เปิด 6 เขตชานเมืองครองแชมป์คอนโดฯ เปิดใหม่

วันที่ 24 พ.ค. 2554 เวลา 08:42 น.
ศูนย์ข้อมูลฯ เผย 6 เขตชานเมืองครองแชมป์คอนโดฯ เปิดใหม่ พร้อมระบุ 4 เดือนแรก เปิดเพิ่มอีกกว่า 2 หมื่นหน่วย แบบ 1 ห้องนอนฮอตสุด ทะลุ 77%

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จัดสัมมนาวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ – ปริมณฑล ปี 2554 โดยนำเสนอข้อมูลจากโครงการที่อยู่ระหว่างเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6 หน่วย เมื่อสิ้นปี 2553 รวมทั้งข้อมูลโครงการเปิดใหม่ล่าสุดในปีนี้ โดยการสัมมนาจัดขึ้น ณ โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ

นายสัมมา  คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า การเปิดตัวอาคารชุดโครงการใหม่ในรอบ 4 เดือนแรกของปี 2554 นี้ มีจำนวนมากถึง 20,400 หน่วย แยกเป็นแบบสตูดิโอประมาณ 1,400 หน่วยหรือประมาณ 7% ของจำนวนเปิดขายทั้งหมด ส่วนแบบ 1 ห้องนอน เป็นรูปแบบห้องชุดที่มีการเปิดตัวมากที่สุด ประมาณ 15,600 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 77% ของจำนวนที่มีการเปิดตัวทั้งหมด

ขณะที่แบบ 2 ห้องนอน มีจำนวนเปิดใหม่ประมาณ 3,100 หน่วย คิดเป็น 15% ส่วนที่เหลืออีก 1% เป็นแบบ 3 ห้องนอนขึ้นไป โดยจะเห็นได้ว่า การพัฒนาอาคารชุด ล้วนเป็นไปตามความต้องการของตลาดที่นิยมห้องชุดแบบ 1 ห้องนอนมากกว่าสตูดิโอ จากในอดีตที่ความต้องการหลักเป็นห้องชุดแบบสตูดิโอ

นอกจากนี้ พื้นที่ที่มีการเปิดขายห้องชุดใหม่มากที่สุดในรอบ 4 เดือนแรกของปีนี้ ได้แก่ เขตบึงกุ่ม เขตปากเกร็ด ยานนาวา สวนหลวง ประเวศ และบางนา แต่พื้นที่ที่มีห้องชุดในผังโครงการในระหว่างการขายมากที่สุด ได้แก่ เขตห้วยขวาง เขตจตุจักร เขตบางนา เขตคลองเตย ส่วนเขตที่มีหน่วยเหลือขายมากที่สุดในขณะนี้ ได้แก่ เขตจตุจักร เขตบางนา ปากเกร็ด วัฒนา ห้วยขวาง

สำหรับโครงการอาคารชุด ที่มีเปิดขายรวมกันประมาณ 320 โครงการ โดยมีจำนวนหน่วยตามผังโครงการรวมกันประมาณ 127,600 หน่วย แยกเป็น ในกรุงเทพฯ 114,400 หน่วย นนทบุรี 5,500 หน่วย ปทุมธานี 1,900 หน่วย สมุทรปราการ 4,750 หน่วย และนครปฐม 1,050 หน่วย ส่วนสมุทรสาคร ไม่มีโครงการอาคารชุดของผู้ประกอบการเอกชน

หากแยกตามประเภทห้องชุด พบว่า เป็นแบบสตูดิโอประมาณ 30,500 หน่วย หรือ 24% แบบ 1 ห้องนอนอประมาณ 73,600 หน่วย หรือ 58% แบบ 2 ห้องนอนประมาณ 19,700 หน่วย หรือ 15% ส่วนที่เหลืออีก 3% เป็นแบบ 3 ห้องนอนขึ้นไป

ทั้งนี้ โครงการจากหน่วยในผังทั้งหมดมีมูลค่าอยู่ที่ 440,700 ล้านบาท แต่จากหน่วยในผังทั้งหมด 127,600 หน่วยนั้น ขายได้แล้วประมาณ 86,200 หน่วย หรือประมาณ 68% ของหน่วยทั้งหมด มีมูลค่าการขายได้แล้วประมาณ 306,100 หน่วย มูลค่าเหลือขายประมารณ 134,600 ล้านบาท สำหรับหน่วยที่ขายได้แล้วนั้นมีการโอนกรรมสิทธิ์สะสมแล้วรวมกันประมาณ 24,550 หน่วย หรือโอนแล้วประมาณ 28% จากหน่วยที่ขายได้

โครงการที่เปิดขายส่วนใหญ่เป็นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทมหาชน 49% และผู้ประกอบการนอกตลาด 51% ซึ่งโครงการของผู้ประกอบการรายใหญ่ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการขนาด 200-800 หน่วย ส่วนผู้ประกอบการนอกตลาดหลักทรัพย์ จะเป็นโครงการขนาดไม่เกิน 200 หน่วย

สำหรับสถานะของการก่อสร้าง พบว่า จากหน่วยทั้งหมด 127,600 หน่วย สร้างแล้วเสร็จประมาณ 38,400 หน่วย อยู่ระหว่างก่อสร้างประมาณ 54,600 หน่วย และยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างอีกประมาณ 34,600  หน่วย