รอแยลเฮ้าส์ ลุยตลาดภูธร

วันที่ 24 พ.ค. 2554 เวลา 14:24 น.
รอแยลเฮ้าส์ ลุยตลาดภูธร ฉลองปีที่ 27 ด้วยรายได้ทะลุ 1,000 ล้านบาท ดีเดย์ 1 ก.ค. ปรับราคาขึ้น 3 – 7% คาด 30 ปี รายได้แตะ 1,500 ล้านบาทแน่นอน

 

ศักดา

นายศักดา โควิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รอแยลเฮ้าส์ ผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน กล่าวว่า ปีนี้บริษัทมีแผนที่ขยายสาขาในต่างจังหวัดเพิ่ม 2 สาขา จากปัจจุบัน 1 สาขาที่จังหวัดชลบุรี  ได้แก่ นครปฐม และ โคราช และปีหน้าจะขยายอีก 2 สาขา แต่ไม่สามารถระบุจังหวัดได้เนื่องจากอยู่ระหว่างการเจรจา โดยจะส่งผลให้บริษัทมีสาขาทั้งสิ้น 12 สาขาภายในสิ้นปี 2555

ทั้งนี้ แผนการขยายสาขาในครั้งนี้ เนื่องจากบริษัทพบว่าลูกค้าต่างจังหวัดมีกำลังซื้อสูง ส่วนใหญ่จะสร้างบ้านระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไป จึงเล็งถึงช่องว่างและศักยภาพของตลาด ซึ่งแผนดังกล่าวจะส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นเป็น 10% ในปีหน้าจาก 5% ในปีที่ผ่านมา และสัดส่วนรายได้จากตลาดกรุงเทพฯและปริมณฑลจะลดลงจาด 95% เป็น 90%ในปีหน้าเช่นเดียวกัน

สำหรับผลประกอบการในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 1,000 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 900 ล้านบาท โดยรายได้ในไตรมาสแรกที่ผ่านมาทำได้แล้ว 334 ล้านบาท และยังมีบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีกประมาณ 150 หลัง จึงมั่นใจได้ว่าเป้าที่ตั้งไว้จะเป็นไปตามความคาดหมายแน่นอน และคาดว่าในอีก 3 ปี หรือเมื่อบริษัทมีอายุครบ 30 ปี จะมีรายได้แตะ 1,500
 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในวันที่ 1 ก.ค. บริษัทจะปรับราคาค่าก่อสร้างขึ้น 3 – 7% ซึ่งจะพิจารณาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น ราคาวัสดุก่อสร้าง และค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะแจ้งอีกครั้งในวันดังกล่าวว่าบริษัทจะปรับราคาขึ้นในอัตราใด

อย่างไรก็ตาม การขึ้นราคาอาจจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า แต่บริษัทมีจุดขายในเรื่องของคุณภาพ การบริการ จึงมั่นใจว่าลูกค้าของบริษัทจะยังคงเชื่อมั่นกับบริษัทต่อไป โดยรายได้ของบริษัทส่วนใหญ่มาจากลูกค้าสร้างบ้านระดับราคา 4 – 7 ล้านบาท  50% ระดับราคา 1.5 – 4 ล้านบาท 30% และระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป 20% ซึ่งสามารถบ่งชี้ได้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทมีกำลังซื้อและตัดสินใจซื้อสินค้าที่คุณภาพมากกว่าราคา

“ปีนี้ถือเป็นปีที่ 27 ของบริษัท บริษัทจึงจัดทำโครงการซีเอสอาร์ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยโครงการปล่อยโค-กระบือ 27 ตัว และโครงการบ้านหนังสือ และคาดว่าเมื่อบริษัทอายุครบ 30 ปี” นายศักดา กล่าว

นายศักดา กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการดอกเบี้ยซื้อบ้านหลังแรก 0% 2 ปี ของรัฐบาล มองได้ว่าเป็นโครงการประชานิยม แต่เป็นโครงการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ลงถึงผู้ประกอบการโดยทั่วไปอย่างแท้จริง และสามารถกระตุ้นตลาดรับสร้างบ้านมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ให้โตได้