ออฟฟิศอาถรรพ์

  • วันที่ 27 ก.ย. 2561 เวลา 13:30 น.

ออฟฟิศอาถรรพ์

อ.ชลธี โพธิ์สุ  สถาบันโหราศาสตร์และนักพยากรณ์แห่งประเทศไทย ภาพ รอยเตอร์ส 

ฮวงจุ้ยออฟฟิศหรือสำนักงานเคยเขียนไปบ้าง แต่ก็เป็นการจัดโต๊ะเก้าอี้มุมนั่งต่างๆ ของผู้บริหาร แต่วันนี้ขอนำประสบการณ์ที่ได้เห็นและสัมผัสมาเล่าให้ฟัง น่าจะเกิดประโยชน์กับเจ้าของออฟฟิศทั้งหลาย

มีเจ้าหน้าที่บริษัทระดับผู้บริหารแห่งหนึ่งมาปรึกษาสอบถามเรื่องสำนักงานที่เขารับผิดชอบว่าออฟฟิศมันมีปัญหาในเรื่องฮวงจุ้ยอะไรหรือไม่ เป็นบริษัทต่างชาติ ส่วนที่เมืองไทยเขามีหน้าที่ดูแล ทำไมงานในบริษัทถึงมีแต่ปัญหาแก้ไม่เคยจบ บางเรื่องน่าจะจบง่ายๆ แต่ก็ยืดเยื้อข้ามปี พนักงานอยู่ไม่เคยทน 1-2 ปี หรือบางที 6 เดือนต้องมีเหตุให้ออกจากงาน ทั้งๆ ที่บางทีคนไม่ออกก็มีเหตุให้มาทำงานไม่ได้

ผมถามเขาเรื่องค่าจ้างสวัสดิการพนักงาน ถ้าเงินดี สวัสดิการดี ก็ไม่น่ามีเหตุให้ออก ยิ่งงานในออฟฟิศก็ง่ายสบายๆ ไม่ต้องไปใช้แรงงานเยอะ ได้รับคำตอบว่าโอเคมาก เรื่องที่จะคิดลาออกเลยตัดออก พอไปดูสถานที่สำนักงาน (บริษัทเช่าอยู่อาคารสูงมาก แต่อยู่ชั้น 22) แค่เปิดประตูเข้าสำนักงานมีป้ายบนเพดานเขียนต้อนรับ แต่ไม่ใช่ยินดีต้อนรับ เขียนว่า “ทางออก พร้อมมีรูปคนวิ่ง ลูกศรชี้ไปด้านซ้าย” เป็นสัญลักษณ์ทางหนีไฟ ผมคิดเอาไว้ก่อนเลยนี่คือจุดหนึ่งที่ทำให้คนงานออกบ่อยๆ มีที่ไหนเอาป้ายแบบนี้มาติดบนเพดานช่วงประตูทางเข้า หนำซ้ำแทนที่จะเขียนให้ถูกว่าทางหนีไฟ กลับเขียนว่าทางออกซะงั้น ยังไม่เข้าถึงชั้นในออฟฟิศก็เจอให้ออกซะแล้ว แบบนี้หลักฮวงจุ้ยถือว่าเสีย เอาข้อความไม่เป็นมงคลมาติดตั้งตรงทางเข้าออฟฟิศ

เลยถามเจ้าหน้าที่ว่าป้ายนี้ย้ายได้ไหม เขาตอบเป็นป้ายทางหนีไฟที่ทางอาคารติดไว้ เลยบอกเหตุผลไปตามที่ผมบ่นๆ เมื่อกี้ เปิดประตูเข้าทำงานมาก็ให้ออกทุกๆ วัน เห็นบ่อยเข้าก็ไม่ดี จึงทำให้มีบางเรื่องบางอย่างต้องมีเหตุให้ออกจนได้ ตามที่ผู้บริหารที่มาปรึกษาผมบอกเองว่าคนออกบ่อย แทนที่เปิดประตูเข้ามาจะมีป้ายต้อนรับ ป้ายแบบนี้คนงานไม่ออกลูกค้าที่มาติดต่องานก็หนี ป้ายไล่ลูกค้าดีๆ นี่เอง ไม่แปลกใจงานมีแต่ปัญหาแก้ไม่จบ เพราะคนที่จะมาทำมาแก้ก็อยู่ไม่ทน เปลี่ยนคนใหม่งานไม่ต่อเนื่อง

ยังมีอีกและคิดว่าสิ่งนี้คือเรื่องใหญ่ที่จะแก้ยาก เพราะพอเดินเข้าไปบริเวณด้านในสำนักงานก็มีหลายแผนก มีโต๊ะเก้าอี้นั่งกัน แผนกใครแผนกมัน จัดเป็นสัดส่วนก็ไม่น่าจะผิดหลักอะไร แต่ที่ผมอึ้งเห็นแล้วต้องอุทานคือ “ล็อกเกอร์ขนาดใหญ่” ที่นำมาขั้นระหว่างห้องประชุมกับห้องสำนักงานที่พนักงานแผนกต่างๆ นั่งอยู่ ลองนึกภาพตามตึกอาคารเขามีแต่ห้องโล่งๆ ให้เช่า บริษัทต้องไปตกแต่งกั้นห้องเอาเอง บริษัทฝรั่งต่างชาติเขาเน้นประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ให้คุ้มและลดต้นทุน โดยใช้ล็อกเกอร์เก็บของใช้พนักงานมากั้นอีกด้านทำเป็นห้องประชุม แต่ละคนมีช่องใครช่องมันสำหรับเก็บสัมภาระส่วนตัว แต่รู้ไหมว่าทำให้ฮวงจุ้ยเสียหายร้ายแรง

การเอาล็อกเกอร์ขนาดใหญ่มากั้นเป็นห้องนั้นผิดหลักฮวงจุ้ยอย่างไร ลองอ่านแล้วนึกภาพตามไปด้วย จะได้เห็นภาพกับสถานที่และเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าทุกคนน่าจะนึกออก เพราะหลายคนอาจเคยเห็นสำนักงานที่เคยเอาตู้เอาอะไรมากั้นเป็นล็อกๆ เป็นห้องๆ ถ้าล็อกเกอร์ขนาดเล็กไม่สูงไม่ใหญ่มากยังพอได้ แต่สำนักงานนี้คงต้องการให้ห้องประชุมเป็นส่วนตัวจริงๆ เลยใช้ล็อกเกอร์ขนาดยาวและสูงมาก คิดว่าอีกไม่กี่คืบคงติดฝ้าเพดานแน่

พอถึงจุดนี้นึกออกหรือยังว่าถ้าเอาล็อกเกอร์ที่เป็นช่องๆ มากั้นกลางห้องแล้วท่านนั่งดูช่องและเห็นช่องนั้นทุกวันจะเกิดความรู้สึกอย่างไร บางคนก็อาจเฉยๆ ไม่คิดอะไร หรือเพราะยังคิดไม่ออก ถ้ายังคิดไม่ออกขอยกตัวอย่าง ทุกคนถ้าเป็นชาวพุทธคงต้องเคยไปวัด สังเกตเห็นกำแพงวัดที่ใช้เก็บอัฐิช่องใครช่องมัน มีชื่อระบุพร้อม ล็อกเกอร์ขนาดใหญ่ที่เป็นช่องๆ เก็บของของพนักงานทางฮวงจุ้ยก็ดูเหมือนกำแพงขนาดใหญ่ตามวัดยังงั้นเลย

ถึงตรงนี้คงนึกภาพออกว่าล็อกเกอร์นี้เป็นคุณหรือโทษ แล้วบังเอิญอีกมีพระพุทธรูปวางอยู่บนล็อกเกอร์อีก 1 องค์ คงเอาไว้บูชายึดเหนี่ยวจิตใจสำหรับคนในออฟฟิศ แต่กลับยิ่งสร้างรูปแบบให้คล้ายกำแพงวัดเข้าไปอีกฮวงจุ้ยถือว่าเสียเป็นพลังร้าย คนทำงานจะมีแต่เหตุการณ์ไม่สู้ดี ไม่ออกจากงานก็เจ็บป่วย อุบัติเหตุ คดีความวุ่นวาย เหมือนเป็นที่รวมแห่งความโชคร้าย ใครที่เข้ามาก็คงอยู่ไม่นานแน่นอน

ผมแนะให้ปรับเปลี่ยนทำสถานที่ใหม่ ปรับล็อกเกอร์ให้เล็กลงหรือไม่มีเลยยิ่งดี ส่วนบริษัทจะทำตามที่แนะหรือไม่ไม่ทราบได้ ผมมีสิทธิแค่แนะตามหลักการฮวงจุ้ยและประสบการณ์ที่ผ่านมา ครั้งหน้าจะมาเล่าประสบการณ์อันน่าเบื่อ แต่อาจมีประโยชน์กับทุกท่านอีกนะครับ

ข่าวอื่นๆ