พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟคหันลุยตลาดอพาร์ตเมนต์

  • วันที่ 10 พ.ค. 2554 เวลา 19:32 น.

พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เร่งปรับตัว ลุยตลาดอพาร์ตเมนต์ให้เช่า เจาะนักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นนำ เล็งซื้อที่ดินติดมหาวิทยาลัยเพิ่มหลายแห่ง  

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต รองประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทฯอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อที่ดินใกล้มหาวิทยาลัยชั้นนำเพื่อพัฒนาโครงการในรูปแบบ อพาร์ตเมนท์ให้เช่า  โดยเตรียมจะก่อสร้างบริเวณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ  คาดว่าสร้างเสร็จปลายปี 2555   จากปัจจุบันได้พัฒนาโครงการยูนิลอฟท์   2 ทำเล คือบริเวณใกล้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขนาด 32 ตร.ม. จำนวน 500 ยูนิต มูลค่าโครงการ  500 ล้านบาท และใกล้มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จำนวน 500 ยูนิต มูลค่าโครงการ  500 ล้านบาท แล้วเสร็จและจะเริ่มเปิดให้บริการปลายปีนี้ 

ภาพคอนโดมิเนียม 1 ในโครงการของพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค

“ความต้องการหอพักใกล้กับมหาวิทยาลัยมีสูง  เนื่องจากทางบริษัทฯ ได้มีการทำสำรวจ ซึ่งทางเราจะคิดค่าเช่าในอัตรา 3,500 บาทต่อคนต่อเดือน ขณะที่ค่าเช่าพักบางแห่งสามารถทำสูงกว่านี้ก็ทำได้  โดยภายในโครงการจะต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวก ขณะเดียวกันได้มีการแยกเป็นอพาร์ตเม้นท์สำหรับนักศึกษา ชายและหญิงอย่างชัดเจน ซึ่งภายหลังจากการเปิดให้บริการ จะนำเข้าไปตั้งเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาที่ปรึกษาทางการเงิน” นายวงศกรณ์กล่าว

อย่างไรก็ตามในปีนี้  บริษัทฯมีแผนจะเปิดตัวโครงการ 10 โครงการ ทั้งแนวราบและแนวสูง โดยล่าสุดจะเปิดตัว โครงการเมโทร สกาย  คอนโดมิเนียม รัชดาเฟส 2  จำนวน 1,200 ยูนิต มูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท  โครงการไอคอนโด สุขุมวิท 103 จำนวน 900 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท และจะเปิดตัวแบรนด์ใหม่คอนโดมิเนียมอีก 2 ทำเลคือสุทธิสาร จำนวน 1,500 ยูนิต มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท และพระราม 4 จำนวน 780 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,000  ล้านบาท

“ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมลดความร้อนแรงลง โดยในไตรมาส1 ที่ผ่านมามีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ลดลงเกือบครึ่ง เมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2553 แต่เมื่อพิจารณาจากตัวเลขปีที่ผ่านมาอาคารชุดระดับราคา 1-3 ล้านบาททำยอดขายได้ 60% ของจำนวนที่เปิดขาย ทำให้บริษัทฯหันมาเน้นคอนโดมิเนียม 8 ชั้น ราคาเริ่มต้น 1 ล้านบาท” นายวงศกรณ์กล่าว

สำหรับปีนี้บริษัทฯตั้งเป้ายอดขาย ไว้ที่ 1.6-1.7 หมื่นล้านบาท  จากปีก่อนที่มียอดขาย 9,500 ล้านบาทและมียอดรับรู้รายได้ 6,000 กว่าล้านบาท

ข่าวอื่นๆ