"แสนสิริ" เปิดศึกคอนโด ผุด 12 โครงการ 3 หมื่นล้าน

  • วันที่ 14 มี.ค. 2561 เวลา 21:54 น.

"แสนสิริ" เปิดศึกคอนโด ผุด 12 โครงการ 3 หมื่นล้าน

โดย...อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร

ตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2561 มีความคึกคักต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ทั้งนี้เนื่องจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคเริ่มกลับมาจากปัจจัยบวกทางด้านเศรษฐกิจที่มีการเติบโต ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้จะโตกว่า 4% ตัวเลขดังกล่าวจะส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มขยายตัวตามเช่นกัน

อุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ เปิดเผยว่า ตลาดคอนโดโดยรวมปีนี้จะโตมากถึง 8-9% ซึ่งคาดว่าจะมีซัพพลายใหม่ออกสู่ตลาดเพิ่มราว 1.4 แสนยูนิต หรือเพิ่มขึ้น 20% จากปีที่แล้ว ขณะที่ซัพพลายคงค้างมีอยู่ราว 5 หมื่นยูนิต คาดว่าจะสามารถขายได้ไม่น้อยกว่า 8 หมื่นยูนิตในปีนี้

สำหรับแผนพัฒนาคอนโดในปี 2561 บริษัทเตรียมเปิดตัว 12 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 3.35 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นโครงการร่วมทุนทั้งบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ และบริษัท โตคิว กรุ๊ป ประมาณ 4-6 โครงการ มีมูลค่ารวมราว 1.2-1.9 หมื่นล้านบาท โครงการแบ่งเป็นในกรุงเทพฯ จำนวน 7 โครงการ และต่างจังหวัดอีก 5 โครงการ

ทั้งนี้ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงมีความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ บริษัทจึงมีการพัฒนาโครงการให้สอดรับกับเทรนด์คนรุ่นใหม่ ทั้งนี้บริษัทพร้อมจะก้าวสู่ “Tomorrow is Unfolded” ตามโรดแมปการดำเนินธุรกิจของบริษัทภายใต้ 7 กุญแจสำคัญ

โครงการคอนโดที่จะเปิดตัวในปีนี้จะมีการพัฒนาภายใต้แบรนด์ใหม่ 3-4 โครงการในหลายทำเลเน้นเรื่องของการออกแบบดีไซน์ ราคาขายอยู่ประมาณ 1 แสนบาทต้นๆ/ตารางเมตร (ตร.ม.) ซึ่งจะเปิดตัวโครงการแรกประมาณเดือน มิ.ย.นี้ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาภายใต้แบรนด์เดอะเบส ในรูปแบบใหม่จำนวน 5 โครงการ มูลค่ารวม 1.36 หมื่นล้านบาท ในทำเลสุขุมวิท 50 สะพานใหม่ ภูเก็ต เจริญราษฎร์ และท่าพระ ซึ่งมุ่งเน้นตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เป็นของตนเอง รวมถึงจะมีการเปิดตัวคอนโดภายใต้แบรนด์เวีย อีกครั้งหลังจากที่เคยประสบความสำเร็จจาก 3 โครงการที่ผ่านมา ได้แก่ Via31 Via Botani และ Via49

 

นอกจากนี้ยังเป็นการรุกตลาดต่างจังหวัดครั้งใหญ่ โดยมีแผนเปิด 5 โครงการในหัวเมืองหลัก ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ พัทยา และหัวหิน โดยขนาดพื้นที่โครงการอยู่ประมาณ 4-7 ไร่ จำนวนยูนิตต่อโครงการราว 400 ยูนิต ราคาขายเริ่มที่ 1 ล้านกลาง-ปลาย

บริษัทเตรียมทำตลาดในต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง โดยได้เปิดตัวแคมเปญ Joy of Hua Hin กระตุ้นตลาดในช่วงเดือน มี.ค.นี้ ก่อนจะมีการเปิดตัวลาคาสิตาหัวหิน โครงการใหม่ล่าสุด ซึ่งวางแผนเปิดขายในช่วงต้นเดือน เม.ย.นี้

ขณะเดียวกัน ในปีนี้ยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นอีก 40% หรือประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท จากปีที่แล้วมียอดขายของลูกค้าต่างชาติที่ราว 9,300 ล้านบาท รองรับแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและเอเชีย โดยปีนี้กลู่มลูกค้าใหม่ทั้งเกาหลี ไต้หวัน และญี่ปุ่น รวมถึงการขยายฐานลูกค้าเดิมอย่างลูกค้าชาวจีน ฮ่องกง ไต้หวัน และสิงคโปร์เพิ่มมากขึ้น โดยล่าสุดในช่วงต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดออฟฟิศในต่างประเทศเพิ่มขึ้นแห่งที่ 6 ที่ฮ่องกง เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและรักษาความเป็นที่หนึ่งในตลาดต่างประเทศ

อีกทั้งยังจะต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศเพื่อเสริมศักยภาพให้กับโครงการที่อยู่อาศัย โดยมีแผนเปิดโครงการที่พักอาศัย The Standard Residence และ Monocle Residence เป็นครั้งแรกของโลก

ทางด้านกลุ่มธุรกิจใหม่ๆ นั้นมีแผนจะเปิดสาขา เช่น JustCo บริษัทได้เตรียมเปิด 4 สาขา โดยจะเปิด 2 สาขาแรกที่อาคารเอไอเอสาทร ในเดือน พ.ค.นี้ และอาคารออลซีซั่นส์เพลส ในเดือน ส.ค.นี้ ส่วน Hostmaker จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ลูกบ้านและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ รวมทั้งจะมีการสานต่อ Digital Transformation Chapter 2 อีกด้วย

อุทัย กล่าวว่า ล่าสุดบริษัทเปิดโครงการคอนโดมิเนียม เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง ภายใต้แนวคิด Selection is Everything นับเป็นโครงการที่ 12 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างบริษัท แสนสิริ กับบริษัท บีทีเอสฯ พัฒนาเป็นคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ สูง 36 ชั้น บนที่ดินประมาณ 7 ไร่ ขนาดห้องเริ่มต้นที่ 28-55.75 ตร.ม. จำนวน 1,287 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,600 ล้านบาท ขายในราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท หรือเฉลี่ยที่ประมาณ 9.5 หมื่นบาท/ตร.ม. โดยบริษัทเตรียมเปิดพรีเซลในวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ คาดจะปิดการขายทั้งโครงการได้ภายใน 2 ปี

ด้านผลประกอบการปี 2561 บริษัทตั้งเป้ายอดขายคอนโดไว้ที่ 3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 43% จากเป้าหมายในปีก่อน ขณะที่เป้ารายได้จากการขายวางไว้ที่ 8,000 ล้านบาท และยังมีเป้าโอนอีก 1.7 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ สำหรับยอดพรีเซลโดยรวมทั้งแนวราบและสูงในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มีอยู่ราว 8,000 ล้านบาท คาดว่าจะมียอดขายจากต่างชาติราว 1,500 ล้านบาท

ข่าวอื่นๆ