"ศุภาลัย" เปิดโมเดล ลุยอสังหาในเมือง

  • วันที่ 16 ม.ค. 2561 เวลา 21:22 น.

"ศุภาลัย" เปิดโมเดล ลุยอสังหาในเมือง

โดย...อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ดูจะคึกคักและเริ่มเห็นสัญญาณสดใส ซึ่งบรรดาบิ๊กอสังหาฯแห่แจงแผนธุรกิจพร้อมวางกลยุทธ์ชิงส่วนแบ่งในตลาดทั้งแนวราบและแนวสูง คาดว่าในปี 2561 ผู้บริโภคได้กำไรแน่นอน มีสินค้าออกมาเลือกสรรหลากหลายในระดับราคาที่จับต้องได้

ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ยังเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยมีอัตราการเติบโตของยอดเพิ่มขึ้น 15-20%ต่อปี อันเป็นผลมาจากการลงทุนต่อเนื่องทั้งโครงการอสังหาฯ แนวราบและแนวสูงรวมทั้งหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดที่ปีนี้มีแผนจะเปิดตลาดใหม่ในจังหวัดใหม่ๆ เช่น เชียงราย เป็นต้น และยังมีแลนด์แบงก์อีกหลายพื้นที่แต่ยังไม่ได้พัฒนา เช่น จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลำพูน พระนครศรีอยุธยา เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีแผนการกระจายการลงทุนในอสังหาฯ เพื่อเช่า เช่น อาคารสำนักงาน เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่องในระยะยาว รวมทั้งการลงทุนอสังหาฯ ในต่างประเทศซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูล และความเป็นไปได้ไม่ว่าจะเรื่องที่ดิน พาร์ตเนอร์ในหลายประเทศในอาเซียน นอกเหนือจากประเทศฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย ที่ปัจจุบันมีการลงทุนไปแล้ว 6 โครงการ รวมทั้งการเพิ่มสัดส่วนลูกค้าจากต่างประเทศในการซื้ออสังหาฯ ในไทยมากขึ้น วางเป้าหมายปีนี้ที่ 3,000 ล้านบาท จากปีที่แล้วอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท

“ไฮไลต์ปีนี้คือ แผนพัฒนาที่ดินสถานทูตออสเตรเลียซึ่งบริษัทเป็นผู้ชนะการประมูลซื้อที่ดินรวมเนื้อที่กว่า 7 ไร่ บนถนนสาทร ติดถนนสวนพลู มูลค่าที่ดิน 4,600 กว่าล้านบาท หรือคิดเป็นตารางวาละ 1.45 ล้านบาท” ประทีป กล่าว

ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้วงเงินลงทุนเกือบ 2 หมื่นล้านบาท พัฒนาภายใต้ชื่อโครงการศุภาลัยไอคอน ซึ่งรูปแบบการพัฒนาจะเป็นมิกซ์ยูส ประกอบด้วย อาคารชุดพักอาศัย อาคารสำนักงานให้เช่า และรีเทล ขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียดซึ่งจะมีความชัดเจนใน 2-3 เดือน คาดเปิดตัวได้ปลายปีนี้

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจอสังหาฯ ในปี 2561 นั้นเป็นอีกปีที่ผู้ประกอบการแข่งขันกันมาก แต่เชื่อว่าตลาดมีแนวโน้มเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้นมากกว่าปีก่อน ด้วยปัจจัยจากการส่งออกและการท่องเที่ยวดีขึ้น อัตราดอกเบี้ยทรงตัว ประกอบกับการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐมีต่อเนื่อง ทำให้ตลาดผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นและเริ่มกลับเข้าสู่การตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย และตลาดกลุ่มไฮเอนด์ จะมีการแข่งขันเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่นำมาช่วยในกระบวนการผลิต หรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์รูปแบบการอยู่อาศัยในยุคตลาด 4.0 

ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า ในส่วนของแผนงานในปีนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่รวม 35 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 30 โครงการ และคอนโด5 โครงการ โดยครึ่งปีแรกจะเปิดราว 15-17 โครงการ เป็นคอนโด 2 โครงการ แนวราบ 15 โครงการ ทั้งนี้ในต้นเดือน ก.พ.นี้จะเปิดโครงการแนวราบทำเลย่านลาดพร้าวจำนวน 1 โครงการก่อน

อย่างไรก็ดี เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ซึ่งโซเชียลทำให้เกิดการแตกเซ็กเมนต์กลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน บริษัทจึงต้องปรับโปรดักต์รวมทั้งฟังก์ชั่นให้สามารถตอบโจทย์ได้ตรงกลุ่มเป้าหมายในช่วง 2-3 ปีจากนี้

ด้านทำเลโครงการที่จะเปิดตัวในปีนี้โดยเฉพาะโครงการแนวราบจะขยับใกล้เมืองมากขึ้น และด้วยราคาที่ดินปรับขึ้นทุกปีโดยที่ดินกลางเมืองปรับเฉลี่ยปีละ 20-25% ปีนี้จะได้เห็นแบบบ้านรูปแบบใหม่ภายใต้แบรนด์ใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยในยุคดิจิทัล เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝดดีไซน์ใหม่สูง 3 ชั้น ภายใต้แบรนด์ศุภาลัยเอสเซ้นส์ ราคา 7-10 ล้านบาท หรือ 10 ล้านบาทขึ้นไปในบางทำเล โดยสัดส่วนแนวราบแบ่งเป็นระดับราคา 1.5-3 ล้านบาท ประมาณ 20% ส่วน 3-6 ล้านบาท สัดส่วน 60% ระดับราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท สัดส่วนไม่ถึง 10% และเกินกว่า 10 ล้านบาท 2%

ขณะที่คอนโดก็มีการขยับเข้าเมืองเช่นกัน ซึ่งมีทั้งทำเลแนวรถไฟฟ้าที่เสร็จแล้วและที่กำลังก่อสร้างเช่นสายสีเขียว สีส้ม และชุมชนเก่า โดยสัดส่วนระดับราคาแบ่งเป็น ต่ำกว่า 2 ล้านบาท 15% ระดับ 2-3 ล้านบาท 25% ระดับ 3-5 ล้านบาท 50% และ 10 ล้านบาทขึ้นไป 10%

นอกจากนี้ ยังมีการนำนวัตกรรม เทคโนโลยี เข้ามาปรับใช้ในโครงการใหม่ของบริษัท เช่น ระบบโฮมออโตเมชั่น โฮมซีเคียวริตี้ เป็นต้น รวมทั้งมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้เอื้ออำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้สูงอายุมากขึ้น และยังได้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กรรวมทั้งได้มีการลงทุนระบบซีอาร์เอ็มเพื่อใช้ในการบริหารลูกค้าโดยเป็นการลงทุนต่อเนื่อง 5 ปีรวมกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว 2 ปี

สำหรับต่างจังหวัดบริษัทเห็นถึงโอกาสในการขยายตลาดในแนวราบเนื่องจากมีการเติบโตดีโดยปี 2560 โตขึ้น 27% จากปี 2559 และปีนี้จะเปิดโครงการแนวราบรวม 13 โครงการ เช่น ในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) มีแผนเปิดโครงการใน จ.ชลบุรี 4-5 โครงการมูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท และระยอง 2 โครงการ มูลค่าราว 1,000 ล้านบาท ในรูปแบบทาวน์โฮมราคา 2 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวไซส์ใหญ่ 10 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ในปีนี้บริษัทได้ตั้งงบซื้อที่ดินราว 9,000 ล้านบาท เพิ่มเติมจากแลนด์แบงก์ที่มีอยู่ในมือ มูลค่าการพัฒนาราว 1.1 แสนล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท และเป้าหมายรายได้ 2.6 หมื่นล้านบาท

ข่าวอื่นๆ