงการ บ้านเดี่ยว 4 โครงการ และทาวน์เฮาส์ 5 โครงการ มูลค่า รวม 2.79 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ขายครึ่งแรกของปีนี้ บริษัททำได้ที่ 2.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 53% ของเป้าหมายยอดขายในปีนี้ที่ตั้งไว้ 4.5 หมื่นล้านบาท และเติบโต 62% เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปีก่อน โดยช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาลูกค้าต่างชาติได้ให้การตอบรับที่ดี บริษัทสามารถสร้างยอดขายลูกค้าต่างชาต์ในครึ่งปีแรก ไปแล้วที่ 6,000 ล้านบาท คิดเป็น 50% ของเป้าหมายยอดขายจากลูกค้าต่างชาติที่ 1.3 หมื่นล้านบาท ในครึ่ง ปีหลังคาดว่ายอดขายจากต่างชาติจะทำได้อีก 7,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทยังขอประเมินแนวโน้มยอดขายหลังสิ้นไตรมาส 3/2561 อีกครั้ง หากทำยอดขายได้ถึง 70% ของเป้าหมาย 4.5 หมื่นล้านบาท จะมีการปรับเป้าหมายยอดขายปีนี้เพิ่มขึ้น ซึ่ง มีความเป็นไปได้ที่จะทำได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เพิ่มงบซื้อที่ดินอีก 4,000 ล้านบาท จากงบในปีนี้ที่ตั้งไว้ 1.4 หมื่นล้านบาท เนื่องจาก ได้ใช้ซื้อที่ดินไปพัฒนาโครงการทั้งหมดแล้ว งบที่เพิ่มนั้นจะนำไปซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการทาวน์เฮาส์ แบรนด์สิริ เพลส ราคาขาย 1.8-3 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ จะใช้เงินลงทุน 200 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตของ โรงงานพรีคาสท์ หลังจากที่กำลังการผลิตเดิม 5 แสน ตร.ม./ปี เต็มแล้ว ทำให้ต้องเพิ่มเป็น 8 แสน ตร.ม./ปี โดยจะ เริ่มเดินเครื่องได้ไนไตรมาส 4/2561 ปัจจุบันการพัฒนาโครงการได้นำระบบก่อสร้างสำเร็จมาใช้กับสินค้าทุกแบรนด์ ยกเว้นบ้านราคาแพงแบรนด์บ้านแสนสิริ และนาราสิริ ที่ใช้การก่อสร้างแบบก่ออิฐฉาบปูน

ปัจจุบันบริษัทมีแบ็กล็อกหรือยอดขายรอโอนอยู่ที่ 5.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นของแสนสิริที่พัฒนาเอง 2.67 หมื่นล้านบาท และจากโครงการร่วมทุนกับ บีทีเอสและโตคิว 2.69 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทมั่นใจรายได้ในปีนี้จะเป็นไปตามเป้าที่ 3 หมื่นล้านบาท

ข่าวอื่นๆ