ประภาวรรณ นวฤทธิ์โลหะ คอนโดหรูสไตล์โมเดิร์นลารีคอนเทมโพรารี

วันที่ 07 ก.พ. 2559 เวลา 10:37 น.
ประภาวรรณ นวฤทธิ์โลหะ คอนโดหรูสไตล์โมเดิร์นลารีคอนเทมโพรารี
โดย...ภาดนุ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

เก๋-ประภาวรรณ นวฤทธิ์โลหะ เปิดห้องชุดสุดหรูบนคอนโด เดอะ พาโน พระราม 3 ต้อนรับเราและเริ่มต้นบทสนทนาถึงที่มาที่ไปในการเป็นเจ้าของห้องชุดสุดไฮเอนด์มูลค่า 30 กว่าล้านบาท แห่งนี้ให้ฟังอย่างเป็นกันเอง

“ตอนนั้นดิฉันกับสามี (รศ.ดร.นพ.ยศ นวฤทธิ์โลหะ แพทย์ด้านศัลยกรรมประสาทของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์) เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน คุณสามีก็มองหาบ้านที่สามารถจะเดินทางไปทำงานได้สะดวก แต่บ้านในเมืองก็หายาก เราจึงมาดูคอนโดนี้และตัดสินใจซื้อห้องขนาด 150 ตร.ม.ซึ่งมี 2 ห้องนอนไว้ แต่ก็มาคิดว่าถ้าเรามีลูกสักสองคน มันก็จะมีพื้นที่น้อยเกินไป เราจึงขายห้องนั้น แล้วมาดูอีกห้องที่ประกาศขายบนชั้น 32 ซึ่งมีพื้นที่ 280 ตร.ม.และมี 3 ห้องนอนแทน ต้องบอกว่าพอเห็นห้องนี้ครั้งแรกและได้เห็นวิวที่ระเบียงซึ่งมองเห็นโค้งน้ำเจ้าพระยาและสะพานภูมิพลได้แบบ 180 องศาเท่านั้นแหละ ดิฉันกับสามีก็รีบจองห้องนี้ทันที”

 

เก๋บอกว่า แต่กว่าจะได้ย้ายเข้ามาอยู่จริงก็ปาเข้าไปปีกว่าได้ เพราะต้องใช้เวลาในการตกแต่งห้องใหม่ โดยบิลต์อินทั้งผนังห้อง ตู้แบบวอล์กอินโคลเซต ทำประตูใหม่ ทาสีห้องใหม่จากสีเดิมให้กลายเป็นสีขาวครีมเพื่อให้เข้าธีมในการตกแต่งที่มีมู้ดแอนด์โทนในสไตล์โมเดิร์นคอนเทมโพรารีอย่างที่เธอชื่นชอบ

“สำหรับการเลือกเฟอร์นิเจอร์ เดิมทีดิฉันชอบเฟอร์นิเจอร์แบรนด์บาร์บาร่า บาลี่ย์ อยู่แล้ว และบังเอิญได้รู้จักกับอินทีเรียร์ ดีไซเนอร์ซึ่งเป็นไดเรกเตอร์ของแบรนด์นี้พอดี ก็เลยขอให้เขาเลือกเก้าอี้ซิกเนเจอร์ของแบรนด์นี้มาตกแต่งซะเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งเก้าอี้บางตัวจากแบรนด์มาร์ธา สจ๊วต ด้วย โดยลดความเป็นเฟมินีนลงด้วยโซฟาตัวใหญ่ลายน้ำเงิน-ขาวของราล์ฟ ลอเรน เพื่อเอาใจคุณสามี

 

แต่ปรากฏว่าโซฟามีขนาดใหญ่เกินไป ยกเข้ามาทางประตูไม่ได้ (หัวเราะ) ต้องใช้รถเครนยกโซฟาตัวนี้ขึ้นมาที่ระเบียงห้อง จึงสามารถนำโซฟาเข้ามาได้ เลยคิดว่าเราคงต้องใช้โซฟาตัวนี้ไปจนกว่ามันจะพังละค่ะ”

เก๋บอกว่า ในแต่ละวันเธอจะชอบอยู่ที่คอนโดมาก ไม่เคยเบื่อเลยล่ะ ซึ่งหน้าที่หลักของเธอก็คือ ดูแลทั้งเรื่องการทำอาหารและการทำความสะอาดบ้าน ฉะนั้นมุมโปรดมุมแรกก็คงหนีไม่พ้นห้องครัว ซึ่งทุกเช้าเธอจะตื่นขึ้นมาเพื่อเตรียมอาหารให้สามีและลูกๆ เป็นประจำ ห้องครัวจึงถือเป็นมุมโปรดที่เธอใช้บ่อยที่สุด

 

“ส่วนมุมที่สองที่ดิฉันชอบก็คือมุมห้องรับแขก แม้มุมนี้จะมีทีวีจอใหญ่ๆ อยู่ด้วย แต่ดิฉันไม่ค่อยชอบดูทีวีสักเท่าไร จะชอบนั่งอ่านหนังสือเพลินๆ ซะมากกว่า ซึ่งกว่าลูกๆ จะกลับจากโรงเรียน ดิฉันก็มีเวลาทำอะไรเพลินๆ เกือบทั้งวัน บางครั้งเวลารู้สึกเหนื่อยก็จะไปนั่งเอนหลังหรือแอบงีบบนโซฟาเบดตัวเล็กตรงโถงทางเดิน เพราะมุมนี้แสงจะค่อนข้างน้อยและเงียบสงบดี”

เก๋ทิ้งท้ายว่า นิยามคำว่าบ้านสำหรับเธอก็คือบ้านเป็นสถานที่ที่กลับมาถึงแล้วจะต้องรู้สึกสบายใจ สามารถทำอะไรก็ได้ จะนั่ง จะนอน จะพักผ่อน หรือจะใส่ชุดอะไรก็สามารถทำได้หมด เรียกว่าอยู่แล้วรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องประดิษฐ์อารมณ์มากมาย ที่สำคัญพอกลับมาแล้วได้เจอสมาชิกพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งสามี ลูกสาววัย 4 ขวบครึ่ง และลูกชายวัย 3 ขวบครึ่ง แค่นี้บ้านก็เป็นสถานที่ที่มีความสุขที่สุดแล้วล่ะ